Home Red Glory

เบื้องหลังความสำเร็จทริปเปิ้ลแชมป์ปี 1999
13 กันยายน 2556 เปิดอ่าน 10,923 ครั้ง | rss



สำหรับแฟนๆ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เรื่องราวที่น่าประทับใจที่สุดนั้นได้เกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม 1999

ภายในระยะเวลา 10 วัน สโมสรได้คว้าทั้งแชมป์ลีก, เอฟเอ คัพ และแชมเปี้ยนส์ ลีก มาครองได้อย่างสุดดราม่าเท่าที่ใครสักคนจะจินตนาการได้ 2 ประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บในนัดชิงชนะเลิศถ้วยยุโรปที่บาร์เซโลน่าทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สร้างประวัติศาสตร์คว้า 3 แชมป์มาครอง

ในหนังสืออัตชีวประวัติ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ซึ่งได้รับยศอัศวินหลังจากจบฤดูกาลนั้นได้พูดถึงประตูชัยของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ที่คัมป์ นู เอาไว้ว่า "การฉลองหลังจากประตูนั้นไม่เคยหยุดลงได้เลย มันทำให้ผมอยู่ในอารมณ์ของการฉลองปาร์ตี้ เวลานั้นทั้งทีมต่างก็ดีใจกันแบบบ้าคลั่งทั้งนั้นแหละ แกรี่ นิวบอน พยายามที่จะเข้ามาสัมภาษณ์ผมทางโทรทัศน์ ผมมั่นใจเลยว่าผมได้พูดอะไรที่ไม่ค่อยมีความหมายออกไปเยอะ ผมไม่คิดมากหรอกหากว่ามันจะทำให้ผมดูเป็นคนโง่ เพราะนี่คือคนโง่ที่กำลังมีความสุขที่สุดในโลกไงล่ะ"

แต่อันที่จริงเซอร์ อเล็กซ์ ก็ไม่ได้ดูเป็นคนโง่แบบนั้น เขาได้หลุดคำพูดที่กลายมาเป็นวลีสุดคลาสสิคจนถึงทุกวันนี้อย่าง "ฟุตบอล โคตรนรก" เอาไว้ด้วย หลังจากผ่านช่วงเวลา 3 นาทีแห่งเกียรติยศในเกมดังกล่าวมา และนี่ก็คือเบื้องลึกเบื้องหลังจากฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรฟุตบอลของอังกฤษ


ใบเหลืองของ รอย คีน ที่ตูริน
ทราบกันดีว่าเมื่อ รอย คีน โดยใบเหลืองที่ตูริน นั่นจะทำให้เขาถูกแบนในนัดชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก ทันที กัปตันทีมชาวไอริชเล่นได้อย่างสุดยอดในค่ำคืนนั้น แม้ว่าเขาจะต้องระวังตัวไม่ให้ถูกจดชื่อก็ตาม เกมที่เจอกับยูเวนตุสได้รับการยอมรับว่าเป็นเกมที่ดีที่สุดในอาชีพค้าแข้งของคีนเลย เขาแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพ และไม่เห็นแก่ตัว

แต่ใครกันจะรู้ว่าคนที่เขามองว่าเป็นตัวต้นเหตุที่ทำให้ต้องรับใบเหลืองไปนั้นคือใคร ไม่ใช่ผู้ตัดสิน ไม่ใช่ ซีเนอดีน ซีดาน (นักเตะที่เขาทำฟาวล์) แต่เป็นเพื่อนร่วมทีมชาวสวีเดนอย่าง เยสเปอร์ บลอมควิสต์ ต่างหาก

ในหนังสือ Glory, Glory ของ แอนดี้ มิทเท่น ที่รวบรวมบทสัมภาษณ์ของนักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยุค 90 นั้น บลอมควิสต์ได้อธิบายว่า "เขามองว่าผมเป็นตัวต้นเหตุจากการจ่ายบอลให้กับเขา ซึ่งนั่นอาจจะทำให้เขาถูกไล่ออกได้เลยด้วยซ้ำ อันที่จริงมันก็ไม่ได้เป็นลูกจ่ายที่แย่นักหรอก แต่เขาก็จับบอลแรกได้ไม่ดีเอง เขายังมาโวยใส่ผมในห้องแต่งตัวหลังจบเกมด้วย เขาดูโกรธมาก และมาตะคอกใส่หน้าผมว่า 'นี่มันคือความผิดของคุณเลยที่ทำให้ผมต้องอดเล่นนัดชิงชนะเลิศ'"

