สมาชิกที่กำลังเข้าชม Blog นี้ : (ไม่มี)

อีกเรื่องดีๆนะครับ (ผมเอามาจากที่อื่นนะครับ ขอขอบคุณผู้แต่ง)

Thu May 15, 2008 12:25

[  อารมณ์ : Happy ]
[ กำลัง : พิมพ์อยู่ ]
ใครสักคนที่รักคุณมาตลอดชีวิต ไม่มีสักครั้งที่เขาจะเบื่อการตอบคำถามของคุณ แล้วคุณล่ะเบื่อที่จะตอบคำถามของใครคนนั้นหรือยัง...
ชายแก่เลยวัย 70 คนหนึ่งคุยกับลูกชายที่เพิ่งกลับมาเยี่ยม หลังจากแต่งงานย้ายครอบครัวออกไปไม่กี่ปี

ชายแก่ : แจ๊ค (ชื่อลูกชาย) นั่นอะไรลูก? พ่อเห็นลางๆ
แจ๊ค : อ๋อ วัวน่ะพ่อ

เวลาผ่านไป 2-3 นาที
ชายแก่ : แจ๊ค นั่นอะไรลูก?
แจ๊ค : วัวตัวเดิมนั่นแหละพ่อ ยังไม่ไปไหนเลย

ผ่านไปอีก 2-3 นาที
ชายแก่ : แจ๊ค นั่นอะไรอีกล่ะลูก?
แจ๊ค : (เริ่มมีอารมณ์หงุดหงิด) วัวพ่อวัว !! วัวตัวเดิมที่เพิ่งถามนั่นแหละ

เวลาผ่านไปอีก 2-3 นาที
ชายแก่ : แจ๊ค นั่นอะไรลูก?
แจ๊ค : (เริ่มทนไม่ไหว) เอ๊ะ !! พ่อนี่ยังไงนะ ถามซ้ำๆ ซากๆ อยู่ได้ ผมจะบอกครั้งสุดท้าย แล้วนะว่า วัว...!!

ผ่านไปอีก 2-3 นาที
ชายแก่ : แจ๊ค นั่นอะไรน่ะลูก?
แจ๊ค : โอ๊ย !!! พ่อเลอะเลือนแล้ว คุยกันไม่รู้เรื่อง ผมไม่คุยกับพ่อแล้ว

แล้วแจ๊คก็ผละจากพ่อไปอย่างอารมณ์เสียเป็นที่สุด

เวลาผ่านไป จวบจนตอนเย็น ได้เวลาอาหารค่ำ เมื่อไม่เห็นผู้เป็นพ่อลงมา แจ๊คจึงเดินขึ้นไปตามที่ห้อง ณ ที่นั่น เขาได้พบชายแก่นั่งเหม่อลอย ข้างๆ มีไดอารีเก่าๆ เล่มหนึ่งที่เพิ่ง เขียนบันทึกในวันนี้เสร็จ แจ๊คถือวิสาสะเข้าไปอ่าน ความว่า...

ครั้งหนึ่งเมื่อ 40 กว่าปีก่อนมาแล้ว

เรามีลูกชายคนหนึ่งที่เรารักมากที่สุด เราตั้งชื่อเค้าเองว่า...แจ๊ค ในวันที่ อากาศแจ่มใสวันหนึ่ง เราพาแจ๊คออกไปเดินเล่น ตอนนั้นแจ๊คกำลังพูดได้เก่งทีเดียว เราพาเค้าไปนั่งที่สวนหลังบ้าน พอดีมีวัวผ่านมา... แจ๊คถามเราว่า พ่อ นั่นอะไร...วัวไงลูก เราตอบ เวลาผ่านไป อีกไม่ถึงนาที แจ๊คก็ถามคำถามเดิมเรา อีก เราก็ตอบเช่นเดิมอีก เป็นอย่างนี้อยู่ถึง 25 ครั้ง ....เราไม่เคยเบื่อหน่ายเลยที่จะตอบคำถามเดิมๆ เหล่านั้น เรากลับ รู้สึกดีใจอย่างที่สุดที่ลูกสนใจเราอย่างไม่เบื่อหน่าย...

