Home Red Glory

I am "Park The Bus"

อัพเดทข่าว พูดคุยสนทนา เกี่ยวกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

Moderator: เบคแก้ว, ปอ

I am "Park The Bus"

โพสต์โดย formen » จันทร์ พ.ย. 06, 2017 02:53

ลูกากูกับโมราต้าความสามารถไม่ต่างกันหรอกแต่มันต่างกันที่โมราต้าได้บอลเยอะกว่าเพราะตัวผู้เล่นเชลซีทำเกมไหลลื่นทำให้โมราต้ามีส่วนร่วมกับเกมตลอดเห็นได้ชัดเลยว่าการเลือกซื้อตัวผู้เล่นของแมนยูมีความสามารถในการทำเกมรุกต่ำกว่าผู้เล่นในระดับท๊อปของตารางในเรื่องความสามารถเฉพาะตัวความแม่นยำไม่ว่าจะเป็นด้านข้างยังวาเลนเซียกากทั้งคู่ตรงกลางมาติช เอเรล่าอย่างที่บอกไม่มีพิษสงอะไรเลยเมื่อเทียบกับผู้เล่นในยุคของเฟอร์กี้...ขาดป็อกไปคนเดียวเกมรุกไม่มีลุ้นต้องรอดูว่าถ้าป๊อกกลับมาจะดีกว่านี้ไหมแต่ถ้าเรื่องลุ้นแชมป์คงเลิกหวังเมื่อจะเหลืออีกหลายนัดทีมที่ทำเกมรุกได้ไม่ดียังไงก็ไม่ถึงแชมป์
formen
ทดสอบฝีเท้า
ทดสอบฝีเท้า
 
โพสต์: 57
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ย. 14, 2016 21:41

Re: I am "Park The Bus"

โพสต์โดย formen » พุธ พ.ย. 08, 2017 14:00

เกมบิ๊กแมตช์ เมื่อสองวันก่อน เชลซี เฉือนชนะแมนฯยูไนเต็ดไป 1-0 จากลูกโหม่งของโมราต้า ซึ่งหลังจบเกมหนึ่งวัน อาซาร์ พาหมาของเขาไปเดินเล่นแถวบ้าน โดยเขามีหน้าที่ต้องคอยจับตา และประกบสุนัขทั้งสองไมให้วิ่งไปที่ห่างมือจนเกินไป
ทำให้อาซาร์โพสต์ลง แคปชั่นรูปในไอจี แอบจิกกัดผีแดงเบาๆว่า "หน้าที่ของผมในวันนี้ ง่ายกว่าเมื่อวานนี้ ในการเจอกับนักเตะแมนฯยูไนเต็ดนิดนึง"

เอ็งจะว่านักเตะแมนยูว่ามันกากใช่ไหม..แต่มันก็อย่างที่เขาว่านั่นล่ะนักเตะแมนยูชุดปัจจุบันตัวเดิมๆเล่นเปิดบอลส่งบอลก็ยังกากเหมือนเดิมความสามารถเฉพาะตัวต่ำเฮนริค มคิทาร์ยานไม่มีบทบาทอะไรเลยแต่ยังได้ลงเล่นวิธีการเล่นแบบนี้ไม่เอื้อต่อศูนย์หน้าแบบ โรเมลู ลูกากู เลยแล้วจะให้พี่แกสับเท้ายิงยังไงในเมื่อหน่วยสนับสนุนตรงกลางหรือซ้ายขวามันกากซะขนาดนั้นทำให้เกมรุกเป็นหง่อยแต่ถึงกระนั้นลูกากูก็ยังห่างชั้นกับคำว่า”คลาส”อยู่ดีไม่ใช่นักเตะประเภทที่สร้างความแตกต่างให้กับทีมเมื่อต้องเผวิญหน้ากับทีมที่สูงวรรณะกว่าผิดกับโมราต้าฉะนั้นฉะนี้ทีมแมนซิ ลิเวอร์พูล สเปอร์ เชลซีทีมของเขาเกมรุกจะดูวูบวาบกว่าแต่ก็นั่นล่ะเราหวังว่านี่ยังไม่ใช่ทีมที่มูรินโญ่ต้องการ
เดอไซยี่ กล่าวว่า "เขาต้องเป็นมูรินโญ่ต่อไป เขารู้ศักยภาพของทีม เขาดูเหมือนยังไม่ได้ทีมที่เขาต้องการ ลองเปรียบเทียบกับกวาร์ดิโอล่า ซึ่งเลือกเองว่านักเตะจะอยู่หรือไป มูรินโญ่ยังต้องรับมือกับนักเตะบางคนที่เขาไม่อยากได้อยู่ในระบบ เขาทำได้ดีนะ ผมหวังว่า ยูไนเต็ด จะเจิดจรัสแบบยุคของเฟอร์กูสัน แต่มันยาก ทุกครั้ง ทุกเกม นักเตะและผู้จัดการทีมแบกประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่เอาไว้ เพราะฉะนั้น ต้องให้เวลาเขา"
formen
ทดสอบฝีเท้า
ทดสอบฝีเท้า
 