คีนไม่ได้ลงเล่นนัดชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก และก็ยังคงโกรธปีกชาวสวีเดนรายนี้อยู่

"ผมคิดว่าเขายังคงโกรธผมอยู่เลยนะ! นี่แหละคือตัวเขา เขาไม่เคยมองว่าเขาทำผิดบ้างเลย แต่ผมก็ไม่ถือสาอะไรมากนักหรอก เขาเป็นแบบนั้นอยู่หลายสัปดาห์ หลังจากนั้นก็กลับมาสนุกสนานกับคนอื่นในห้องแต่งตัวเหมือนเดิม"


ลางสังหรณ์ของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์
โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ทำให้แฟนๆ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีความสุขในค่ำคืนนั้น ในการให้สัมภาษณ์กับ ทอม ริช ของ The Daily Telegraph เพชฌฆาตหน้าทารกได้บอกว่าเขาชวนเพื่อนของเขามาชมเกมนัดชิงชนะเลิศด้วย แต่น่าเสียดายที่เขาต้องไปทำงานกะดึก จึงไม่ได้อยู่ชมเกมในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้าย ซึ่งดาวยิงชาวนอร์เวย์ก็ได้บอกเอาไว้ว่า "ผมอยากจะให้ใครสักคนบอกให้เขาอยู่ต่อ เพราะผมบอกเขาเอาไว้แล้วว่าจะมีบางอย่างเกิดขึ้น"

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โชว์ฟอร์มได้ไม่ดีในครึ่งแรก และก็ต้องตามหลัง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บอกกับ เท็ดดี้ เชอริงแฮม ว่าเขาจะถูกส่งลงสนาม แต่ก็ไม่ได้บอกอะไรกับโซลชาร์เลย แต่ถึงกระนั้นกุนซือชาวสก็อตก็ยังเชื่อว่าโซลชาร์จะเป็นตัวสำรองที่มีประสิทธิภาพไม่แพ้ใคร นั่นก็เพราะว่าเขานั่งชมเกมจากข้างสนามมากกว่านักเตะคนอื่นๆ และเกมที่บาร์เซโลน่าก็ไม่ต่างกัน

"คุณจะมีสมาธิอย่างมากกับเกมแม้ว่าไม่ได้ลงไปเล่นก็ตาม" เขาบอก "ความสามารถที่ดีที่สุดของผมก็คือมีความพร้อมอยู่เสมอเมื่อถูกเรียกใช้งาน บางทีเมื่อคุณนั่งอยู่ข้างสนาม และผู้จัดการทีมเรียกชื่อคุณ คุณอาจจะไม่ได้ยินก็ได้ นั่นก็เพราะว่าคุณมัวแต่นั่งวิเคราะห์เกมจากข้างสนามอยู่"

มีเวลาในเกมเหลืออยู่ 90 วินาทีหลังจากที่ เท็ดดี้ เชอริงแฮม ยิงตีเสมอได้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ลูกเตะมุมอีกลูก และหลังจากนั้นมันก็กลายเป็นประวัติศาสตร์

"หากคุณดูจากในคลิป คุณจะเห็นทุกคนวิ่งเข้ามาแสดงความดีใจกับเท็ดดี้ยกเว้นผม ผมวิ่งตรงกลับไปยังเส้นกลางสนาม เพราะกำลังมีสมาธิกับการเล่นต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษ 30 นาที แต่สุดท้ายผมก็ทำมันพัง ผมดันวิ่งขึ้นไปทำประตูได้สำเร็จ"

โซลชาร์อาจจะผิดหวังที่ไม่ได้เล่นในช่วงต่อเวลาพิเศษ 30 นาที แต่ลางสังหรณ์ก่อนเกมของเขาก็กลายเป็นจริง และเขาก็เป็นคนที่ทำให้แฟนๆ ปีศาจแดงได้เฮกันถ้วนหน้า


ทีมทอล์คช่วงพักครึ่งของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
ในฤดูกาล 1998/99 มันเป็นช่วงที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดูเหมือนว่าจะไม่แพ้ใครแบบจริงๆ จังๆ เลย สตีฟ แม็คคลาเรน ผู้ช่วยผู้จัดการทีมในตอนนั้นเคยบอกเอาไว้ว่า "ทีมนี้ไม่เคยแพ้ พวกเขาแค่มีเวลาไม่พอเท่านั้นเอง"

ในเกมนัดชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก กับบาเยิร์น มิวนิค มันก็เป็นเหมือนกับในประโยคดังกล่าวนี้ ทีมปีศาจแดงตามหลังไปก่อน 0-1 จากฟรีคิกของ มาริโอ บาสเลอร์ และชายที่ชื่อ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็ได้กระตุ้นทีมในช่วงพักครึ่ง ซึ่งหลายมาเป็นประโยคปลุกใจที่ยอดเยี่ยมที่สุดในวงการกีฬาว่า "หลังจบเกม ถ้วยยูโรเปี้ยน คัพ จะอยู่ห่างจากคุณแค่ 6 ฟุตเท่านั้น และคุณจะไม่มีโอกาสแม้แต่จะแตะต้องมันหากว่าเป็นผู้แพ้ นี่จะเป็นโอกาสที่ใกล้เคียงที่สุดแล้วสำหรับพวกคุณหลายคน อย่าได้เสนอหน้ากลับมาอีกหากว่าคุณไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่"

จากนั้น 45 นาทีต่อมา นักเตะของบาเยิร์น มิวนิค ก็ได้กลายเป็นผู้ที่ไม่มีโอกาสได้แตะต้องถ้วยบิ๊กเอียร์นี้แทนในค่ำคืนดังกล่าว


การฉลองของ เดวิด เมย์
บางครั้งรูปภาพก็สื่อแทนคำพูดได้เป็นพันๆ คำ เช่นเดียวกับภาพของตัวสำรองที่ไม่ถูกส่งลงสนามที่ฉลองชัยชนะนัดชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่บาร์เซโลน่าภาพนี้

ตลอดเวลา 9 ปีในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด นั้น เดวิด เมย์ คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก ไป 3 สมัย เอฟเอ คัพ 2 สมัย รวมถึงถ้วยยูโรเปี้ยน คัพ นี้ด้วย และแฟนๆ ก็มีเพลงเชียร์เกี่ยวกับตัวเขาว่า "เดวิด เมย์ ซูเปอร์สตาร์ ได้แชมป์มากกว่าเชียเรอร์"

เมย์ได้บอกเอาไว้ในหนังสือ Glory, Glory ของ แอนดี้ มิทเท่น ว่าพ่อของคุณได้บอกว่าให้ยืนในตำแหน่งดีที่สุดหากว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฉลองถ้วยแชมป์ "พ่อของผมมักจะบอกว่าให้พยายามยืนใกล้กับถ้วยแชมป์ให้มากที่สุด และผมก็ทำแบบนั้น! ผมเห็นถ้วยตั้งอยู่ที่เก้าอี้ แล้วผมก็ไปคว้ามันมา และหลังจากนั้นมันก็กลายเป็นประวัติศาสตร์ มันมีผมอยู่แทบทุกรูปเลย แม้ว่าผมจะไม่ได้เล่นในนัดชิงชนะเลิศ แต่ผมก็ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมชุดคว้าทริปเปิ้ลแชมป์"

งานสำเร็จลงแล้วนะคุณพ่อ

เมื่อภาพนี้ผ่านล่วงกาลเวลาไปในอนาคต บางทีเมื่อมีคนมาเห็นมันแล้วก็อาจจะคิดว่าเขาคือนักเตะซูเปอร์สตาร์ในอดีตอย่าง เดวิด เบ็คแฮม หรือ ไรอัน กิ๊กส์ ก็เป็นได้


ประตูของ ไรอัน กิ๊กส์ ในเกมเจอกับอาร์เซนอล
นี่อาจจะเป็นเกมที่ดีที่สุดในยุคของเซอร์ อเล็กซ์ เลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ ไรอัน กิ๊กส์ ก็ยังได้ซัดประตูที่เป็นลูกที่ดีที่สุดในอาชีพค้าแข้งของเขาอย่างไม่ต้องสงสัยเลย ประตูที่เขาทำได้ในรอบรองชนะเลิศเอฟเอ คัพ นัดรีเพลย์ ยังถูกแฟนๆ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นำมาร้องเป็นเพลงจนกระทั่งถึงทุกวันนี้