แต่ในวันนี้ ณ ที่แห่งเดิม

คน 2 คน ที่เคยถามคำถามเดียวกัน หากแต่ว่าเราเป็นฝ่ายถาม แจ๊คเป็นฝ่ายตอบ... เพียง 5 ครั้งเท่านั้น ลูกก็ตวาดเสียงดังใส่เรา หาว่าเราเลอะเลือน รังเกียจแม้แต่จะคุยกับเราต่อไป...

เมื่ออ่านจบแจ๊ครู้สึกผิดขึ้นมาจับใจ

พ่อเลี้ยงเขามาอย่างดี แต่วันนี้สิ่งที่เขาทำให้ท่านคือ การตวาดเสียงดัง ไม่ พูดด้วยแล้วก็เดินหนีไป เขาตระหนักว่า เขาได้ทำสิ่งผิดพลาดซึ่งเขาเองแทบไม่รู้ตัว

แล้วคุณล่ะ วันนี้คุณได้ทำอะไรดีๆ ให้ท่านเหล่านั้นหรือยัง?...
เขียนโดย : cantaloup

กลับมาอีกครั้งกับเรื่องดีๆ

Thu May 15, 2008 12:18

[  อารมณ์ : Happy ]
[ กำลัง : พิมพ์อยู่ ]
คนเราทุกวันนี้แม้อยู่กันเต็มบ้าน แต่บางบ้านดูจะห่างไกลการพูดคุย และสัมพันธ์ภาพกันเสียเหลือเกิน ดังนั้นเราจึงมีเนื้อความดีๆ ที่เพื่อนๆ ส่งมาให้ทางอีเมล์มาแนะนำการรักษาจิตใจ ให้มีสุขภาพดู ไม่เป็นจิตใจที่อ่อนแอ หรืออคติ คิดเจ้าแค้น พยาบาทให้บั่นทอนความรู้สึกดีๆ ต่อกัน ซึ่งเป็นข้อเขียนของนงนุช มีสวน นั่นคือ

1. คนเรามีความรู้สึกรัก ชอบ โกรธ เศร้า ไม่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าเวลาไหนมันจะแสดงออกมามากน้อยเพียงใดเท่านั้น " คนที่จะหัวเราะได้เสียงดัง ข้างในคงต้องขำบ้างพอสมควร คนที่น้ำตาจะไหลได้ ข้างในคงมีเรื่องปวดร้าว....ถ้าไม่นับการร้องไห้ที่มาจากความปิติ "

2.โลกสอนมนุษย์ว่าทุกสิ่งต้องมีการเปลี่ยนแปลง...แต่โลกก็กลับสอนให้มนุษย์ผูกพัน

3. คนที่ตลกหัวเราะสดใส ก็คือคนเดียวกับคนที่สามารถร้องไห้ฟูมฟายได้ เพียงแต่คุณจะได้เห็นหรือเปล่าเท่านั้น อาจจะเคยได้ยินว่า "คนที่หัวเราะได้ดังที่สุด ก็คือคนที่สามารถร้องไห้ได้ดังที่สุดเช่นกัน"

4. เด็กๆ จะมองว่าผู้ใหญ่ซีเรียส ในขณะที่ผู้ใหญ่จะบอกว่า เด็กไร้สาระ เพราะเด็กไม่เคยเป็นผู้ใหญ่มาก่อน วันหนึ่งเค้าคงจะรู้ว่า ทำไมถึงต้องมีเรื่องซีเรียส สำหรับผู้ใหญ่ซึ่งได้ผ่านวัยเด็กมาแล้วอาจจะลืมไปว่า ณ วันที่ผ่านมา" สาระ"ในชีวิตของเขา คืออะไร

5. ครอบครัวไทยมักจะเลี้ยงลูกผู้หญิงให้เป็นฝ่ายถูกเลือก คอยสั่งสอนให้ทำตัวเรียบร้อย ไม่อย่างนั้นจะไม่มีใครเลือกไปเป็นคู่ครอง.... แต่ความจริงแล้วผู้ชายและผู้หญิง เราต่างเลือกซึ่งกันและกันมากกว่า

6. เพื่อนที่ดีที่สุด คือคนที่คุณสามารถนั่งอยู่ริมระเบียงด้วยกันโดยไม่พูดอะไรกันซักคำ แต่สามารถเดินจากไป ด้วยความรู้สึกเหมือนได้คุยกันอย่างประทับใจที่สุด

