Home Red Glory

พรีเมียร์ลีก 2019-20...ที่สุดเลยเว้ย! (แก)
9 สิงหาคม 2562 เปิดอ่าน 269 ครั้ง


#TrueEPL
พรีเมียร์ลีก 2019-20...ที่สุดเลยเว้ย! (แก)


ไม่ว่าจะกี่ปีผ่านไปลีกฟุตบอลอันดับหนึ่งในใจของทุกคนก็ยังคงเป็นศึกลูกหนัง "พรีเมียร์ลีก" เสมอ เพราะไม่เพียงแต่จะผูกพันกันผ่านวันเวลาที่ยาวนานหลายสิบปี ในเชิงของความบันเทิงและคุณภาพแล้วพรีเมียร์ลีกคืออันดับหนึ่งของโลกอย่างแท้จริง สมกับคำนิยาม The Greatest Show on Earth

แต่ก่อนที่ #matchweek1 จะเริ่มต้นขึ้นในคืนวันศุกร์นี้ในคู่ระหว่าง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล รองแชมป์เก่าปะทะ "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" นอริช ซิตี้ ทีมน้องใหม่ที่คุ้นหน้าเป็นอย่างดี ในเวลา 02.00 น. (ชมได้ทางช่อง True Premier Football 1 และ True Premier Football 2) และยังมีเกมบิ๊กแมตช์ระดับ 5 ดาวตั้งแต่สัปดาห์แรกในเกมระหว่าง "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปะทะ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี

ลองมาดูกันว่าทำไมพรีเมียร์ลีก 2019-20 ในปีนี้ถึงจะเป็น "ที่สุดเลยเว้ย" (แก)

1) Let's talk about (Top) Six, Baby

หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกตื่นเต้นกว่าใครคือการที่มีทีมระดับท็อปถึง 6 ทีม มากกว่าลีกอื่นทุกลีก และในปีนี้บรรดาทุกทีมไม่ว่าจะเป็น "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้, "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล, "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์, "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี, "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล และ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดูทรงแล้วไม่มีใครยอมใครอย่างแน่นอน

แมนเชสเตอร์ ซิตี้: แชมป์เก่าพวกเขาปรับทัพเล็กด้วยการดึงโรดรี กองกลางห้องเครื่องอนาคตไกลมาเพื่อทดแทนแฟร์นันดินโญ ซึ่งจะถูกปรับบทเป็นตัวสำรองหรือเป็นกองหลังทดแทนการขาดหายของกัปตันทีมแว็งซองต์ กอมปานีย์ นอกจากนี้ยังได้ เจา กานเซโล่ แบ็กขวาจากยูเวนตุสมาทดแทนดานิโล่ ที่ย้ายสลับขั้วกันไป ดังนั้งต้องบอกว่าแมนฯ ซิตี้ ใกล้เคียงคำว่าสมบูรณ์แบบ และบอกได้เลยว่าปีนี้เป๊ป หวังคว้าแชมป์ 3 สมัยติดต่อกันแน่นอน

ลิเวอร์พูล: ถึงจะไม่มีการเสริมทัพใหญ่แม้แต่รายเดียวเพราะมั่นใจในทีมชุดที่คว้ารองแชมป์ประวัติศาสตร์ 97 คะแนน โดยมีนักเตะใหม่เพียงดาวรุ่งอย่าง เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก และ ฮาวีย์ เอลเลียต กับ อาเดรียน นายทวารสำรองที่มาทดแทนไซมอน มินโญเลต์ แต่ในฤดูกาลนี้เยอร์เก้น คล็อปป์ หมายมั่นปั้นมือกับขุมกำลังที่ยังไม่ได้ปล่อยพลังเต็มที่หลายรายเมื่อปีที่แล้วอย่างเช่น นาบี เกอิต้า, อเล็กซ์-อ๊อกซ์เลด แชมเบอร์เลน, โจ โกเมซ รวมถึงริอาน บรูวสเตอร์ ไอ้หนูมหัศจรรย์ที่น่าจับตามอง และจากฟอร์มในเกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์แล้ว ใครจะบอกหงส์ไม่พร้อมก็ประมาทไป

