Home Red Glory
ศูนย์หน้า
Ruud van Nistelrooy
รุด ฟาน นิสเตลรอย
10
วันเกิด 1 กรกฏาคม 1976
สถานที่เกิด ออส, ฮอลแลนด์
น้ำหนัก - ส่วนสูง 188
อายุ 41 ปี
ทีมชาติ ฮอลแลนด์
เข้าร่วมทีม




รุด ฟาน นิสเตลรอย เกิดที่เมือง ออส ในช่วงภาคกลางตอนใต้ของ เนเธอร์แลนด์ โดยเขาเริ่มสนใจที่จะเล่นกีฬาตั้งแต่ยังเด็ก และด้วยความที่มีพรสวรรค์ทำให้เขาเล่นทั้งฟุตบอล เทนนิส และยิมนาสติก ด้วย เมื่อยังเด็กเขาได้เล่นฟุตบอลในทีมของหมู่บ้าน โดยขณะนั้นเขาเล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ และได้เริ่มอาชีพในวงการฟุตบอลเมื่อปี 1993 หลังจากนั้นเขาได้ย้ายไปเล่นให้กับ เอฟซี เดน บอสช์ ที่นี่เขาได้พัฒนาทักษะการเล่นมากขึ้น และเขาได้ลงเล่นในตำแหน่งศูนย์หน้าตัวต่ำ หลังจาก 4 ปีที่เขามีประสบการณ์กับที่นี่ รุด ก็พัฒนาฝีเท้าขึ้นเรื่อยๆ และมีโอกาสไปเล่นให้กับทีมในดิวิชั่น 1 ฮอลแลนด์ นั่นคือทีม เอสซี ฮีเรนฟีน ซึ่งเป็นที่ๆ เขาได้เล่นในตำแหน่ง ศูนย์หน้า อย่างจริงจัง

โค้ชคนใหม่ของเขาบอกกับเขาว่า เขาต้องพัฒนาการเล่นให้ได้มากกว่านี้ และเพื่อให้เขาพัฒนาได้นั้นเขาจึงต้องไปดูฟอร์มการเล่นของ เดนนิส เบิร์กแคมป์ ซึ่งต้องขับรถกว่า 200 กิโลเมตร เพื่อไปดู และเรียนรู้การเล่นของเบิร์กแคมป์ ถึงรายละเอียดต่างๆ ทุกการเคลื่อนไหว ทุกการจับบอล และทุกๆ ฝีก้าวของเขา และเมื่อ รุด กลับมาเล่นให้กับทีมก็สามารถเล่นได้ดีขึ้น และยิงประตูให้กับทีมได้สำเร็จ

13 ประตูในการลงเล่น 30 นัด ในวันเกิดครบรอบ 22 ปี ของเขา รุด ฟาน นิสเตลรอย ได้จรดปากกาเซ็นสัญญากับพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ด้วยค่าตัว 4.2 ล้านปอนด์ ถือเป็นสถิติสูงสุดของฮอลแลนด์ ในขณะนั้น และเขาก็สร้างความประทับใจโดยการทำประตูได้ในนัดแรกที่ลงสนามในกับทีมในนัดที่พบกับทีมเก่าของเขา เอสซี ฮีเรนฟีน ในเดือนสิงหาคม และเมื่อถึงช่วงปลายเดือนตุลาคม เขาก็เป็นที่กล่าวขวัญถึงเมื่อสามารถทำแฮตทริกได้ในนัดที่พบ สปาร์ต้า ในช่วงนั้นเขามีฟอร์มการเล่นที่ดีมาก และในวันที่ 18 พฤศจิกายน ปี 1998 รุดก็ลงเล่นให้ทีมชาติฮอลแลนด์ นัดแรกในนัดที่เสมอกับเยอรมัน 1 - 1