7.ใครหลายคนไม่กล้าเข้าไปปลอบโยนให้คำปรึกษากับเพื่อนเพราะคิดว่าเราไม่รู้จะบอก เคายังไง เพราะเราเป็นแค่เพื่อน....แต่ความจริงแล้วคุณเป็นตั้งเพื่อนต่างหาก

8. ผู้ชายที่ร้องไห้ และยอมรับว่าตัวเองร้องไห้เขาคือสุภาพบุรุษที่สุด อย่างน้อยการซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง... คือความกล้าหาญสุดยอด

9. ก่อนที่วันนี้ คุณจะทำความรู้จักกับผู้คนใหม่ๆ อย่าลืมสำรวจตัวเองก่อนว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมา... ทำใครหล่นหายไปจากชีวิตหรือเปล่า

10. เงินไม่ใช่พระเจ้า แต่ทำให้เรามีทางเลือกมากขึ้น

11. มีสติ สตางค์อยู่ ก็ปลีกเวลาไปใช้เสียบ้าง อีกหน่อยไม่มีสติแต่มีสตางค์...ก็สายไปเสียแล้ว

12. เวลาที่เรารักใคร เราจะรู้สึกตัวเล็กเ หลือเกิน...เวลาใครรักเรา เราจะรู้สึกตัวใหญ่เหลือเกิน...แต่ถ้าเราเจอคนที่เรารักเขาและเขาก็รักเรา เราจะผลัดกันตัวเล็กตัวใหญ่

13. วันที่คุณเข้มแข็งและแข็งแรงพอ อย่าลืมเป็นผู้ฟังที่ดีให้กับคนที่มีปัญหาด้วย "เอาไหล่ให้เขาพิง เอามือให้เขาจับ".....100 คำพูดดี ดี ไม่เท่ากับ 1 สัมผัสที่มีค่าหรอกนะ

14. คุณรู้ไหมว่า อายุคนเราเฉลี่ย 76 ปีนั่นคือแค่ 3,952 อาทิตย์เท่านั้นคุณหมดเวลาไปกับการนอนถึง 1317 อาทิตย์ ซึ่งเท่ากับว่าคุณเหลือเวลาที่ใช้ดำเนินชีวิตแค่ 2,635 อาทิตย์เท่านั้นเอง

15. ลองฉลองวันเกิดกับครอบครัวสักปี แล้วคุณจะได้รู้ว่า เมื่อตอนที่คุณร้องไห้จ้าในวันเกิดวันแรก คนในครอบครัวคุณมีความสุขกันขนาดไหน.......

อ่านครบ 15 ข้อแล้วลองทำดูนะ ให้ชีวิตอยู่อย่างรื่นๆ ชื่นฤทัย สบายใจกันดีที่สุด
เขียนโดย : cantaloup