โพสต์: 57
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ย. 14, 2016 21:41

Re: I am "Park The Bus"

โพสต์โดย formen » พุธ พ.ย. 08, 2017 14:47

formen
ทดสอบฝีเท้า
ทดสอบฝีเท้า
 
โพสต์: 57
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ย. 14, 2016 21:41

Re: I am "Park The Bus"

โพสต์โดย UpToGru » พุธ พ.ย. 08, 2017 18:24

ก็ไม่แปลกใจ ที่ น้ามู ไม่จับมือ อาซาร์
๐ข้อความตามความรู้สึกส่วนบุคคล เป็นเพียงความคิดเห็นในอีกแง่หนึ่ง โปรดใช้ สมองส่วนบนในการอ่าน๐
๐ยามคุณมีคุณแอบกิน ผมแปลกใจ ยามผมกิน คุณเมียงมอง ผมข้องใจ คุณกินผมกินไม่แปลกอะไร คุณกินผมควัก ผมหนักใจ๐
ภาพประจำตัวสมาชิก
UpToGru
ผู้เล่นชุดใหญ่
ผู้เล่นชุดใหญ่
 
โพสต์: 2840
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ ก.ย. 13, 2008 22:30

Re: I am "Park The Bus"

โพสต์โดย formen » พฤหัสฯ. พ.ย. 09, 2017 21:27

ความเคลื่อนไหวของถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ล่าสุด มีรายงานว่า โชเซ่ มูรินโญ่ เทรนเนอร์ฝีปากกล้าชาวโปรตุเกส วัย 54 ปี แสดงความไม่พอใจและโมโหมาก
หลังจากที่บอร์ดบริหาร "ผีแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะไม่ให้เงินใช้ชอปปิ้งซื้อผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาเสริมทัพในช่วงตลาดเดือนมกราคมปีใหม่นี้

ตามรายงานข่าวระบุว่า ในช่วงเวลา 18 เดือน ที่อดีตนายใหญ่เชลซี กุมบังเหียนผีแดง ผลาญเงินไปแล้วถึง 300 ล้านปอนด์ (ราว 13,000 ล้านบาท)
จึงทำให้บอร์ดบริหารจะไม่สนับสนุนหรือดำเนินการเรื่องการเสริมทัพตามที่ มูรินโญ่ ต้องการอีก และหากจำเป็นจริงๆ จะต้องขายนักเตะในทีมออกไปก่อน ถึงจะให้ซื้อเข้ามาเพิ่มได้

รีบขายด่วนเลยตัวกากๆเต็มทีมยังไงก็ไม่มีทางได้แชมป์ซื้อตัวรุกดีกว่า
formen
ทดสอบฝีเท้า
ทดสอบฝีเท้า
 
โพสต์: 57
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ย. 14, 2016 21:41

Re: I am "Park The Bus"

โพสต์โดย UpToGru » ศุกร์ พ.ย. 10, 2017 12:14

ขายอะ ขายได้

แต่ จำนวนตัวที่ขายไป มันจะสมดุลกับ จำนวนที่ ซื้อเข้าหรือเปล่า

ลองตีราคา เล่นๆ ตัวที่ แฟนบอล หลายคนคิดว่าจะขาย

แล้วลองตีราคา ตัวที่ เป็นข่าว หรือ ตัวที่แฟนบอล ต้องการ

เงินที่ขายได้ กับ เงินที่จะต้องซื้อ 555555
นี่ ยังไม่รวมเรื่อง ค่าเหนื่อยอีกนะ 555555

