Home Red Glory

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน Part ll
18 เมษายน 2548 เปิดอ่าน 17,773 ครั้ง | rss


หลังจากเป็นนักฟุตบอลให้กับสโมสร ควีนพาร์ค, เซนต์ จอห์นสโตน, ดันเฟิร์มลิน, กลาสโกว์ เรนเจอร์ส, ฟอลเคิร์ค และ อาย ยูไนเต็ด แล้ว เขาก็เริ่มรับหน้าที่ผู้จัดการทีมกับ อีสต์ สเตอร์ลิงเชียร์, เซนต์ เมอร์เรน และ อเบอร์ดีน ก่อนที่จะเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมต่อจาก รอน แอตคินสัน ที่สโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในวันที่ 6 พฤศจิกายน 1986

จากการคุมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงสนามใน 13 นัดแรก เขานำทีมพบกับชัยชนะเพียง 3 ครั้งและแพ้ถึง 6 ครั้ง และเมื่อมองกลับไปในอดีตก็ง่ายมากที่จะทำให้เข้าใจว่าเหตุใดการรับตำแหน่งในแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จึงน่ากลัวนัก เขารับช่วงต่อในการดูแลทีมซึ่งไม่มีสปิริตแล้ว ทีมที่แฟนๆ ต้องโห่ร้องใส่ด้วยความไม่พอใจ และทีมที่ไม่สามารถยับยั้งความยิ่งใหญ่ของลิเวอร์พูล ได้ โดยนัดแรกของเขาก็พาทีมพ่ายให้กับอ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด 0 – 2

จากที่อยู่ในอันดับ 4 จากท้ายตารางดิวิชั่น 1 เฟอร์กี้ปรับผังและรูปแบบของทีมใหม่ และเขาก็สามารถนำทีมทะยานขึ้นไปถึง 11 อันดับได้ด้วยการที่ไม่ต้องซื้อนักเตะใหม่เลยแม้แต่คนเดียว ถึงตอนนั้นเขามีหน้าที่หลักก็คือการเปลี่ยนแปลงสโมสร เพราะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยได้ชื่อว่าเป็นทีมที่เล่นฟุตบอลได้ตื่นตาตื่นใจทีมหนึ่งแต่กลับไม่ค่อยประสบความสำเร็จเมื่อดูในตารางคะแนน จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ก็ดูเหมือนว่าจะมีนักเตะจากทีมเยาวชนที่ได้ขึ้นมาประดับวงการฟุตบอลมีจำนวนน้อยลงเรื่อยๆ

ย้อนไปถึงฤดูกาลแรกของเขา เฟอร์กี้ได้ซื้อตัวนักเตะอย่าง วิฟ แอนเดอร์สัน, สตีฟ บรูซ และ ไบรอัน แม็คแคลร์ ในฤดูกาล 1988/89 เขาพาทีมได้อันดับที่ 11 ของตาราง และได้อันดับที่ 13 ในฤดูกาล 1989/90 ในตอนนั้นแฟนๆ ยังไม่ค่อยมั่นใจในตัวเขามากนัก และเมื่อถึงวันครบรอบ 3 ปีที่เขาคุมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็มีแฟนๆ กลุ่มหนึ่งชูป้าย “3 ปีก็พอแล้ว ขอบใจนะเฟอร์กี้” และหลังจากนั้นเขาก็ยังจดจำได้ดีถึง “ธันวาคมแห่งความมืดมน” ซึ่งมันเป็นช่วงเวลาที่ตกต่ำและน่าผิดหวังที่สุดของเขา

ฟอร์มที่ย่ำแย่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในลีกยังคงดำเนินต่อไป แต่อย่างน้อยแฟนๆ ก็ยังพอมีฟุตบอลถ้วยมาปลอบใจ ในวันที่ 17 พฤษภาคม 1990 ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีที่แฟนๆ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ลิ้มรสการคว้าแชมป์ เมื่อสามารถคว้าถ้วยเอฟเอ คัพ มาครองได้ด้วยชัยชนะเหนือ คริสตัล พาเลซ และหลังจากนั้นก็ดูเหมือนว่าทีมจะกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง

ในปี 1991 พวกเขาได้ถ้วยแชมป์ลีก คัพ และชนะบาร์เซโลน่า 2-1 ในศึก ยูโรเปี้ยน คัพ วินเนอร์ส คัพ รอบชิงชนะเลิศ แต่อย่างไรก็ดี ถ้วยลีก ยังคงเป็นสิ่งหนึ่งที่ทุกคนต้องการให้มาอยู่ที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด

ในฤดูกาล 1991/92 พวกเขาก็เกือบจะทำได้ แม้ว่าจะเล่นได้ดีมาตลอดทั้งฤดูกาลแต่ก็ต้องพลาดถ้วยแชมป์ให้กับลีดส์ ยูไนเต็ด แต่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังสามารถเอาถ้วยมาประดับ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ได้เมื่อพวกเขาเอาชนะ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 1-0 ในลีก คัพ รอบชิงชนะเลิศ

แล้วในที่สุดเวลาของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็มาถึง แม้ว่าจะมีคู่แข่งที่สำคัญอย่างแอสตัน วิลล่า แต่เฟอร์กี้ ก็สามารถนำลูกทีมขึ้นไปรับถ้วยพรีเมียร์ ลีก มาครอบครองได้สำเร็จในปี 1992/93 และทำให้การรอคอย 26 ปีสิ้นสุดลง “การได้แชมป์หลังจากที่รอคอยมาเป็นเวลา 26 ปีที่ต้องพบกับความกดดันและการด่าทอต่างๆ นานา เราเห็นได้ชัดเลยว่าเรามีนักเตะที่มีพรสวรรค์มากมาย และตอนนี้โลกก็ได้กลับมารู้จักพวกเขาได้ดีพอๆ กับผู้จัดการทีมนี่ล่ะ” เฟอร์กี้ กล่าว

ชัยชนะครั้งนี้ยังช่วยให้เขาได้ตำแหน่ง “ผู้จัดการทีมแห่งปี” ไปครองด้วย และเขาก็ยังได้ตำแหน่งนี้อีกในปีต่อมา และยังสามารถนำทีมกลายเป็น 1 ใน 6 ทีมที่สามารถคว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้ คือทั้งแชมป์ลีก และเอฟเอ คัพ

การคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก ในปี 1993 นี้ทำให้เขากลายเป็นผู้จัดการทีมคนแรกที่สามารถนำทีมทั้งในอังกฤษและในสกอตแลนด์ คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศได้ และเขาก็ยังเป็นผู้จัดการทีมคนที่ 2 ต่อจาก โยฮัน ครัฟฟ์ ที่สามารถนำทีมจาก 2 ประเทศคว้าแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ วินเนอร์ส คัพ ได้

ในช่วงเริ่มฤดูกาล 1995 อะไรๆ ก็ดูสวยงามไปหมดสำหรับเฟอร์กี้ เมื่อเขาได้รับรางวัล C.B.E. และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ได้คว้าตัวแอนดี้ โคล เข้ามาร่วมทีมด้วยค่าตัว 7 ล้านปอนด์ จากนิวคาสเซิล และก็สามารถเอาชนะทีมคู่แข่งในขณะนั้นอย่างแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 1-0 ในโอลด์ แทรฟฟอร์ด แต่แล้วในวันที่ 25 มกราคม ก็เหมือนจะเป็นจุดเริ่มต้นของฤดูกาลที่โหดร้ายของทีม เมื่อเอริค คันโตน่า กระโดดถีบแฟนบอลคริสตัล พาเลซ และทำให้ต้องถูกแบนถึง 9 เดือน หลังจากนั้นทีมก็ไม่สามารถเอาชนะเวสต์แฮม ได้และก็แพ้ต่อเอฟเวอร์ตัน ในนัดชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ นั่นส่งผลให้ฤดูกาลนี้ไม่มีถ้วยใดๆ มาประดับโอลด์ แทรฟฟอร์ด เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี

