Home Red Glory

วิเคราะห์ ฟิล โจนส์ ควรเล่นเป็นกองกลางหรือกองหลัง?
13 พฤศจิกายน 2556 เปิดอ่าน 9,133 ครั้ง | rss



หลังจากที่ ฟิล โจนส์ ได้ลงเล่นทั้งตำแหน่งมิดฟิลด์ และเซ็นเตอร์ฮาล์ฟในเกมที่พบกับอาร์เซนอล เราก็จะลองมาดูกันหน่อยว่านักเตะวัย 21 ปีผู้นี้ควรจะเล่นตำแหน่งไหนกันแน่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

โจนส์ เป็นหนึ่งในนักเตะที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จนทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาชนะจ่าฝูงพรีเมียร์ ลีก อย่างอาร์เซนอลลงได้ในเกมเมื่อวันอาทิตย์

นักเตะทีมชาติอังกฤษรายนี้ได้รับโอกาสลงเล่นถึง 2 ตำแหน่งในแมตช์ดังกล่าว และเขาก็ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจทั้ง 2 ตำแหน่งนั้นด้วย

โชคร้ายหน่อยสำหรับ เดวิด มอยส์ ที่คำถามซึ่งมีมาอย่างยาวนานได้เริ่มก่อตัวขึ้นกับตัวโจนส์อีกครั้งแล้ว นั่นก็คือเขาควรจะเล่นตำแหน่งไหนกันแน่?

ดังนั้น เราจึงจะลองมาดูสถิติกันว่านักเตะวัย 21 ปีผู้นี้ควรจะเอาดีไปเลยกับตำแหน่งไหนระหว่างเซ็นเตอร์แบ็คกับมิดฟิลด์ตัวรับในอนาคต

ลูกกลางอากาศ
โจนส์เอาชนะในลูกกลางอากาศได้เพียงแค่ 44.1% เท่านั้น เมื่อนำไปเทียบกับนักเตะชั้นนำคนอื่นๆ ในลีกทั้งเซ็นเตอร์แบ็ค และมิดฟิลด์ตัวรับแล้วยังถือว่าเป็นรองเยอะ โดยในแนวรับนำมาโดย แวงซ็องต์ กอมปานี (83.3%), จอห์น เทอร์รี่ (71.4%), แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ (65.7%) และ มาร์ติน สเคอร์เทล (62.5%) ขณะที่ตรงกลางของสนามนั้น แฟร์นันดินโญ่ (95.8%), ลูคัส เลว่า (69.7%), รามิเรส (54.2%) และ มิเกล อาร์เตต้า (46.7%) ต่างก็ทำได้ดีกว่าในการขึ้นโหม่งกลางอากาศ

จากสถิตินี้ยังบอกอะไรไม่ได้มากว่าเขาควรเล่นตำแหน่งไหน

การจ่ายบอล
โจนส์นั้นมีความแม่นยำของการจ่ายบอลอยู่ที่ 89% ซึ่งก็ยังเทียบไม่ติดกับ กอมปานี (94%), แมร์เตซัคเกอร์ (92%), เทอร์รี่ (92%) และ สเคอร์เทล (91%) ทั้งหมดล้วนแล้วแต่ทำได้ดีกว่าในฤดูกาล 2013/14 อย่างไรก็ตาม ดาวรุ่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้นี้่ก็อยู่ตรงกลางระหว่างมิดฟิลด์ตัวรับคนอื่นๆ โดย รามิเรส อยู่ที่ 86% และ อาร์เตต้า อยู่ที่ 94% ซึ่งดูจากอัตราการจ่ายบอลสำเร็จของเขาแล้ว ก็มีความเป็นไปได้ที่เขาจะเอาดีในการยืนขึ้นมาข้างหน้าเพื่อจ่ายบอล

โจนส์ดูเหมาะกับการเป็นมิดฟิลด์มากกว่า เมื่อดูจากสถิติดังกล่าว

การแย่งบอล
ในแง่ของการแย่งบอล โจนส์ทำได้ดีกว่ากองหลังทั้งหมด เมื่อแย่งบอลสำเร็จ 20 ครั้งในพรีเมียร์ ลีก ฤดูกาลนี้ มีเพียงแค่ แมร์เตซัคเกอร์ (14) เท่านั้นที่ทำได้ใกล้เคียงกับเขาที่สุด ลูคัส มิดฟิลด์ของลิเวอร์พูลนั้นทำได้ดีที่สุดเมื่อวัดจากตำแหน่งมิดฟิลด์ โดยทำได้ 26 ครั้ง ขณะที่สถิติของ อาร์เตต้า (8) และ รามิเรส (9) ก็บอกได้ลางๆ ว่าโจนส์น่าจะทำได้ดีกับการยืนตำแหน่งนี้