ซื้อได้ แต่ออกไป 5 อาจจะได้กลับมา 2
พอเจ็บ หาตัวทดแทน ลำบากอีก

555555
๐ข้อความตามความรู้สึกส่วนบุคคล เป็นเพียงความคิดเห็นในอีกแง่หนึ่ง โปรดใช้ สมองส่วนบนในการอ่าน๐
๐ยามคุณมีคุณแอบกิน ผมแปลกใจ ยามผมกิน คุณเมียงมอง ผมข้องใจ คุณกินผมกินไม่แปลกอะไร คุณกินผมควัก ผมหนักใจ๐
ภาพประจำตัวสมาชิก
UpToGru
ผู้เล่นชุดใหญ่
ผู้เล่นชุดใหญ่
 
โพสต์: 2840
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ ก.ย. 13, 2008 22:30

Re: I am "Park The Bus"

โพสต์โดย formen » ศุกร์ พ.ย. 10, 2017 17:29

แฟร้งค์ แลมพาร์ด ตำนานแข้งเชลซี ชี้ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นโค้ชที่ต้องการชัยชนะ และมีแนวทางการทำงานของตัวเองเพื่อคว้าแชมป์มาครอง แต่ชี้หาก "ปีศาจแดง" มือเปล่า ก็จะมาโทษ มูรินโญ่ คนเดียวไม่ได้ เพราะต้องมองไปที่คุณภาพของทีมด้วย

แฟร้งค์ แลมพาร์ด ตำนานกองกลางเชลซีและทีมชาติอังกฤษ ปกป้อง โชเซ่ มูรินโญ่ นายเก่าชาวโปรตุเกส ไม่สมควรโดนวิจารณ์ถ้าหากไม่สามารถพา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ลีกมาครองในปีนี้ได้ เพราะต้องยอมรับว่าทีมนำจ่าฝูงตอนนี้อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รวมถึง เชลซี น่าจะมีขุมกำลังที่มีคุณภาพมากกว่า

มูรินโญ่ คุมทีม "ปีศาจแดง" เป็นปีที่สอง และโดนวิจารณ์แล้วเพราะทีมเล่นไม่สวย และตามหลัง ซิตี้ ทีมเพื่อนบ้านอยู่ถึง 8 คะแนน และหากฟอร์มไม่กระเตื้องก็อาจโดนทีมใหญ่ทีมอื่นๆ แซงหน้า เพราะปัจจุบันทีมมี 23 คะแนนเท่า สเปอร์ส ตามมด้วย เชลซี 23 แต้ม, ลิเวอร์พูล กับ อาร์เซน่อล มี 19 แต้มเท่ากัน

อย่างไรก็ตาม หาก ยูไนเต็ด ลงเอยด้วยการพลาดแชมป์ลีก แลมพาร์ด ที่คว้าแชมป์กับเชลซี 3 สมัย โดยเป็นแชมป์กับมูรินโญ่ 2 สมัย ไม่คิดว่า มูรินโญ่จะต้องเป็นคนผิด "มูรินโญ่เป็นผู้จัดการทีมที่ต้องการชัยชนะ และเขามีวิธีชนะเสมอ มันคนละแบบกับเป๊ป กวาร์ดิโอล่า และคนละแบบกับอันโตนิโอ คอนเต้ มันเป็นแนวทางของเขา ถ้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ได้แชมป์ลีก ผมว่ามันเป็นเรื่องคุณภาพของนักเตะ"

"แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีขุมกำลังแข็งแกร่งมากปีนี้ เชลซีก็ยังมีทีมที่แข็งแกร่งเหมือนกัน และผมมองว่า ทีมตัวจริง ถ้าทุกคนฟิตนะ เชลซีเป็นทีมที่แกร่งสุดๆ ผมไม่คิดว่าจะไปโทษผู้จัดการทีมได้ และผมคิดว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะสู้ไปจนจบซีซั่น เอาไว้มาคอยดูกัน"

ใครๆเขาก็มองออกว่าคุณภาพนักเตะแมนยูมันกาก.......พวกคุณอาจจะเป็นนักเตะที่ดีแต่คุณภาพก็แค่เกรด B
formen
ทดสอบฝีเท้า
ทดสอบฝีเท้า
 
โพสต์: 57
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ย. 14, 2016 21:41

Re: I am "Park The Bus"

โพสต์โดย formen » เสาร์ พ.ย. 11, 2017 22:54

อ่านจากคอลัมนิสต์

คนกลัว "แพ้'" มากกว่าอยาก "ชนะ"