เมื่อถึงฤดูกาล 1995/96 ทีมกลับไม่มีนักเตะที่เคยมีส่วนสำคัญต่อทีมอย่าง เอริค คันโตน่า, มาร์ค ฮิวจ์ส, อังเดร แคนเชลสกี้ส์ และ พอล อินซ์ เพราะภาพต่างๆ เกี่ยวกับพวกเขากลับถูกลบด้วย นักเตะเด็กๆ ซึ่งมีรุ่นพี่อย่างคันโตน่า คอยประคับประคองเกม และพวกเขาก็สามารถคว้าดับเบิ้ลแชมป์ ให้กับทีม ซึ่งในขณะนั้นมีนักเตะที่อายุต่ำกว่า 21 ปีมากกว่า 5 คนในทีมและพวกเขาเองก็เลื่อนชั้นมาจากทีมเยาวชนของสโมสรนั่นเอง

ต่อมา ความคาดหวังในฤดูกาลหลังๆ ของทีมก็อยู่ในระดับที่สูงตลอด และในช่วงซัมเมอร์ เฟอร์กี้ ก็ได้ซื้อโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ และ รอนนี่ ยอร์นเซ่น เข้ามาร่วมทีม และในเดือนพฤศจิกายน 1996 เฟอร์กี้ ก็ฉลองการคุมทีมครบ 10 ปี ซึ่งเป็นผู้จัดการทีมที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ เซอร์ แมตต์ บัสบี้ และในฤดูกาลนี้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็คว้าถ้วยพรีเมียร์ ลีก มาครองเป็นถ้วยที่ 4 ของสโมสร และก็เป็นอีกครั้งที่เฟอร์กี้ ได้รางวัล “ผู้จัดการทีมแห่งปี”

สถานะของเขายังคงไปได้สวยในฤดูกาล 1998/99 เมื่อทีมสามารถสร้างปาฏิหารย์ คว้า 3 แชมป์ พรีเมียร์ ลีก, เอฟเอ คัพ และ ยูโรเปี้ยน คัพ และนั่นก็ทำให้เขากลายเป็นผู้จัดการทีมที่ยังทำงานอยู่คนแรกที่ได้เดินทางไปยังพระราชวังบัคกิ้งแฮม เพื่อรับพระราชทานตำแหน่ง “ท่านเซอร์”

ในฤดูกาลถัดมา 1999/2000 ความกดดันก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับแมนชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อพวกเขาต้องลงแข่งขันในฐานะแชมป์เก่าถึง 3 ถ้วย และแม้ว่าพวกเขาจะพ่ายต่อเรียล มาดริด ในฟุตบอลยุโรปแต่ก็ยังสามารถคว้าถ้วยพรีเมียร์ ลีก ถ้วยที่ 6 ของสโมสรได้ และ เซอร์ อเล็กซ์ ก็ยังเป็นผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คนแรกที่ได้ชูถ้วย อินเตอร์ คอนติเนนทัล คัพ หลังจากทีมปีศาจแดง เอาชนะ พาลไมลาส 1-0 โดยการทำประตูของ รอย คีน และนั่นก็ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นทีมจากเกาะอังกฤษทีมแรกที่ทำได้เช่นนี้ด้วย

ผู้จัดการทีมยังคงสร้างประวัติศาสตร์ต่อไปในปี 2000/01 เมื่อนำทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก อีกครั้ง และในครั้งนี้พวกเขาคว้าแชมป์ตั้งแต่เดือนมกราคมเลยทีเดียว เมื่อมีแต้มนำทีมอันดับ 2 อย่างอาร์เซนอล ถึง 15 แต้ม อย่างไรก็ดี ฟอร์มการเล่นในฟุตบอลยุโรปก็ยังคงน่าผิดหวังเมื่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พ่ายต่อบาเยิร์น มิวนิค ในรอบควอเตอร์ ไฟนอล