ในช่วงท้ายฤดูกาลแรกของเขาในเดือนพฤษภาคม ปี 1999 เขาได้กลายเป็นนักฟุตบอลที่ทำประตูได้สูงสุดในลีกฮอลแลนด์ ด้วยจำนวน 31 ประตู และเขายังได้รับการโหวตจากเพื่อนร่วมอาชีพในฮอลแลนด์ ให้เป็นนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของฮอลแลนด์ อีกด้วย รุดมีสถิติการทำประตูให้กับทีม พีเอสวี ได้มากทีเดียว โดยเขาทำได้ 60 ประตูในช่วง 2 ฤดูกาลที่อยู่กับทีม และในฤดูกาล 1999-2000 เขาก็ทำแฮตทริกได้กับทีมถึง 2 ครั้งด้วยกัน

กับสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในตอนแรกดูเหมือนว่าทีมจะได้เซ็นสัญญากับเขาตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2000 แต่จากผลการตรวจร่างกายพบว่าอาการที่เข่าขวาของเขายังไม่สู้ดีนัก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จึงเสนอให้เขาเข้ารับการรักษา แต่เขาปฏิเสธเพราะกลัวว่าจะต้องพลาดการลงสนามในศึกยูโร 2000 แต่ 2 วันต่อมา เขาก็ต้องล้มลงเนื่องจากความเจ็บปวดในขณะที่ฝึกซ้อมอยู่กับ พีเอสวี และพบว่าที่เข่าขวาของเขามีอาการบวมอย่างหนักบริเวณเส้นเอ็น และด้วยเหตุนี้เองเขาจึงต้องเข้ารับการรักษาที่คลินิคใน เวล, โคโลราโด้ และทำให้เขาทำได้เพียงดูศึกยูโร 2000 ทางทีวีเท่านั้น

ด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักชาติ เขาเชียร์ฮอลแลนด์ เหมือนกับเด็กอายุ 8 ขวบ และเมื่อทีมได้ประตูเขาก็ยกไม้ค้ำยันขึ้นสูงด้วยอาการดีใจ ในตอนนั้นเขาได้รับกำลังใจมากมายจากเพื่อนร่วมอาชีพอย่าง โรนัลโด้ ซึ่งเป็นอดีตนักเตะ พีเอสวี และ มาร์ค โฮเวอร์มาร์ส อีกทั้ง การได้พบปะพูดคุยกับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เมื่อครั้งที่เขาเดินทางไปเยี่ยม ซึ่งท่านเซอร์ให้กำลังใจเขาด้วยการเล่าเรื่องราวอาการบาดเจ็บของ รอย คีน และ โลธาร์ แม็ตธาอัส ที่เหมือนๆ กับอาการบาดเจ็บของเขา และสามารถกลับมาเล่นได้ดีเหมือนเดิมอีกครั้ง

การติดต่อกันระหว่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และ รุด ฟาน นิสเตลรอย เป็นไปอย่างแน่นแฟ้น ตลอดเวลาที่เขาพักรักษาตัว และการให้ฝึกซ้อมกับโค้ชส่วนตัวทำให้เขาพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งการสร้างความแข็งแกร่งในสระว่ายน้ำหลายชั่วโมง ตามด้วยอีกหลายชั่วโมงในสนามฝึกซ้อมเพื่อเรียกความฟิต และฝึกทักษะ จนถึงเดือนมีนาคม ปี 2001 เขาก็กลับมาเล่นให้กับ พีเอสวี ได้อีกครั้ง และก็กลับมาทำประตูได้อีก

วันที่ 23 เมษายน ปี 2001 หลังจากเขาปฏิเสธการย้ายไปเล่นให้กับ เรียล มาดริด เขาก็ได้ทำตามความฝันของตัวเองเสียทีด้วยการย้ายมาเล่นให้กับสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 19 ล้านปอนด์ เขาสามารถยิงประตูได้ในนัดแรกที่ลงสนามให้กับทีมในศึก แชร์ริตี้ ชิลด์ แต่ทีมก็ต้องพ่ายต่อลิเวอร์พูล