สเปอร์ส: เป็นปีที่ "ไก่เดือยทอง" ซื้อโหดเหมือนโกรธใครมา ความจริงก็คือโกรธนั่นแหละจากการที่ปีที่แล้วไม่มีนักเตะใหม่เข้ามาเสริมทีมแม้แต่รายเดียวทำให้ผลงานของทีมสะดุดไม่สามารถบี้กับแมนฯ ซิตี้และลิเวอร์พูลได้ ซึ่งจนถึงตอนนี้พวกเขากำลังจะได้นักเตะของดีมีเกรดอย่างโจวานนี โล เซลโซ, เปาโล ดีบาลา, ไรอัน เซสเซยอง มารวมกับ ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล, แจ็ค คลาร์ก ที่ได้ตัวมาก่อนหน้านี้ เมื่อรวมกับของเดิมอย่าง แฮร์รี เคน, ซอน เฮือน-มิน, เดเล อัลลี - ปีนี้ต้องลุ้นแชมป์เต็มๆแล้ว

เชลซี: เป็นปีที่ยากลำบากสำหรับสิงห์บลูส์เพราะนอกจากจะถูกลงโทษห้ามซื้อผู้เล่น 1 ปี ยังเสียสตาร์หมายเลขหนึ่งอย่าง เอเดน อาซาร์ไป และมีการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมใหม่จากเมาริซิโอ ซาร์รี เป็นแฟรงค์ แลมพาร์ด ตำนานสโมสรที่ขอกลับมาช่วยทีมอีกครั้ง แต่ทัพนักเตะเดิมของเชลซีไม่ถือว่าขี้เหร่ ยังมีน้องใหม่อย่าง คริสเตียน พูลิซิช หนึ่งในดาวรุ่งที่โดดเด่นที่สุดของยุโรป หากแลมพาร์ดรวมใจทีมได้ โอกาสจะกลับมาเปรี้ยงก็ใช่ไม่มี

อาร์เซนอล: ปีที่ 2 ของยุคหลังอาร์แซน เวนเกอร์ ในช่วงปิดฤดูกาลนี้ "ปืนใหญ่" เป็นทีมที่มีข่าวฮือฮาเรื่องการหานักเตะมากที่สุด และพวกเขาก็ทำให้แฟนๆต้องตื่นเต้นเมื่อคว้า นิโกลาส์ เปเป้ ดาวยิงเนื้อหอมของลีลล์มาครอง ซึ่งจะผนึกกำลังกับ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยัง ดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกเมื่อปีที่แล้ว และอเล็กซองด์ ลากาแซตต์ กลายเป็น Deadly Trio ที่น่าเกรงขามที่สุด ขณะที่เกมรับที่เป็นจุดอ่อนก็กำลังจะได้ดาวิด ลุยซ์มา เรียกไม่ใช่เล่นๆเลยสำหรับทีมของอูไน เอเมรี่

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ปีแห่งการฟื้นฟูทีมอย่างจริงจังสำหรับ "ปีศาจแดง" หลังล้มเหลวมา 2 ปีติด ทำให้มีการเคลื่อนไหวที่น่าตื่นเต้นด้วยการคว้าตัวนักเตะใหม่อย่าง ดาเนี่ยล เจมส์ ปีกจรวดจากสวอนซี, อารอน วาน-บิสซาก้า แบ็กขวาดาวรุ่งที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่ง และที่เปรี้ยงที่สุดคือการได้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กองหลังที่ดีที่สุดของอังกฤษในเวลานี้มาด้วยค่าตัวทุบสถิติโลกของกองหลัง 80 ล้านปอนด์ ด้วยนักเตะใหม่บวกขุมกำลังเดิม และการเตรียมทีมแบบเต็มที่จริงๆของโอเล่ กุนนาร์ โซลชา ปีนี้พวกเขาอาจจะมองไกลกว่าแค่การกลับมาท็อปโฟร์

นอกจากทีม Top 6 แล้วอีกหลายทีมก็เสริมทัพได้อย่างน่าดูชม ไม่ว่าจะเป็น แอสตัน วิลล่า ทีมน้องใหม่แต่หน้าเก่าที่ซื้อผู้เล่นถึง 12 คน (ตั้งได้อีกทีมแล้ว!) หรือเอฟเวอร์ตัน ที่ปีนี้ก็ยังสอยสตาร์เข้ามาเสริมทัพอีกเพียบ


