Home Red Glory


6 สิ่งที่น่าสนใจในตัว ไมเคิล คาร์ริค ผ่านบทสัมภาษณ์กับ MUTV
22 เมษายน 2558 เปิดอ่าน 2,010 ครั้ง | rss



ไมเคิล คาร์ริค เพิ่งได้ให้สัมภาษณ์กับ MUTV ซึ่งเขาได้พูดถึงการย้ายบ้านจากแถบตะวันออกเฉียงเหนือไปยังลอนดอนตั้งแต่อายุ 15 ปี จนทำให้เขากลายเป็นนักเตะอย่างทุกวันนี้ได้ นักเตะที่เป็นตัวหลักในแดนกลาง และรองกัปตันแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ตอนนี้คาร์ริคในวัย 34 ปีเริ่มครุ่นคิดเกี่ยวกับอนาคต เขาได้พูดเกี่ยวกับสิ่งที่เขาทำนอกสนามเพื่อทำให้สภาพร่างกายยังสด, ฟิต และพร้อมที่จะลุยอาชีพค้าแข้งต่อไปให้ได้อีกยาวนาน...

1. "สิ่งที่ผมต้องการจะทำมาตลอดก็คือการเล่นฟุตบอล"
มันก็ไม่ต่างอะไรกับเด็กๆ ทุกคนในแถบตะวันออกเฉียงเหนือที่มีความต้องการจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ สำหรับคาร์ริคในวัยหนุ่มก็เช่นกัน "แม่ของผมบอกว่าผมต้องการที่จะเล่นกับลูกบอลอยู่ตลอด หากพวกเขาพาผมไปร้านขายของเล่น สิ่งแรกที่ผมจะไปเล่นก็คือลูกบอล นั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของผม"

2. "ครั้งแรกที่ผมไปสนามฟุตบอล ผมร้องไห้"
ตอนนั้นผมอยู่กับวอลล์เซนด์ บอยส์ คลับ ที่นิวคาสเซิล (ซึ่งผลิตนักเตะชื่อดังอย่างเช่น สตีฟ บรู๊ซ, ปีเตอร์ เบียร์ดสลี่ย์, ลี คล้าร์ก และอีกหลายคน) "มันเป็นคืนวันเสาร์ที่เป็นช่วงที่นักเตะอายุ 4-5 ขวบถึง 8-9 ขวบมาแบ่งทีมเตะฝั่งละ 5 คนกัน พ่อและปู่ของผมก็อยู่ที่นั่นด้วย มันเป็นสนามที่ค่อนข้างเป็นทางการอยู่พอสมควร และผมเองก็รู้สึกประหม่าเป็นอย่างมาก! แต่หลังจากนั้นผมก็ปรับตัวเข้ากับสนามได้"

3. "พ่อของผมเคยเล่นให้กับมิดเดิ้ลสโบรช์"
"เขาอยู่ในทีมสำรองที่นั่น เล่นเป็นแบ็คซ้าย ซึ่งถือว่าต่างจากตำแหน่งผมมาก มิดเดิ้ลสโบรช์อาจไม่ได้ไกลจากนิวคาสเซิลนัก แต่พ่อของผมต้องการที่จะอยู่ที่บ้าน เขาก็เลยเลิกเล่นอาชีพแล้วหันมาเตะกับทีมท้องถิ่นแทน เขาบอกผมว่าเขาเป็นนักเตะที่เก่งนะ แถมเมื่อไม่นานมานี้เขายังเคยบอกว่าเขาเก่งกว่าผมด้วยซ้ำ แต่ช่วงหลังๆ มานี้เขาก็ยอมผมแล้ว"

4. "ย้ายไปลอนดอนตั้งแต่อายุ 15 ถือเป็นเรื่องใหญ่ แต่มันก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ผมทำ"
หลังจากไปทดสอบฝีเท้ากับ 15 สโมสร คาร์ริคก็ได้ไปร่วมทีมเวสต์ แฮม "ช่วง 3-4 เดือนแรกมันยากมาก เรื่องของฟุตบอลน่ะมันยอดเยี่ยม แต่คุณก็แทบไม่รู้จักใครที่นั่นเลย แล้วตอนนั้นมันยังไม่มีโทรศัพท์มือถือด้วย หากผมจะโทรกลับบ้านก็ต้องไปที่ตู้โทรศัพท์เท่านั้น ทุกวันนี้คุณอาจมองมันว่าไม่ได้เป็นเรื่องสลักสำคัญอะไร แต่ในตอนนั้นมันถือเป็นเรื่องใหญ่ แต่มันก็ช่วยให้ผมโตขึ้น มันช่วยให้ผมเดินหน้าได้เร็วกว่าหากผมตัดสินใจอยู่ที่นิวคาสเซิลต่อ ทุกอย่างมันเป็นไปอย่างรวดเร็ว 'โลกมันหมุนไปไวมาก และคุณก็จำเป็นจะต้องก้าวตามให้ทัน'"