ผู้เชี่ยวชาญทางสถิติปั๊มตัวเลขออกมาตีแผ่ว่า หากอัตราการทะลวงตาข่ายของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังร้อนแรงแบบที่ผ่านมาสิบเอ็ดเกมแล้ว เมื่อถึงสิ้นสุดซีซั่นทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะจารึกหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ด้วยการยิงได้ถึง 133 ลูก
ใช่ครับ นั่นเป็นการคาดเดาและเป็นการอาศัยหลักทางคณิตศาสตร์มาวิเคราะห์
ภายใต้ความมืดของท้องฟ้า แสงสปอตไลต์ที่สาดส่องลงผืนหญ้าที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ทำให้เห็นร่างนักเตะชุดน้ำเงินกับแดงวิ่งไล่กวดลูกหนังลูกเดียวท่ามกลางเสียงกรีดร้องจากสิ่งมีชีวิตร่วมสี่หมื่น เป็นเกมที่สนุกพอประมาณ เป็นเกมที่ตื่นเต้นพอใช้ได้
"ผมไม่สนใจสถิติพวกนั้นหรอก ผมรู้แต่ว่าที่ผมดูจากข้างสนาม รอมมีโอกาสทำประตูได้แต่โดนเซฟ เขาเล่นได้ดีตามสายตาของผม" คนที่พูดประโยคนี้ก็เป็นคนที่คุณก็รู้ว่าใคร เขาออกมาปกป้องลูกน้องตัวเองหลังจากมีนักข่าวชูมือถามถึงอีกเกมที่หัวหอกเจ้าของค่าหัว 75 ล้านปอนด์ไม่เป็นโล้เป็นพาย โดยไม่มีโอกาสได้สัมผัสบอลในกรอบเขตโทษเชลซีเลย
ไม่ต้องพึ่งคอมพิวเตอร์ ใช้นิ้วนับก็รวมที่ได้สัมผัสบอล... 24 ครั้ง
ใครบางคนอาจอยากอุทาน "โอ้ววว พระเจ้า มีพัฒนาการเหมือนกันนะเรา เยอะกว่าวันแดงเดือด!!!"
หากใครที่ยักไหล่พลางบ้วนน้ำลายบอก "ไม่สนสถิติ" ก็เป็นคนที่วันแถลงข่าวก่อนเกมเพิ่งผายมือพูดใส่ไมโครโฟนเองว่า "คุณจะเขียนอะไรก็ได้แต่อย่าลืมตัวเลข 25 โทรฟี่ด้วย"
ถูกต้องครับ 25 แชมเปี้ยนเป็นจำนวนเกียรติยศที่โค้ชโปรตุกีสไขว่คว้าได้บนเส้นทางสายนี้
ถึงกระนั้น ความยียวนหรือการที่ชอบทำตัว "ว่าแต่เขา อิเหนาเอาซะเอง" ไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้นาทีนี้นครแมนเชสเตอร์ฉาบด้วยสีฟ้าไปทั่วหรอก จากที่เคยเบียดแข่งกันชนิดหายใจรดต้นคอกลับมามีระยะห่างถึง 8 แต้ม แม้ยังไม่เข้าสู่เดือนสุดท้ายของหน้าปฏิทินเลย
นับแต่ก่อตั้งพรีเมียร์ลีกมา ไม่มีหรอกครับที่จะมีซีซั่นไหนจ่าฝูงทิ้งทีมอันดับสองมากเท่านี้ อย่าลืมว่านี่ก็ยังเป็นปีที่เราต่างเชื่อว่าคงแย่งกันเข้มข้นที่สุด ดูการเสริมทัพ ดูจากการเติบโตขึ้นของทีมอย่างท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ตลอดจนถึงเป็นปีที่สองการคุมของมูรินโญ่ด้วย ซึ่งที่ผ่านมามักลงเอยด้วยการจูบถ้วย
ยังแน่ ยังเร็วไปที่จะฟันธง
หากก้อนตะกอนที่เกิดขึ้นที่ทุกคนเห็นก็คงหลีกเลี่ยงมิได้ต้องวิพากษ์ถึงกุนซือผู้มี "25 โทรฟี่" ติดสองบ่า เขาจะมีปรัชญาของตัวเองอย่างไรก็ช่าง เป็นสิทธิของคุณแต่ยิ่งเขายึดมั่น ยึดถือและไม่ปล่อยว่าง ก็ยิ่งจะสะท้อนถึงความต่างและความห่างจากคู่แข่งตลอดชาติผู้มีชื่อว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า
สถิติ 10 ครั้งหลังสุดที่อดีตเทรนเนอร์เรอัล มาดริด พาทีมตัวเอง (รวมเชลซีภาคสอง) ด้วยบุกรังสโมสรท็อปซิกซ์ของประเทศสะกดได้อย่างน่าทุเรศทุรังยิ่ง : 10 เกม เสมอ 5 แพ้ 5 ยิงได้แค่ 1 ลูก!!!
ถ้านี่เป็นคริสตัล พาเลซ เป็นซันเดอร์แลนด์หรือเป็นฮัลล์ ซิตี้ ก็ว่าอย่าง
