Home Red Glory

หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : สวรรค์ชั้นเจ็ด
16 กรกฏาคม 2558 เปิดอ่าน 1,550 ครั้ง | rss



ก่อนที่จะถึงทัวร์ 2015 ที่นำเสนอโดยเอออน เราจะมาย้อนอดีตถึงเรื่องราวสุดสำคัญ และลืมไม่ลงจากประวัติศาสตร์ของทีมปีศาจแดง เราเชื่อว่าเรื่องราวจากหน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกรนี้เป็นเรื่องที่สุดยอดไม่แพ้ใคร ในตอนที่ 14 เราจะพูดถึงเรื่องราวของหมายเลข 7 อันโด่งดัง ...

ในวงการกีฬา บางหมายเลขก็เป็นตัวแทนของความสุดยอด ยกตัวอย่างเช่น หมายเลข 23 ของ ไมเคิล จอร์แดน หรือหมายเลข 99 ของ เวย์น เกร็ตซ์กี้ ซึ่งบางทีทางต้นสังกัดก็ถึงกับยกเลิกหมายเลขดังกล่าวเพื่อเป็นเกียรติให้กับเจ้าตัวที่เลิกเล่นไปแล้ว ขณะเดียวกัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็มีหมายเลข 7 ที่สร้างชื่อให้กับซูเปอร์สตาร์หลายคนเช่นกัน ซึ่งนั่นก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่โดดเด่นในหน้าประวัติศาสตร์ของสโมสร

ก่อนหน้านี้ บิลลี่ เมอเรดิธ และ จอร์จ เบสต์ ก็เคยสวมใส่หมายเลข 7 มาก่อน (ซึ่งรายหลังส่วนใหญ่จะใส่หมายเลข 11 มากกว่า) จากนั้นพอถึงปี 1981 ก็ถึงคราวของ ไบรอัน ร็อบสัน ที่รับเสื้อตัวนี้ไปสร้างชื่อเป็นของตัวเอง

ตอนนั้นยังไม่มีการจัดหมายเลขสำหรับนักเตะแต่ละคนโดยเฉพาะ ร็อบสันมักจะได้ใส่เสื้อหมายเลข 7 ซึ่งเขาก็ได้สร้างสถานะอันโดดเด่นขึ้นมาในฐานะกัปตันทีม เขามีทั้งความกล้าหาญ ทักษะ ความเฉลียวฉลาด และไม่ยอมแพ้ ร็อบสันได้ใช้หมายเลขดังกล่าวจนกระทั่งถึงฤดูกาล 1993/94 ซึ่งพรีเมียร์ ลีกได้นำเอาระบบหมายเลขประจำตัวผู้เล่นแต่ละคนมาใช้

ขณะที่อาชีพค้าแข้งของร็อบสันกำลังเดินทางมาสู่บั้นปลายแล้ว ทีมปีศาจแดงก็ได้คนแรกที่มาใส่เสื้อหมายเลข 7 เป็นการถาวร นั่นก็คือ เอริค คันโตน่า เขาถูกคว้าตัวเข้ามาตั้งแต่ช่วงกลางฤดูกาลก่อนหน้านี้ และเขาก็แสดงความเป็นผู้นำออกมาให้เห็นทันทีในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด นักเตะชาวฝรั่งเศสมีบุคลิกที่โดดเด่นไม่แพ้ร็อบสัน เขามักจะลงสนามด้วยการตั้งปกคอเสื้อขึ้น อกผาย และลงไปร่ายบทเพลงอันไพเราะในสนาม

หลังจากยุคคันโตน่าก็เป็น เดวิด เบ็คแฮม ซึ่งถือเป็นนักเตะท้องถิ่นรายแรกของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่สวมใส่หมายเลขดังกล่าว เขาได้รับมันหลังจากที่คิงเอริคประกาศแขวนสตั๊ดแบบสุดช็อคในปี 1997 จากนั้นปีกชาวอังกฤษก็สร้างชื่อขึ้นมาจนโด่งดังไปทั่วโลกด้วยการสวมเสื้อตัวนี้ และเขาก็เป็นส่วนสำคัญในทีมปีศาจแดงชุดประสบความสำเร็จของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

