Home Red Glory



หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : สุดยอดไม่เสื่อมคลาย
13 กรกฏาคม 2558 เปิดอ่าน 1,377 ครั้ง | rss



ก่อนที่จะถึงทัวร์ 2015 ที่นำเสนอโดยเอออน เราจะมาย้อนอดีตถึงเรื่องราวสุดสำคัญ และลืมไม่ลงจากประวัติศาสตร์ของทีมปีศาจแดง เราเชื่อว่าเรื่องราวจากหน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกรนี้เป็นเรื่องที่สุดยอดไม่แพ้ใคร ในตอนที่ 11 ของซีรี่ส์นี้ เราจะมองไปยังการตอกย้ำความเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในลีกอังกฤษของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด...

การครองโลกก็เป็นสิ่งหนึ่ง แต่คงจะไม่มีอะไรที่น่าพอใจไปกว่าการครองความเป็นหนึ่งในดินแดนของคุณเอง

เกียรติยศที่มอสโกว์เป็นบันไดที่ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก้าวไปสู่ความสำเร็จที่เหนือกว่านั้นในเดือนธันวาคม 2008 เมื่อทีมคว้าแชมป์คลับ เวิลด์ คัพ ถือเป็นการครองแชมป์โลกในระดับสโมสรเป็นครั้งที่ 2 ส่วนในเวทียุโรป ทีมปีศาจแดงก็ยังไปได้ไกลถึงเข้าชิงชนะเลิศ 2 ครั้งในอีก 3 ปีหลังจากนั้น แม้จะไม่ประสบความสำเร็จถึงขั้นชูถ้วยแชมป์ก็ตาม โดยทั้ง 2 ครั้งนั้นเป็นการเจอกับบาร์เซโลน่าชุดที่สุดแข็งแกร่งที่คุมทีมโดย เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

แต่ในระดับประเทศแล้ว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็ยังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยบาร์เคลย์ส พรีเมียร์ ลีก 2008/09 ทีมปีศาจแดงสามารถทาบสถิติคว้าแชมป์ลีกสูงสุดในประเทศของลิเวอร์พูลที่ 18 สมัยได้สำเร็จ เชลซีมาคั่นแย่งแชมป์ไปครองในฤดูกาล 2009/10 แต่แล้วแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็ก้าวแซงทีมหงส์แดงขึ้นไปครองสถิติเดี่ยวๆ ได้สำเร็จในปีต่อมา

ไม่มีความพ่ายแพ้เกิดขึ้นเลยในลีกตลอด 7 เดือนแรก ในที่สุดแชมป์สมัยที่ 19 ก็มาถึงในเดือนพฤษภาคม 2011 ซึ่งต้องยกเครดิตให้กับฟอร์มอันสุดยอดที่ปราบทีมแชมป์เก่าของ คาร์โล อันเชล็อตติ ลงได้ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด

ขณะที่ผลงานของทีมสิงห์บลูส์แห่งลอนดอนเริ่มดร็อปลงไป ไม่ไกลนักจากโอลด์ แทรฟฟอร์ด ก็มีแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่ก้าวขึ้นมาชิงชัย หลังจากที่พวกเขาได้รับเงินทุนมหาศาลมาหนุนหลังมาตั้งแต่ปี 2008 ทีมเรือใบสีฟ้าเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไปได้ในเอฟเอ คัพ 2011 ก่อนที่จะสานต่อถึงขั้นคว้าแชมป์รายการดังกล่าว ด้วยขุนพลที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ก็ทำให้พวกเขามีดีพอที่จะเบียดแย่งแชมป์พรีเมียร์ ลีก

การขับเคี่ยวระหว่าง 2 ทีมแห่งเมืองแมนเชสเตอร์เป็นไปอย่างสนุกตื่นเต้น แต่ในวันสุดท้ายของฤดูกาล ถ้วยแชมป์ก็ตกเป็นของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากจังหวะท้ายที่สุดของเกมในวันนั้น บางคนอาจจะมองว่าความสำเร็จได้เปลี่ยนขั้วไปยังอีกฝั่งของเมืองแล้ว อย่างไรก็ตาม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็สามารถกลับมาได้ในฤดูกาลถัดมา

การเข้ามาของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ จากอาร์เซนอลถือเป็นกุญแจสำคัญ ไม่มีทีมไหนที่สามารถเร่งเกียร์ตามทีมปีศาจแดงได้เลยตลอดฤดูกาล 2012/13 ทุกอย่างมาจบลงเอาด้วยแฮตทริคของฟาน เพอร์ซี่ในนัดเจอกับแอสตัน วิลล่า ถ้วยแชมป์ถูกคว้าไปครองด้วยความห่างของคะแนนถึง 11 แต้ม ในขณะที่เหลือเกมให้ลงเล่นอีก 4 นัด

นอกเหนือไปกว่านั้น ทีมปีศาจแดงยังได้ตอกย้ำความเป็นสุดยอดของลีกอังกฤษด้วยการคว้าแชมป์ไปครองเป็นสมัยที่ 20 ย้อนไปในช่วงที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เข้ามารับตำแหน่งใหม่ๆ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเพิ่งจะคว้าแชมป์ลีกไปได้แค่ 7 ครั้งเท่านั้น และจากผลงานแชมป์ 13 สมัย จาก 21 ฤดูกาลก็ทำให้ทีมปีศาจแดงพุ่งแซงหน้าทุกทีมในเกาะอังกฤษสู่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่แบบเดี่ยวๆ

SiR KeaNo
RED ARMY FANCLUB


เกี่ยวกับสโมสร
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : ยุคสมัยใหม่
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : เป็นหนึ่งเดียวทั่วโลก
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : สนามเหย้า
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : พ่อมดชาวเวลส์
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : สวรรค์ชั้นเจ็ด
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : สามประสาน
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : ยอดผู้จัดการทีม
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : สุดยอดไม่เสื่อมคลาย
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : ขุนพลชุดใหม่สู่เกียรติยศ
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : ดินแดนที่เหมือนฝัน
อ่านทั้งหมด


โปรแกรมแข่งขัน
v
สนาม จอห์น สมิธ สเตเดี้ยม, อังกฤษ
รายการ พรีเมียร์ ลีก
วันที่ 21 ตุลาคม 2560 เวลา 21.00 น.
Live beIN SPORTS 1
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 8 22
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 8 20
ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ 8 17
วัตฟอร์ด 8 15
เชลซี 8 13
อาร์เซนอล 8 13
เบิร์นลี่ย์ 8 13
ลิเวอร์พูล 8 13
นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 8 11

Home © RED ARMY FANCLUB
Official Manchester United Supporters Club of Thailand
#ThaiMUSC