ผมเข้าใจว่าต่างยุค ต่างสมัย ผมก็ยังเชื่อว่าแฟนผีต้องลืมไปซะความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ตอน เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ปกครอง ทว่านี่มันไม่ใช่แล้ว
1. มันไม่ใช่ผลงานของสโมสรที่มีโลโก้อสูรผู้อยากจะท้าชิงบัลลังก์ทุกปี
2. มันยิ่งไม่ใช่เร็กคอร์ดของหนึ่งในผู้จัดการทีมที่ดีสุดของโลกยุคปัจจุบัน
"You are not special any more" กระหึ่มสแตมฟอร์ด บริดจ์ ช่วงท้ายๆ ของเกมเมื่อวันอาทิตย์ โดยที่กล้องทีวีก็แพนไปยังมูรินโญ่ที่ยืนจ้องมองเกมด้วยแววตาที่ศิโรราบให้แล้วต่อสกอร์
อืมมม คุณไม่ใช่ "สเปเชียล วัน" อีกต่อไป...
จะใช่ได้อย่างไรต่อสถิติเลวๆ เหมือนพวกทีมรองบ่อนแบบนั้น
ย้อนกลับไปวันที่เปิดโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เฉือนท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สำเร็จ 1-0 ก็ต้องอธิบายว่ามันเป็นความบังเอิญของการลงล็อกมากกว่าจะมาจากการซักซ้อม ลูกที่ ดาบิด เด เคอา เตะโด่งมาเข้าศีรษะ โรเมลู ลูกากู ก่อนบอลเด้งเข้าหา อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ย่อมไม่ได้เป็นสิ่งที่เตรียมเอาไว้ มันเป็นยุทธวิธีที่ถูกสั่งให้ทำบนสถานการณ์แบบนั้น ทั้งสภาพอากาศฝนตกตลอด ทั้งการต่อบอลก็โดนเกมเพรสเร็วของไก่เข้าบีบ
มาดูประตูของเชลซีซิครับ มันเหมือนการรีเพลย์เทปจากสัปดาห์ก่อนๆ หรือเปล่า
ลูกครอสจากฝั่งขวาจาก เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า เข้าไปกลางเขตโทษให้ อัลบาโร่ โมราต้า ปิดบัญชี นี่เป็นแอสซิตส์ลูกที่ 5 แล้วที่กองหลังสเปนส่งให้กองหน้าสเปน สูงสุดของลีกกว่าทุกๆ พาร์ตเนอร์ด้วย
นี่ต่างหากมาจากการฝึกซ้อมในแต่ละวัน เป็นหนึ่งในหมากที่ อันโตนิโอ คอนเต้ ตระหนักว่ายามที่ปีกสองฝั่งหรือวิงแบ็กสองข้างถูกประกบตายก็ต้องอาศัยการเติมขึ้นมาของสต็อปเปอร์
มูรินโญ่อาจเอาระบบกองหลังสามตัวมาใช้ แต่ความต่างคือปราการหลังจะยืนเรียงไลน์เดียวกันแทบไม่มีพาบอลไปข้างหน้าเลย
เอริก ไบยี่, คริส สมอลลิ่ง กับ ฟิล โจนส์ เหมือนถูกโซ่ตรวนว่าห้ามไปสูงเลย 40 หลาจากประตูตัวเอง โดยสิ่งนี้ก็เหมือนกับวันเจอสเปอร์สที่ผมได้เขียนไปแล้วว่าทั้ง โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ กับ แยน แฟร์ต็องเก้น ก็จะหาจังหวะเติมยามพื้นที่เปิด
อืมมม ระบบเดียวกันแต่รายละเอียดก็สะท้อนความเป็นมูรินโญ่เต็มๆ
ก็ยังมีคนชี้นำถึงฟอร์มการเล่นของผู้เล่นปีศาจบางคนที่ดร็อปลงโดยเฉพาะ เฮนริค มคิทาร์ยาน หลังเปิดซีซั่นฉูดฉาด ทว่าอย่าลืมด้วยว่าช่วงหลังโปรแกรมของทีมยากกว่าตอนต้น นอกจากนั้นผู้เล่นคุณสมบัติอย่าง "มคิ" ก็จะไปงัดของวิเศษออกมาได้อย่างไรเมื่อต้องอยู่ภายใต้แท็กติกน่าอึดอัด
พอมูรินโญ่งัดรถบัสไปวางที่แอนฟิลด์ เกมแดงเดือดน่าเอาตัวซุกใต้ผ้าห่มก็โดนด่า
พอเปิดหน้าบุกเยอะขึ้นหน่อย (แต่ยังระวังตามสไตล์) ก็มีจุดอ่อนโผล่ขึ้นมา เกมรับมีรูให้คู่แข่งเจาะ ขณะที่เกมรุกก็เหมือนเก้ๆ กังๆ กลายเป็นนักมวยที่เหมือนจะเดินบุกแต่ก็ไม่จู่โจมเต็มที่ ได้แค่แย็บแล้ววนไปบนเวที