หลังจากนั้นเมื่อเบ็คแฮมย้ายไปเล่นให้กับเรอัล มาดริดในปี 2003 เฟอร์กูสันก็จำเป็นจะต้องหานักเตะคนใหม่ที่มารับหมายเลขนี้ไปสวมใส่ต่อ และตอนนั้นมันก็ตกไปเป็นกรรมสิทธิ์ของแข้งดาวรุ่งที่ยังไม่ได้พิสูจน์ตัวเองในระดับสูงที่ชื่อว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้

เขาถูกซื้อตัวมาจากสปอร์ติ้ง ลิสบอน ตอนแรกปีกรายนี้ต้องการจะใส่เสื้อหมายเลข 28 ที่เขาเคยใส่สมัยค้าแข้งอยู่โปรตุเกสด้วย แต่สุดท้ายเขาก็รับหมายเลขที่เคยเป็นของเบ็คแฮมมาสวมใส่ นั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างชื่อตัวขึ้นมาจนกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกตลอดกาลอยู่ ณ ขณะนี้

ตั้งแต่โรนัลโด้ย้ายออกไปในปี 2009 หมายเลขดังกล่าวที่ว่างลงก็ได้กลายเป็นที่สนใจของแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดทั่วโลก เมื่อเพื่อนร่วมทีมเรอัล มาดริดของเขาคือ อังเคล ดิ มาเรีย ย้ายเข้ามาสู่ทีมปีศาจแดงในช่วงซัมเมอร์ 2014 โรนัลโด้ก็ได้ส่งอิทธิพลถึงตัวดาวเตะชาวอาร์เจนตินารายนี้ด้วย "ผมรู้ดีถึงความสำคัญของหมายเลข 7 ที่นี่" อังเคลกล่าวเอาไว้ในตอนย้ายเข้ามาด้วยค่าตัวอันเป็นสถิติของอังกฤษ "คริสเตียโน่เคยบอกผมว่ามันสำคัญขนาดไหน"

ตอนนี้หมายเลขดังกล่าวก็มีเจ้าของเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งดิ มาเรียก็กำลังตั้งเป้าที่จะใช้ฤดูกาลที่ 2 ของเขาที่อังกฤษในการสร้างชื่อตัวเองขึ้นมาเป็นหนึ่งในลิสต์ดาวเตะหมายเลข 7 ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดอยู่

SiR KeaNo
RED ARMY FANCLUB


เกี่ยวกับสโมสร
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : ยุคสมัยใหม่
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : เป็นหนึ่งเดียวทั่วโลก
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : สนามเหย้า
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : พ่อมดชาวเวลส์
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : สวรรค์ชั้นเจ็ด
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : สามประสาน
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : ยอดผู้จัดการทีม
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : สุดยอดไม่เสื่อมคลาย
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : ขุนพลชุดใหม่สู่เกียรติยศ
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : ดินแดนที่เหมือนฝัน
อ่านทั้งหมด


โปรแกรมแข่งขัน
0 - 2
สนาม เฟรนด์ส อารีน่า, สวีเดน
รายการ ยูโรป้า ลีก
วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 เวลา 01.45 น.
บอร์นมัธ 0 0
อาร์เซนอล 0 0
ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 0 0
เบิร์นลี่ย์ 0 0
เชลซี 0 0
คริสตัล พาเลซ 0 0
เอฟเวอร์ตัน 0 0
ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ 0 0
เลสเตอร์ ซิตี้ 0 0

Home © RED ARMY FANCLUB
Official Manchester United Supporters Club of Thailand
#ThaiMUSC