แม้ว่าในฤดูกาล 2001/02 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะจบฤดูกาลมือเปล่าเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 13 ปี แต่สโมสรก็ได้รับข่าวดีว่า เซอร์ อเล็กซ์ ตัดสินใจที่จะต่อสัญญากับทีมออกไปอีก 3 ปี รวมทั้งการที่ทีมซื้อตัวศูนย์หน้าอย่าง รุด ฟาน นิสเตลรอย และฟอร์มของเขาก็ไม่ทำให้ทีมต้องผิดหวัง เมื่อเขาทำประตูได้ถึง 36 ประตูในฤดูกาลแรก และในฤดูกาล 2002/03 เขาก็สามารถนำทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ลีกได้อีกเป็นครั้งที่ 8 ในรอบ 11 ปี

คุณรู้หรือไม่ว่า...?
• เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้รับการโหวตให้เป็น “โค้ชที่ดีที่สุดของยุโรป” ในงานเลี้ยงของยูฟ่าปี 1999

• เขามีความหลงใหลในดนตรีและอยากที่จะเป็นนักดนตรี และเมื่อใดก็ตามที่เขามีเวลาว่างเราจะเล่นเปียโน

• เมื่อตอนที่เขายังเด็ก เขาชอบที่จะปีนกำแพงเพื่อเข้าไปดู กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ทีมสุดรักของเขา ซึ่งเขาก็สามารถเข้าไปร่วมเล่นกับทีมในดวงใจได้ในที่สุด

• เขาเกิดในคืนวันปีใหม่ (31 ธันวาคม) ซึ่งเป็นวันเดียวกับอดีตกัปตันทีมอย่างสตีฟ บรูซ

• เขาเป็นเจ้าของม้าแข่งหลายต่อหลายตัว และเขาก็ชอบที่จะไปชมม้าแข่งอยู่เป็นประจำ

Opal
RED ARMY FANCLUB


บทความ
ทีเด็ดเว็บนี้ บอกเลยเด็ดสุด
เดิมพัน กับทีมรัก มีความเสี่ยง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
เกมรุกผีในยุคมูอาจทำให้ 'อเล็กซิส' กลายเป็นดีลที่ล้มเหลว
เช็คลิสต์ 5 เว็บไซต์ ที่จะช่วยให้คุณประหยัดเงินมากที่สุดก่อนไปเชียร์ฟุตบอลที่อังกฤษ
แนะนำนักเตะ... ไทเรลล์ วาร์เรน
แนะนำนักเตะ... โร-ชอน วิลเลี่ยมส์
5 สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเกมชนะสโต๊ค ซิตี้ 3 - 0
5 สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเกมแพ้เซาแธมป์ตัน 0 - 1
5 สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเกมชนะลิเวอร์พูล 0 - 1
5 สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเกมเสมอนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 3 - 3
อ่านทั้งหมด


โปรแกรมแข่งขัน
v
สนาม แอนฟิลด์, อังกฤษ
รายการ พรีเมียร์ ลีก
วันที่ 16 ธันวาคม 2561 เวลา 23.00 น.
Live beIN SPORTS 1, PPTV HD



ลายเซ็นจาง อดีตกองกลาง แมนฯ ยูไนเต็ด

11 พฤศจิกายน 2561 เปิดดู 453 ครั้ง


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1 - 1 วูล์ฟแฮมป์ตัน | ThaiMUSC Match Day Party

27 กันยายน 2561 เปิดดู 1,532 ครั้ง


ลิเวอร์พูล 16 42
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 16 41
ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ 16 36
เชลซี 16 34
อาร์เซนอล 16 34
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 16 26
เอฟเวอร์ตัน 16 24
บอร์นมัธ 16 23
เลสเตอร์ ซิตี้ 16 22


Thailand Manchester United Supporters Club (ThaiMUSC) - สมัครสมาชิก - รายชื่อสมาชิก - ซื้อตั๋วดูบอล - ข่าวสาร - ภาพกิจกรรม - คำถามบ่อย - ติดต่อชมรม

Home © RED ARMY FANCLUB
Official Manchester United Supporters Club of Thailand.
#ThaiMUSC