ครับ บอลเอนเตอร์เทนล้มเหลวหรือไปไม่ถึงฝั่งฝันก็มี ตัวอย่างชัดเจนก็ลิเวอร์พูลของ เจอร์เก้น คล็อปป์ หรือหมุนเข็มนาฬิกากลับไปกลางทศวรรษ 90 ก็นิวคาสเซิ่ลยุค เควิน คีแกน
ปัญหาบนคิ้วที่ขมวดหากันของบรรดาเร้ด อาร์มี่ส์คือ ฤดูกาลนี้จาก 11 เกมเก็บไป 23 แต้ม ไม่เชิงว่าย่ำแย่ อย่างน้อยในรังก็กวาดชัยรวดเรียบเพียงแต่เพราะหนนี้มีทีมที่ดีกว่าพวกเขาแถมเป็นศัตรูร่วมเมือง เป็นทีมที่เคยโดนเหน็บแนมว่าเป็นพวก "Noisy Neighbour" (เพื่อนบ้านน่าหนวกหู) และตกใต้ร่มเงาเสมอมา
เหนืออื่นใด ทุกริ้วรอย ทุกรูขุมขน ทุกอณูของการรับชม
ตอนนี้บอลเป๊ปกำลังพีก ทั้งดูสนุก สวย และมีวิธีการเข้าทำมีรูปแบบชัดเจน ใช่ครับ - ทุกอย่างต่างจากบอลมูที่ผ่านมาเป็นภาพยนตร์คนละแนวเลย
ดูซิ ต้องเบ่งตาดู
แมนฯ ซิตี้ชุดนี้กับเพลานี้ นักเตะอย่าง นิโกลัส โอตาเมนดี้, จอห์น สโตนส์, ฟาเบียน เดล์ฟ, ราฮีม สเตอร์ลิง, ลีรอย ซาเน่ จนถึง เควิน เดอ บรอยน์ ราวกับว่าอยู่กับเป๊ปมาตั้งแต่อายุ 15 ขวบ ทุกคนต่างซึมซับ ปรับตัวและเข้าใจปรัชญาที่เจ้านายต้องการ
ใครจะเชื่อว่าทีมที่มีคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟที่เฟอะฟอะ ทำผิดพลาดบ่อยแบบนั้นจะอยู่กับทีมที่ครองฝูงแถมกวาดไปกระจุย 31 แต้มจาก 11 เกม
ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ เล่นเซนเตอร์ฮาล์ฟไม่ได้ ก็ทำได้ ฟิลิปป์ ลาห์ม ยืนมิดฟิลด์ตัวรับไม่ได้ ก็ทำได้
เออ...ทำไมเดลฟ์จะมาเป็นแบ็กซ้ายไม่ได้บ้าง!
แล้วอะไรบ้างที่มูรินโญ่ได้ปลูกสร้างกับทีมของเขาบนจำนวนเวลาที่ไล่เลี่ยกับเป๊ป??
คำตอบแรกที่เด้งขึ้นมาทันทีก็คือ มารูยาน เฟลไลนี่
ถ้ามูรินโญ่มักซื้อนักเตะรูปร่างสูงใหญ่ เป๊ปก็ขอเลือกไซส์มินิลงหน่อย สิ่งหนึ่งสลับคนสองคนไปอยู่คุมคนละฝั่งของเมืองก็คงจะไม่ได้สิ่งที่ปรากฏทุกสัปดาห์แน่นอน
ผมรู้ว่าความจริงสถิติของผีก็ห่วยมาก่อนแล้วแต่ไหนแต่ไรยามลงมาสแตมฟอร์ด บริดจ์ โดยชนะแค่ 1 นับแต่ปี 2002 เป็นต้นมา
หากมันไม่ใช่แค่นัดนี้หรอก
จากหนังสือที่เขียนถึงมูรินโญ่โดยนักข่าวชาวกระทิงที่สนิทกับเจ้าตัวมากที่สุดเคยบรรยายเอาไว้ถึงกฎเหล็ก 7 ข้อถึงวิธีการเซตทีมของกุนซือปีศาจแดงคนปัจจุบันยามพาทีมลงทำศึกบิ๊กแมตช์
1. เกมจะชนะด้วยทีมใดก็ตามที่ทำผิดพลาดน้อยกว่า
2. ทีมที่ทำผิดพลาดเยอะกว่าก็มักจะทำให้อีกทีมได้เปรียบขึ้นมาทันที
3. ยิ่งถ้าออกนอกบ้านแทนที่จะพยายามครองบอลบุกให้เยอะกว่า สิ่งที่ควรทำคือบีบให้คู่แข่งพลาดต่างหาก
4. อย่าไปคิดเรื่องครองบอลเยอะเพราะยิ่งครองบอลจะยิ่งผิดพลาด
5. ใครที่มีบอลกับตัวเองจะยิ่งมีความกลัวตามมา
6. ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำคืออย่าไปครองบอลเยอะ ก็จะลดข้อผิดพลาดได้เอง
7. จงจำไว้การไม่มีบอลก็จะทำให้ทีมได้เปรียบขึ้นเอง
อ่านครบเจ็ดข้อแล้วก็ยิ่งสะท้อนสิ่งที่เราพบเจอทีมของมูรินโญ่โดยเฉพาะพอยุคที่บาร์เซโลน่าแข็งแกร่งแทบไร้เทียมทานสมัยเป๊ปสร้างชื่อ ก็ยิ่งรู้สึกเฉยๆ ของการดูบอลจากแดงเดือดมาถึงเมื่อวันอาทิตย์
เพราะนี่คือคนที่ไม่อยากแพ้ไว้ก่อน โดยไม่ได้คำนึงว่าจะต้องชนะหรือเปล่า

