Home Red Glory

หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : สุดยอดไม่เสื่อมคลาย
13 กรกฏาคม 2558 เปิดอ่าน 1,430 ครั้ง | rss



ก่อนที่จะถึงทัวร์ 2015 ที่นำเสนอโดยเอออน เราจะมาย้อนอดีตถึงเรื่องราวสุดสำคัญ และลืมไม่ลงจากประวัติศาสตร์ของทีมปีศาจแดง เราเชื่อว่าเรื่องราวจากหน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกรนี้เป็นเรื่องที่สุดยอดไม่แพ้ใคร ในตอนที่ 11 ของซีรี่ส์นี้ เราจะมองไปยังการตอกย้ำความเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในลีกอังกฤษของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด...

การครองโลกก็เป็นสิ่งหนึ่ง แต่คงจะไม่มีอะไรที่น่าพอใจไปกว่าการครองความเป็นหนึ่งในดินแดนของคุณเอง

เกียรติยศที่มอสโกว์เป็นบันไดที่ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก้าวไปสู่ความสำเร็จที่เหนือกว่านั้นในเดือนธันวาคม 2008 เมื่อทีมคว้าแชมป์คลับ เวิลด์ คัพ ถือเป็นการครองแชมป์โลกในระดับสโมสรเป็นครั้งที่ 2 ส่วนในเวทียุโรป ทีมปีศาจแดงก็ยังไปได้ไกลถึงเข้าชิงชนะเลิศ 2 ครั้งในอีก 3 ปีหลังจากนั้น แม้จะไม่ประสบความสำเร็จถึงขั้นชูถ้วยแชมป์ก็ตาม โดยทั้ง 2 ครั้งนั้นเป็นการเจอกับบาร์เซโลน่าชุดที่สุดแข็งแกร่งที่คุมทีมโดย เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

แต่ในระดับประเทศแล้ว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็ยังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยบาร์เคลย์ส พรีเมียร์ ลีก 2008/09 ทีมปีศาจแดงสามารถทาบสถิติคว้าแชมป์ลีกสูงสุดในประเทศของลิเวอร์พูลที่ 18 สมัยได้สำเร็จ เชลซีมาคั่นแย่งแชมป์ไปครองในฤดูกาล 2009/10 แต่แล้วแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็ก้าวแซงทีมหงส์แดงขึ้นไปครองสถิติเดี่ยวๆ ได้สำเร็จในปีต่อมา

ไม่มีความพ่ายแพ้เกิดขึ้นเลยในลีกตลอด 7 เดือนแรก ในที่สุดแชมป์สมัยที่ 19 ก็มาถึงในเดือนพฤษภาคม 2011 ซึ่งต้องยกเครดิตให้กับฟอร์มอันสุดยอดที่ปราบทีมแชมป์เก่าของ คาร์โล อันเชล็อตติ ลงได้ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด

ขณะที่ผลงานของทีมสิงห์บลูส์แห่งลอนดอนเริ่มดร็อปลงไป ไม่ไกลนักจากโอลด์ แทรฟฟอร์ด ก็มีแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่ก้าวขึ้นมาชิงชัย หลังจากที่พวกเขาได้รับเงินทุนมหาศาลมาหนุนหลังมาตั้งแต่ปี 2008 ทีมเรือใบสีฟ้าเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไปได้ในเอฟเอ คัพ 2011 ก่อนที่จะสานต่อถึงขั้นคว้าแชมป์รายการดังกล่าว ด้วยขุนพลที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ก็ทำให้พวกเขามีดีพอที่จะเบียดแย่งแชมป์พรีเมียร์ ลีก

การขับเคี่ยวระหว่าง 2 ทีมแห่งเมืองแมนเชสเตอร์เป็นไปอย่างสนุกตื่นเต้น แต่ในวันสุดท้ายของฤดูกาล ถ้วยแชมป์ก็ตกเป็นของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากจังหวะท้ายที่สุดของเกมในวันนั้น บางคนอาจจะมองว่าความสำเร็จได้เปลี่ยนขั้วไปยังอีกฝั่งของเมืองแล้ว อย่างไรก็ตาม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็สามารถกลับมาได้ในฤดูกาลถัดมา

การเข้ามาของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ จากอาร์เซนอลถือเป็นกุญแจสำคัญ ไม่มีทีมไหนที่สามารถเร่งเกียร์ตามทีมปีศาจแดงได้เลยตลอดฤดูกาล 2012/13 ทุกอย่างมาจบลงเอาด้วยแฮตทริคของฟาน เพอร์ซี่ในนัดเจอกับแอสตัน วิลล่า ถ้วยแชมป์ถูกคว้าไปครองด้วยความห่างของคะแนนถึง 11 แต้ม ในขณะที่เหลือเกมให้ลงเล่นอีก 4 นัด

นอกเหนือไปกว่านั้น ทีมปีศาจแดงยังได้ตอกย้ำความเป็นสุดยอดของลีกอังกฤษด้วยการคว้าแชมป์ไปครองเป็นสมัยที่ 20 ย้อนไปในช่วงที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เข้ามารับตำแหน่งใหม่ๆ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเพิ่งจะคว้าแชมป์ลีกไปได้แค่ 7 ครั้งเท่านั้น และจากผลงานแชมป์ 13 สมัย จาก 21 ฤดูกาลก็ทำให้ทีมปีศาจแดงพุ่งแซงหน้าทุกทีมในเกาะอังกฤษสู่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่แบบเดี่ยวๆ

SiR KeaNo
RED ARMY FANCLUB


เกี่ยวกับสโมสร
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : ยุคสมัยใหม่
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : เป็นหนึ่งเดียวทั่วโลก
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : สนามเหย้า
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : พ่อมดชาวเวลส์
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : สวรรค์ชั้นเจ็ด
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : สามประสาน
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : ยอดผู้จัดการทีม
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : สุดยอดไม่เสื่อมคลาย
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : ขุนพลชุดใหม่สู่เกียรติยศ
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : ดินแดนที่เหมือนฝัน
อ่านทั้งหมด


โปรแกรมแข่งขัน
v
สนาม เดอะ ฮอว์ธอร์นส, อังกฤษ
รายการ พรีเมียร์ ลีก
วันที่ 17 ธันวาคม 2560 เวลา 21.15 น.
Live beIN SPORTS 1
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 17 49
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 17 38
เชลซี 17 35
ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ 17 31
ลิเวอร์พูล 17 31
เบิร์นลี่ย์ 17 31
อาร์เซนอล 17 30
เลสเตอร์ ซิตี้ 17 26
วัตฟอร์ด 17 22

Home © RED ARMY FANCLUB
Official Manchester United Supporters Club of Thailand
#ThaiMUSC