ความสามารถในการแย่งบอลของโจนส์น่าจะทำให้เขายืนตรงกลางมากกว่าที่จะไปเสี่ยงในแดนหลัง

เคลียร์บอล
สิ่งหนึ่งที่โจนส์ทำได้ดีกว่ามิดฟิลด์ตัวรับคนอื่นๆ ก็คือการเคลียร์บอลออกจากพื้นที่อันตราย อดีตนักเตะแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส เคลียร์บอลไปแล้วถึง 53 ครั้ง โดยมีเพียง ลูคัส (15) และ แฟร์นันดินโญ่ (13) เท่านั้นที่ทำได้ใกล้เคียงที่สุด ขณะเดียวกันเมื่อวัดจากตำแหน่งกองหลัง ก็มีแค่ เทอร์รี่ (79) และ สเคอร์เทล (82) เท่านั้นที่ทำได้มากกว่าเขา หากจะใช้ประโยชน์จากโจนส์ตรงจุดนี้ก็ควรให้เขายืนเป็นเซ็นเตอร์แบ็ค

โจนส์จะสร้างประโยชน์ให้กับทีมได้ในเรื่องนี้ หากยืนเป็นกองหลังตัวกลาง

การทำฟาวล์
โจนส์ (11) ยังตามหลัง ลูคัส (21), อาร์เตต้า (21) และ รามิเรส (18) ในแง่ของการตัดจังหวะด้วยการทำฟาวล์ในฤดูกาลนี้ ดังนั้นหากว่าเขาอยากเอาดีกับตำแหน่งนี้ เขาจะต้องทำให้ดีขึ้นกว่านี้อีกมาก! อย่างไรก็ตาม ถือว่าเขาทำฟาวล์มากกว่าใครเพื่อนเลยจากตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คด้วยกัน โดย สเคอร์เทล (7) เป็นคนที่ทำได้ใกล้เคียงกับเขาที่สุด เมื่อดูแล้วจึงน่าจะให้โจนส์ยืนขึ้นไปข้างหน้าหน่อยดีกว่า

การทำฟาวล์จากตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คนั้นค่อนข้างอันตราย ดังนั้นให้เขายืนขึ้นไปอยู่ตรงกลางสนามดีกว่า

บทสรุป
แม้ว่าที่ผ่านมานั้นโจนส์จะยืนยันมาตลอดว่าเขาอยากเล่นเป็นเซ็นเตอร์แบ็ค แต่เมื่อดูจากสถิติก็พบว่าเขาสามารถเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับได้ดีไม่แพ้กัน บางทีการมีนักเตะสารพัดประโยชน์อยู่ในทีมก็ไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายอะไรนัก แต่หากว่าเขาอยากพัฒนาตัวเองไปเป็นนักเตะระดับท็อปคลาสแล้วล่ะก็ เขาจะต้องหาตำแหน่งที่ลงตัวที่สุดเพียงตำแหน่งเดียวเท่านั้น และ เดวิด มอยส์ จะต้องตัดสินใจแล้วว่าจะใช้งานเขาอย่างไร

SiR KeaNo
RED ARMY FANCLUB


บทความ
เช็คลิสต์ 5 เว็บไซต์ ที่จะช่วยให้คุณประหยัดเงินมากที่สุดก่อนไปเชียร์ฟุตบอลที่อังกฤษ
แนะนำนักเตะ... ไทเรลล์ วาร์เรน
แนะนำนักเตะ... โร-ชอน วิลเลี่ยมส์
5 สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเกมชนะสโต๊ค ซิตี้ 3 - 0
5 สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเกมแพ้เซาแธมป์ตัน 0 - 1
5 สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเกมชนะลิเวอร์พูล 0 - 1
5 สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเกมเสมอนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 3 - 3
10 เรื่องน่ารู้ของทีมปีศาจแดงในเอฟเอ คัพ รอบ 3
วิดิชกับเอฟร่าคือการซื้อตัวช่วงเดือนมกราคมที่สมบูรณ์แบบ
เส้นทางสู่การลงสนามครบ 400 เกมของ ไมเคิล คาร์ริค
อ่านทั้งหมด


โปรแกรมแข่งขัน
v
สนาม เดอะ ฮอว์ธอร์นส, อังกฤษ
รายการ พรีเมียร์ ลีก
วันที่ 17 ธันวาคม 2560 เวลา 21.15 น.
Live beIN SPORTS 1
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 17 49
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 17 38
เชลซี 17 35
ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ 17 31
ลิเวอร์พูล 17 31
เบิร์นลี่ย์ 17 31
อาร์เซนอล 17 30
เลสเตอร์ ซิตี้ 17 26
วัตฟอร์ด 17 22

Home © RED ARMY FANCLUB
Official Manchester United Supporters Club of Thailand
#ThaiMUSC