ไก่ป่า
formen
ทดสอบฝีเท้า
ทดสอบฝีเท้า
 
โพสต์: 57
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ย. 14, 2016 21:41

Re: I am "Park The Bus"

โพสต์โดย ตั้ม_สิบล้อ » จันทร์ พ.ย. 13, 2017 13:34

คหสต. ครับ
สิ่งที่ทีมเรายังหาไม่เจอ หลังจากป๋าวางมือ
- ลูก Free Kick อันเฉียบขาด
- ลูกเตะมุม แล้วได้ประตู
- ลูกเปิด Killer pass จากปีกทั้ง 2 ข้าง
- กองกลางจอมโหด
- ควรจะวิ่งสู้ฟัดให้มากกว่านี้
เชียร์ปีศาจแดง เพราะเป็นทีมปีศาจแดง และเต็มใจยอมรับในการเปลี่ยนแปลงต่างๆ
อดีตมันผ่านไปแล้วช่างหัวมัน...เริ่มต้นรับสิ่งท้าทายใหม่ๆในปัจจุบันดีกว่า...
ภาพประจำตัวสมาชิก
ตั้ม_สิบล้อ
ผู้เล่นชุดใหญ่
ผู้เล่นชุดใหญ่
 
โพสต์: 4433
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ พ.ย. 19, 2005 18:05
ที่อยู่: Thailand


ย้อนกลับไปยัง เรด อาร์มี่ แฟนคลับ

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน






Home © RED ARMY FANCLUB
Official Manchester United Supporters Club of Thailand.
#ThaiMUSC