2) VAR มาแล้ว
ในที่สุดระบบ Video Assistant Referee หรือ VAR ก็เดินทางมาถึงพรีเมียร์ลีกจนได้ ซึ่งแม้จะยังเป็นที่ถกเถียงกันมากในเรื่องที่ว่าสุดท้ายแล้ว VAR ช่วยให้การตัดสินถูกต้องแม่นยำขึ้น หรือทำให้เกิดเรื่องดราม่ามากกว่าเดิม (เหมือนในหลายรายการที่ผ่านมา) แต่เชื่อได้ว่าระบบนี้จะเป็นหนึ่งในสีสันที่อาจถึงขั้นพลิกโฉมหน้าของพรีเมียร์ลีกไปตลอดกาลเลยก็ได้

แต่สิ่งหนึ่งที่แฟนบอลที่ไม่ชินกับ VAR วางใจได้คือทางพรีเมียร์ลีกยืนยันว่า VAR จะไม่ถูกนำมาใช้พร่ำเพรื่อและหยุมหยิม เพื่อไม่ให้อรรถรสในการชมเสียไป

3) Winter is coming!
หนึ่งในเรื่องใหญ่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในพรีเมียร์ลีก หรือฟุตบอลอังกฤษเลยก็คือการพักเบรกในช่วงฤดูหนาว หรือที่เรียกกันว่า Winter Break ซึ่งเป็นสิ่งที่ลีกชั้นนำอื่นๆเขามีกันหมด แต่ลีกอังกฤษไม่เคยมีด้วยยึดมั่นในธรรมเนียมการแข่งขันช่วง Festive ตั้งแต่ Boxing Day ไปจนถึงหลังวันปีใหม่

แต่หลังโดนทักท้วงมาเยอะในเรื่องของสภาพร่างกายนักฟุตบอลที่กรอบเป็นข้าวเกรียบ ในปีนี้พรีเมียร์ลีกอนุญาตให้มีการพักเบรกในช่วงฤดูหนาวได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์! เพียงแต่จะไม่ได้ปิดพักหนีหนาวในช่วงปลายปีแบบชาวบ้านเขา โดยจะไปหยุดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์แทน และก็ไม่ได้หยุดพร้อมหน้ากันหมด เพราะจะสลับกันหยุดทีละ 10 ทีม แต่ละทีมจะได้พัก 2 สัปดาห์ เพื่อจะได้ยังมีโปรแกรมฟุตบอลให้ดูต่อเนื่องไม่ขาดตอน

4) เทรนด์ใหม่ ยุคนี้ต้องดาวุร่ง
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า 1-2 ปีที่ผ่านมาคือยุคทองของดาวรุ่งอังกฤษอย่างแท้จริง เพราะนอกจากจะเกิดเทรนด์ใหม่ที่สโมสรต่างชาติมาคว้าตัวดาวรุ่งในพรีเมียร์ลีกไปเจียระไนจากดินให้กลายเป็นดาว เหมือนรายของ จาดอน ซานโชแลล้ว แต่ละสโมสรก็หันมาโฟกัสกับเรื่องของการปั้นดาวรุ่งขึ้นมาเพื่อทดแทนการจ่ายเงินมหาศาลเพื่อซื้อซูเปอร์สตาร์ที่ยากขึ้นเรื่อยๆ

การได้ติดตามฟอร์มของนักเตะดาวรุ่งก็เป็นความสนุกอย่างนึง โดยเฉพาะหากเป็นแฟนของทีมนั้นๆจะฟินมากเป็นพิเศษ ดังนั้นแฟนผีแดงเองก็ต้องลุ้นกับ เมสัน กรีนวูด, อังเดร โกเมซ ขณะที่แฟนหงส์ก็มีดาวน่าจะเด่นอย่างริอาน บรูวสเตอร์, คิ-ยานา ฮูเวอร์, แฟนเรือใบ ต้องใส่ใจฟิล โฟเดน, แฟนสิงห์ก็มี คัลลัม-ฮัดสัน โอดอย หรือแฟนปืนมี รีส นีลสัน ว่านักเตะเหล่านี้จะเกิดได้ไหม?