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้บอกเอาไว้เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า "นี่คือพรสวรรค์โดยธรรมชาติที่เขามีมาตั้งแต่ตอนที่มาอยู่กับเราตอนอายุ 13 ปี ในตอนที่เขาวิ่งนั้น กิ๊กส์ได้ฉีกกระชากแผงหลังด้วยสายเลือดของเขา"

ตอนนั้นเซอร์ อเล็กซ์ หวังเพียงแค่ว่าเขาจะลากบอลไปยังมุมธง และเล่นถ่วงเวลาเท่านั้น ในหนังสืออัตชีวประวัติ เขาได้บอกเอาไว้ว่า "ตอนที่เขาวิ่งควบขึ้นหน้าไป เราหวังเพียงแค่ว่าเขาจะช่วยถ่วงเวลาให้กับทีม หรือไม่ก็ลุ้นเอาลูกจุดโทษเท่านั้น มันคงจะบ้ามากหากจะบอกว่าผมหวังให้เขาสร้างเรื่องสุดไคลแม็กซ์ให้กับเราได้ขนาดนี้"

ผู้บรรยายอย่าง แบร์รี่ เดวี่ส์ ก็ได้สัมภาษณ์ ไรอัน กิ๊กส์ ผ่านทางโทรทัศน์เกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน และปีกพ่อมดก็ได้บอกว่าเขากลัวว่าในอนาคตประตูนี้จะถูกจดจำเพียงแค่การที่เขาถอดเสื้อโชว์แผงขนหน้าอกระหว่างฉลองประตูเท่านั้น เดวี่ส์ตอบเขาทันทีว่า "ไม่หรอกน่า ไรอัน มันไม่มีทางเป็นแบบนั้นแน่"

การวิ่ง การซอยเท้า การจบสกอร์ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในประตูนี้มันช่างสวยงาม และก็จริงอย่างที่เดวี่ส์ได้กล่าวเอาไว้ กิ๊กส์ไม่จำเป็นต้องไปกังวลอะไรเลย

SiR KeaNo
RED ARMY FANCLUB


บทความ
ทีเด็ดเว็บนี้ บอกเลยเด็ดสุด
เดิมพัน กับทีมรัก มีความเสี่ยง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
เกมรุกผีในยุคมูอาจทำให้ 'อเล็กซิส' กลายเป็นดีลที่ล้มเหลว
เช็คลิสต์ 5 เว็บไซต์ ที่จะช่วยให้คุณประหยัดเงินมากที่สุดก่อนไปเชียร์ฟุตบอลที่อังกฤษ
แนะนำนักเตะ... ไทเรลล์ วาร์เรน
แนะนำนักเตะ... โร-ชอน วิลเลี่ยมส์
5 สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเกมชนะสโต๊ค ซิตี้ 3 - 0
5 สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเกมแพ้เซาแธมป์ตัน 0 - 1
5 สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเกมชนะลิเวอร์พูล 0 - 1
5 สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเกมเสมอนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 3 - 3
อ่านทั้งหมด


โปรแกรมแข่งขัน
v
สนาม คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ สเตเดี้ยม, เวลส์
รายการ พรีเมียร์ ลีก
วันที่ 23 ธันวาคม 2561 เวลา 00.30 น.
Live beIN SPORTS 1



ลายเซ็นจาง อดีตกองกลาง แมนฯ ยูไนเต็ด

11 พฤศจิกายน 2561 เปิดดู 458 ครั้ง


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1 - 1 วูล์ฟแฮมป์ตัน | ThaiMUSC Match Day Party

27 กันยายน 2561 เปิดดู 1,541 ครั้ง


ลิเวอร์พูล 17 45
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 17 44
ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ 17 39
เชลซี 17 37
อาร์เซนอล 17 34
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 17 26
วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 17 25
เอฟเวอร์ตัน 17 24
เวสต์ แฮม ยูไนเต็ด 17 24


Thailand Manchester United Supporters Club (ThaiMUSC) - สมัครสมาชิก - รายชื่อสมาชิก - ซื้อตั๋วดูบอล - ข่าวสาร - ภาพกิจกรรม - คำถามบ่อย - ติดต่อชมรม

Home © RED ARMY FANCLUB
Official Manchester United Supporters Club of Thailand.
#ThaiMUSC