Fw mail น่ารัก ๆ อีกแล้ว

Tue Jun 19, 2007 12:57

>ไม่ใช่ความผิดของคุณเลยที่คุณสอบตก เพราะที่จริงแล้วในหนึ่งปีมีแค่ 365
>วันเท่านั้น...
>1) ใน 1 ปีมี 52 สัปดาห์ แสดงว่ามีวันอาทิตย์ 52 วัน
>วันอาทิตย์เป็นวันแห่งการพักผ่อนนะ ไม่ควรเรียนหนังสือ
>เหลือวันอีก 313 วัน
>
>2) วันหยุดตอนปิดเทอมประมาณ 50 วัน ปิดเทอมก็ต้องเที่ยวเดะ
>แถมอากาศยังร้อนเกินไปที่จะเรียนหนังสือด้วย
>เหลือวันอีก 263 วัน
>
>3) เพื่อสุขภาพที่ดี คนเราควรนอนอย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวัน
>นั่นคือเราจะนอนประมาณ 130 วันต่อปี
>เหลือวันอีก 141 วัน
>
>4) เพื่อสุขภาพที่ดีอีกเช่นกัน คนเราควรหาเวลาเล่นกีฬาอย่างน้อย 1
>ชั่วโมงต่อวัน นั่นคือประมาณ 15 วันต่อปี
>เหลือวันอีก 126 วัน
>
>5) คนเราจำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน และควรใช้เวลาในการค่อยๆ
>เคี้ยวและกลืนอาหาร เพื่อให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
>นั่นคือเราควรให้เวลากับการกินประมาณ 2 ชั่วโมงต่อวัน คือ 30 วันต่อปี
>เหลือวันอีก 96 วัน
>
>6) คนเราเป็นสัตว์สังคมต้องมีการสื่อสารกับผู้อื่น ดังนั้น
>เราควรให้เวลาในการพูดคุยกับผู้อื่นอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง คิดเป็น 15
>วันต่อปี
>เหลือวันอีก 81 วัน
>
>7) วันสอบทั้งมิดเทอม ทั้งไฟนอลอีกเกือบ 35 วัน
>คุณจะเอาเวลาสอบไปเรียนหนังสือเหรอ???
>เหลือวันอีก 46 วัน
>
> วันหยุดตามเทศกาล และวันหยุดนักขัตฤกษ์ต่างๆ อีกกว่า 40 วัน
>(ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าวันหยุด)
>เหลือวันอีก 6 วัน
>
>9) แล้วต้องเผื่อว่าเราไม่สบายขึ้นมาอีก จะได้มีเวลารักษาตัวประมาณสัก 3
>วัน
>เหลือวันอีก 3 วัน
>
>10) คนเราจะอยู่แต่กับบทเรียนก็ไม่ได้ ต้องหาความสนุกใส่ตัวบ้าง
>เช่นไปดูหนังฟังเพลงอย่างน้อยรวมๆ แล้วก็ประมาณ 2 วันต่อปี
>เหลือวันอีก 1 วัน
>
>11) อีกวันหนึ่งก็คือวันเกิดคุณไง คุณจะเรียนหนังสือตอนวันเกิดคุณ
>เหรอ...
>ไม่มีทาง
>เหลือวันอีก 0 วัน
>
>แล้วอย่างเงี้ยจะไม่ให้สอบตกได้ไง ฮึ...
>
เขียนโดย : cantaloup

เรื่องดีๆจากอินเตอร์เนต

Mon May 29, 2006 14:47

เจอเรื่องดีๆจากอินเตอร์เนต เลยอยากให้เพื่อนๆได้อ่านครับ

สนามบินนานาชาติระดับโลก มีนักธุรกิจหญิงแต่งตัวดี จำเป็นต้องรอเวลาถึง 3 ชั่วโมง ในการเปลี่ยนเครื่องบินเพื่อไปจุดหมายปลายทาง เธอจึงตัดสินใจเดินไปซื้อหนังสือ 1 เล่ม และคุ๊กกี้ 1 ห่อ และเตรียมหาที่นั่งเพื่ออ่านและกิน ฆ่าเวลาไปพลาง ๆ เธอสอดส่ายมองหาที่นั่งได้ 1 แห่ง เมื่อนั่งลงก็เตรียมหนังสือและคุ๊กกี้ เพื่ออ่านและกินไปพลาง ๆ เธอสังเกตเห็นว่าข้าง ๆ เธอมีชายหนุ่ม ซึ่งนั่งเหยียดกายอย่างไม่สนใจใคร ว่าจะมีใครนั่งอยู่ข้าง ๆ เขา สักครู่หนึ่ง ขณะที่เธออ่านหนังสือ ชายหนุ่มก็หยิบขนมคุ๊กกี้ออกจากถุง

ซึ่งวางอยู่ระหว่างคนทั้งสอง แล้วกินมันอย่างละชิ้น เธอมองด้วยความโกรธ แต่ไม่ต้องการทำเรื่องวุ่นวาย เธอจึงทำเป็นไม่สนใจ เธอเริ่มรู้สึกเบื่อที่จะกินคุ๊กกี้และเฝ้ามองนาฬิกา ในขณะที่ชายหนุ่มซึ่งเป็นผู้ขโมยไร้ยางอาย กำลังกินมันให้หมดสิ้นไป