5) พรีเมียร์ลีกแบบ OMNI Channel
กระแสโลกยุคใหม่เปลี่ยนไปจากเดิมมาก เมื่อพรีเมียร์ลีกกลับมาอยู่ในมือของ "ทรูวิชั่นส์" อีกครั้งจึงมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ชมทั้งในแบบออฟไลน์และออนไลน์ถึง 20 ล้านคนผ่านทุกแพลตฟอร์มของทรู โดยนอกจากการถ่ายทอดสด ยังมีรายการอีกมากมายทั้งก่อนและหลังเกม รวมถึงสีสันต่างๆให้ติดตามด้วย

ไม่ว่าอยากจะดูชัดๆบนจอใหญ่ (ดูแบบ 4K ก็ยังมีเหมือนเดิม!) หรืออยากจะดูที่ไหนก็ดูได้ผ่านมือถือก็ได้ทั้งนั้น

ง่ายๆแค่เพียง
*สมัครแพ็กเสริมใหม่ ทรู พรีเมียร์ ฟุตบอล เอชดี พลัส ดูครบ ราคาปกติ 399 บาท/เดือน
*วันนี้ราคาพิเศษ!! สมัคร ทรูวิชั่นส์ แพลทินัม ดูฟรี 3 ฤดูกาล, โกลด์ สมัครแค่ 199 บาท/เดือน, แพ็กอื่นๆ 299 บาท/เดือน
*ใช้เบอร์ทรูมูฟเอช กด *482*299*เลขสมาร์ทการ์ด# โทรออก
*หรือโทร 1242 เพิ่มเติมคลิก http://bit.ly/2GMfrYQ

พูดมาขนาดนี้ พร้อมจะลุยกันหรือยัง? :)

#ทรูพรีเมียร์ลีก #เต็มทุกอารมณ์ #TrueEPL #สดทุกจุดสุดทุกจอ #Truevisions

RED ARMY FANCLUB
RED ARMY FANCLUB


บทความ
5 เว็บ vegus ที่ดีที่สุด
พรีเมียร์ลีก 2019-20...ที่สุดเลยเว้ย! (แก)
5 แข้งฟรีเอเยนต์ที่ "แมนฯ ยู" ควรพิจารณา
บ่อน ตปท. เผยเต็งแชมป์ UCL หลังจับสลากรอบ 8 ทีม
#BigMatch4K แดงเดือด 2019 อุ่นเครื่องกับทุกเรื่องต้องรู้
สถิติ 7 นัดล่าสุดที่น่าสนใจของทัพ ปีศาจแดง แมนยู
ทีเด็ดเว็บนี้ บอกเลยเด็ดสุด
เดิมพัน กับทีมรัก มีความเสี่ยง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
เกมรุกผีในยุคมูอาจทำให้ 'อเล็กซิส' กลายเป็นดีลที่ล้มเหลว
เช็คลิสต์ 5 เว็บไซต์ ที่จะช่วยให้คุณประหยัดเงินมากที่สุดก่อนไปเชียร์ฟุตบอลที่อังกฤษ
อ่านทั้งหมด


โปรแกรมแข่งขัน
v
สนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด, อังกฤษ
รายการ พรีเมียร์ ลีก
วันที่ 20 ตุลาคม 2562 เวลา 22.30 น.
Live True Premier Football HD1



พรีเมียร์ลีก ดูฟรี!!! พีพีทีวี ช่องเดิม!

26 สิงหาคม 2562 เปิดดู 732 ครั้ง


เดนิส เออร์วิน พบแฟนๆ ณ ดินแดนลอดช่อง (ที่ไม่มีลอดช่อง)

24 สิงหาคม 2562 เปิดดู 798 ครั้ง


ลิเวอร์พูล 8 24
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 8 16
อาร์เซนอล 8 15
เลสเตอร์ ซิตี้ 8 14
เชลซี 8 14
คริสตัล พาเลซ 8 14
เบิร์นลี่ย์ 8 12
เวสต์ แฮม ยูไนเต็ด 8 12
ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ 8 11

gclub royal online

Thailand Manchester United Supporters Club (ThaiMUSC) - สมัครสมาชิก - รายชื่อสมาชิก - ซื้อตั๋วดูบอล - ข่าวสาร - ภาพกิจกรรม - คำถามบ่อย - ติดต่อชมรม

Home © RED ARMY FANCLUB
Official Manchester United Supporters Club of Thailand.
#ThaiMUSC