รุด ฟาน นิสเตลรอย ปิดฤดูกาลด้วย 36 ประตู ซึ่งถือว่ายอดเยี่ยมทีเดียว แต่ดูเหมือนว่าประตูที่เขาทำทั้งหมดจะไม่มีความหมายเลย เพราะในฤดูกาลนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่สามารถคว้าถ้วยแชมป์ใดๆ ได้เลย

ในฤดูกาล 2002/03 เขาก็พิสูจน์ให้คนที่ยังลังเลใจในตัวเขาได้มั่นใจมากขึ้นด้วยจำนวนประตูในลีกทั้งฤดูกาลอยู่ที่ 44 ประตู ซึ่งก็ถึงขั้นที่จะพูดได้ว่าหาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไม่มีเขาก็คงไม่ได้แชมป์ พรีเมียร์ชิพ ปี 2002-2003 เป็นแน่

รุด เริ่มต้นฤดูกาล 2003-2004 ด้วยการทำได้ 2 ประตูใน 2 นัดแรกที่เขาลงเล่น และเขาก็ทำประตูที่ 100 และ 101 ของเขากับสโมสรได้ ซึ่งเป็นนัดที่ทีมเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน ที่ กูดิสัน พาร์ค ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2004 ไปด้วยสกอร์ 4 - 3

ปัจจุบัน รุด ฟาน นิสเตลรอย ยังคงเป็นหัวใจหลักสำคัญในการนำพาทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไล่ล่าถ้วยแชมป์ ถึงแม้บางช่วงฟอร์มการเล่นของเขาจะออกทะเลอยู่บ้าง แต่เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าเขายังคงเป็นศูนย์หน้าที่อันตรายที่หาตัวจับยากและพร้อมที่จะทะลวงตาข่ายคู่ต่อสู้ และนำพาทีมขึ้นเถลิงบัลลังค์แชมป์มาครองให้พวกเราพลพรรค เรด อาร์มี่ ได้ชื่นชม

รุด ฟาน นิสเตลรอย
50 สุดยอดนักเตะปีศาจแดง : รุด ฟาน นิสเตลรอย
ตำนานผู้เป็นที่รักของพวกเรา : รุด ฟาน นิสเตลรอย



สถิติ
รายการ ลงสนาม สำรอง ประตู ใบเหลือง ใบแดง
ฟุตบอลลีก, พรีเมียร์ ลีก 150 0 95 0 0
เอฟเอ คัพ 14 0 14 0 0
ลีก คัพ 6 0 2 0 0
ยูโรเปี้ยน / อื่นๆ 49 0 39 0 0
รวม 219 0 150 0 0

แกลอรี่ ดูทั้งหมด
วอลเปเปอร์ ดูทั้งหมด



ผู้รักษาประตู

1 ดาบิด เด เคอา

20 เซร์คิโอ โรเมโร่

40 โจเอล คาสโตร เปเรร่า


กองหลัง

2 วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ

3 เอริค ไบญี่

4 ฟิล โจนส์

5 มาร์กอส โรโฮ

12 คริส สมอลลิ่ง

17 ดาลี่ย์ บลินด์

23 ลุค ชอว์

25 อันโตนิโอ วาเลนเซีย

36 มัตเตโอ ดาร์เมียน

38 เอ็กเซล ทวนเซเบ้


กองกลาง

6 ปอล ป็อกบา

8 ฮวน มาต้า

14 เจสซี่ ลินการ์ด

16 ไมเคิล คาร์ริค

18 แอชลี่ย์ ยัง

21 อันเดร์ เอร์เรร่า

22 เฮนริกห์ มคิตาร์ยาน

27 มารูยาน เฟลไลนี่

31 เนมานย่า มาติช


ศูนย์หน้า

9 โรเมลู ลูกากู

10 ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

11 อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล

19 มาร์คัส ราชฟอร์ด

29 เจมส์ วิลสัน


ดูทั้งหมด
ตลาดซื้อ ขาย
วันเกิด อายุนักเตะ
อันดับผู้ทำประตู แอสซิสต์


Home © RED ARMY FANCLUB
Official Manchester United Supporters Club of Thailand
#ThaiMUSC