เธอเริ่มโมโหและคิดในใจว่า "ถ้าฉันไม่ใช่ผู้ดีมีการศึกษาแล้วละก็.... ฉันจะชกหน้าเจ้าหมอนี้ให้แหลกไปเลย" ทุกครั้งที่เธอหยิบกิน 1 ชิ้น ชายหนุ่มก็หยิบมันกิน 1 ชิ้น ทั้งสองส่งสายตามองกัน เมื่อคุ๊กกี้เหลือเพียงชิ้นสุดท้าย เธอหยุดและอยากรู้ว่าชายหนุ่มจะทำอย่างไร ชายหนุ่มค่อย ๆ หยิบคุ๊กกี้ชิ้นสุดท้ายแล้วหักออกเป็น 2 ชิ้น ส่งให้เธอครึ่งชิ้นและกินเองครึ่งชิ้น เธอรับจากชายหนุ่มอย่างรวดเร็วและคิดในใจว่า "เขาช่างเป็นคนไร้มารยาทสุด ๆ ช่างไร้การศึกษา ไม่มีแม้แต่พูดขอบคุณสักคำ" เธอลุกขึ้นหยิบข้าวของทั้งหมดแล้วตรงไปยังประตูขึ้นเครื่อง ไม่แม้แต่เหลียวหลังกลับมามองหัวขโมยผู้ไร้มารยาทซึ่งยังนั่งอยู่ที่เดิม

ภายหลังจากขึ้นเครื่องและนั่งประจำที่อย่างสบายแล้ว เธอก็หยิบหนังสือที่อ่านค้างอยู่ขึ้นมาอีกครั้ง ในขณะที่หยิบหนังสือจากกระเป๋า ก็พบว่ามีขนมคุ๊กกี้ 1 ห่อ เธอตกใจมาก ถ้าคุ๊กกี้ของฉันยังอยู่ที่นี่ ก็แปลว่า..... คุ๊กกี้ห่อนั้นเป็นของชายหนุ่มที่แบ่งให้เธอกิน เธอลุกขึ้นทันที แล้ววิ่งออกจากเครื่องบินไปยังที่นั่งของชายหนุ่ม แต่คงเหลือแต่ที่นั่งว่างเปล่า มันสายไปเสียแล้วที่จะได้ขอโทษชายหนุ่ม ระหว่างเดินกลับเข้าเครื่อง

เธอรู้สึกเจ็บปวดหัวใจ เธอนั่นเองที่ไร้มารยาท เป็นหัวขโมยที่ไร้การศึกษาตัวจริง มีกี่ครั้งในชีวิตของคนเรา ที่ค้นพบในภายหลังว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันไม่ใช่เรื่องจริง มันเป็นการเข้าใจผิด มีกี่ครั้งในชีวิตที่เราขาดความไว้วางใจผู้อื่น และทำให้เราตัดสินผู้อื่นจากความคิดเย่อหยิ่งของเราเอง ซึ่ง ง ไกลจากความเป็นจริงมากมาย นี่แหละที่ทำให้เราต้องคิดซ้ำแล้วซ้ำอีกก่อนตัดสินผู้อื่น หลาย ๆ สิ่งไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น ควรมองผู้อื่นในแง่ดี แล้วคอยสังสัยตัวเองว่า "เรามองโลกในแง่ดีพอแล้วหรือยัง? เราเคยแบ่งปันอะไรแก่คนอื่นบ้างหรือไม่"
เขียนโดย : cantaloup


รวมเรื่องddครับ
เจ้าของ Blog: [ cantaloup ]
รายชื่อผู้เขียนร่วม: [ (ไม่มี) ]
Blog: [ ดูบันทึกทั้งหมด ]
[ รายชื่อเพื่อน ]
ไป: [ ก่อนหน้า/ถัดไป ]
ปฏิทิน
« < July 2008 > »
1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31
กล่องทักทาย
ติดต่อ cantaloup
Email address
ข้อความส่วนตัว
MSN Messenger
Yahoo Messenger
ตำแหน่ง AIM
หมายเลข ICQ
เกี่ยวกับ cantaloup
เข้าร่วม
Wed Nov 09, 2005 20:30
ที่อยู่
Thailand
อาชีพ
ความสนใจ
Blog
Blog เริ่มต้นเมื่อ
Tue Apr 18, 2006 10:41
จำนวนบันทึกทั้งหมด
4
อายุ Blog
807 วัน
จำนวนคำตอบทั้งหมด
1
จำนวนครั้งที่เข้าชม
26412
RSS
RSS Feed
© Red Army Fanclub All Rights Reserved.