5. ผมไม่ยอมแลกฟุตบอลกับอะไรอย่างอื่น... ยกเว้นว่าถ้าผมได้เป็นนักขับ F1"
ความสนใจในด้านยานยนต์ของคาร์ริคจะทำให้เขาเปลี่ยนอาชีพหลังจากที่แขวนสตั๊ดแล้วหรือเปล่า? "ผมชอบกีฬานั้นนะ ผมเป็นแฟนตัวยงเลย ผมเคยไปคลุกคลีอยู่กับมัน 2-3 วันแล้วก็มีความสุขมาก แต่มันก็ไม่มีอะไรเหมือนกับการได้ชมการแข่งขัน F1 ผมติดมันมาก ส่วนฟุตบอลก็เป็นงาน ซึ่งมันก็มีความหมายกับผมมากเช่นกัน แต่เดี๋ยวทุกอย่างในชีวิตมันก็จะปรับสมดุลของมันเองนั่นแหละเมื่อคุณอายุมากขึ้น"

6. "ตอนอายุ 33 หรือ 34 เป็นช่วงที่คุณเริ่มไม่แน่ใจในสภาพร่างกายของตัวคุณเองแล้ว"
เขาไม่ได้เพิ่งจะมาเริ่มดูแลสภาพร่างกายเพื่อให้ค้าแข้งยาวนานขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ แต่เขาทำมันมานานพอสมควรแล้ว "การใช้ชีวิตที่ถูกที่ควรและพยายามดูแลตัวเองทำให้ผมมีโอกาสที่ดีขึ้น ผมรู้สึกดีมาก รู้สึกฟิตเหมือนกับที่เคยเป็นมา ผมคงพูดไม่ได้หรอกว่าจะค้าแข้งให้ได้นานเท่ากับกิ๊กซี่ มันมีแค่ไม่กี่คนหรอกที่จะทำได้แบบเขา แต่ผมก็พยายามเรียนรู้จากกิ๊กซี่, สโคลซี่ และแกซ เนฟ มันเป็นเรื่องของการเข้ายิม, เล่นโยคะ, การใช้ชีวิต และอาหารการกิน... ถ้าทำได้ทั้งหมดนี้มันก็จะช่วยให้คุณมีโอกาสลงเล่นยาวนานขึ้นอีกสัก 2-3 ปี" และยังยิ้มได้แบบนี้ด้วยใช้ไหม? "ก็ตลอดเวลาอยู่แล้ว เห็นไหมล่ะ?" เขาปิดท้ายประโยคด้วยสำเนียงแบบชาวจอร์ดี้ไม่ผิดเพี้ยน

SiR KeaNo
RED ARMY FANCLUB


บทความ
เช็คลิสต์ 5 เว็บไซต์ ที่จะช่วยให้คุณประหยัดเงินมากที่สุดก่อนไปเชียร์ฟุตบอลที่อังกฤษ
แนะนำนักเตะ... ไทเรลล์ วาร์เรน
แนะนำนักเตะ... โร-ชอน วิลเลี่ยมส์
5 สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเกมชนะสโต๊ค ซิตี้ 3 - 0
5 สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเกมแพ้เซาแธมป์ตัน 0 - 1
5 สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเกมชนะลิเวอร์พูล 0 - 1
5 สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเกมเสมอนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 3 - 3
10 เรื่องน่ารู้ของทีมปีศาจแดงในเอฟเอ คัพ รอบ 3
วิดิชกับเอฟร่าคือการซื้อตัวช่วงเดือนมกราคมที่สมบูรณ์แบบ
เส้นทางสู่การลงสนามครบ 400 เกมของ ไมเคิล คาร์ริค
อ่านทั้งหมด


โปรแกรมแข่งขัน
v
สนาม วีอีบี อารีน่า, รัสเซีย
รายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
วันที่ 28 กันยายน 2560 เวลา 01.45 น.
Live beIN SPORTS 1
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 6 16
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 6 16
เชลซี 6 13
ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ 6 11
ลิเวอร์พูล 6 11
วัตฟอร์ด 6 11
ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ 6 9
นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 5 9
เบิร์นลี่ย์ 6 9

Home © RED ARMY FANCLUB
Official Manchester United Supporters Club of Thailand
#ThaiMUSC