Home Red Glory

กองกลาง, มิดฟิลด์
Paul Scholes
พอล สโคลส์
22
วันเกิด 16 พฤศจิกายน 1974
สถานที่เกิด ซัลฟอร์ด, อังกฤษ
น้ำหนัก 70 ส่วนสูง 168
อายุ 43 ปี
ทีมชาติ อังกฤษ
เข้าร่วมทีม 8 กรกฎาคม 1991


พอล สโคลส์ เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลฝึกหัดกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 1991 และเป็นนักเตะอาชีพ 18 เดือน หลังจากนั้นในวันที่ 23 มกราคม 1993 ในขณะที่เล่นให้กับทีมเยาวชนเขาโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมมาก และได้แชมป์ เอฟเอ ยูธ คัพ กับทีมชุดเยาวชนในปี 1993 อีกทั้งเขายังลงเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี และคว้าแชมป์ ยูโรเปี้ยน แชมเปี้ยนชิพส์ ในปี 1993 ด้วย

เขาลงเล่นในลีกให้กับสโมสรครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 กันยายน 1994 โดยนัดนั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบกับ อิปสวิช ทาวน์ และแม้เขาจะสามารถยิงได้ถึง 2 ประตู แต่ผลการแข่งขันก็จบลงที่ ความพ่ายแพ้ของทีม 2 – 3

ในฤดูกาล 1994/95 เขาได้ลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่มากขึ้น เนื่องจากต้องลงเล่นแทน เอริค คันโตน่า ที่ติดโทษแบน บางนัดก็ลงเล่นแทนตำแหน่งของ มาร์ค ฮิวจ์ส ที่มีอาการบาดเจ็บ อีกทั้งได้ลงเป็นตัวสำรองแทน ลี ชาร์ป ในศึก เอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศอีกด้วย

อย่างไรก็ดี ในฤดูกาลนี้ก็จบลงด้วยการไม่ได้แชมป์ใดๆ เลย ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี แต่ในฤดูกาลถัดมา พวกเขาก็สามารถคว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ครั้งที่ 3 ในรอบ 4 ปีมาได้ และนั่นก็เป็นแชมป์ใหญ่แชมป์แรกของเขา อีกทั้งการที่ทีมเอาชนะ ลิเวอร์พูล ในรอบชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ก็ทำให้ทั้งเขาและสโมสร ได้ ดับเบิ้ลแชมป์ อีกด้วย

ทางด้านการลงเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษ พอล สโคลส์ ก็สามารถทำประตูได้ในนัดแรกที่เขาลงเล่นให้กับทีมชาติแบบเต็มๆ และนั่นก็เป็นนัดแรกที่เขาลงเล่นใน เวมบลีย์ ด้วย และเขามีชื่อในทีมชาติชุดที่เล่นในฟุตบอลโลกในปี 1998 รวมทั้งสามารถทำประตูให้ทีมชาติอังกฤษในนัดเปิดสนามที่พบกับ ตูนีเซีย ในเดือนมีนาคม ปี 1999 เขาก็กลายเป็นนักเตะคนแรกนับตั้งแต่ปี 1984 ที่ทำประตูให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ในดินแดนอิตาลี โดยเขาทำประตูตีเสมอให้ทีมในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่พบกับ อินเตอร์ มิลาน ที่สนาม ซาน ชิโร่ และหลังจากนั้น ในเดือนเดียวกันนี้เขาก็ยังสามารถทำประตูให้กับทีมชาติอังกฤษ ช่วยให้ทีมเอาชนะ โปแลนด์ 3 – 1 ที่สนาม เวมบลีย์ ในรอบคัดเลือกฟุตบอลยูโร 2000

แม้ว่าจะค่อนข้างจะขี้อายและไม่ค่อยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนมากนัก แต่เขาก็ยังออกมาให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์อย่างภาคภูมิใจว่า “มันเป็นความรู้สึกที่ดียอดเยี่ยมที่สุดตั้งแต่เล่นฟุตบอลมาเลย ผมได้ทำประตูที่สำคัญให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก และการที่แฟนๆ ให้กำลังใจผมโดยตลอด นั่นทำให้ผมรู้สึกดีมากๆ จริงๆ”

ไม่กี่วันหลังจากนั้น เขาก็ประกาศว่า เขากับภรรยา แคลร์ กำลังจะได้ลูกคนแรก แต่นิยายเรื่องนี้ก็ไม่จบลงด้วยความสุขเพียงเท่านี้ หลังจากนั้นเขายังเป็นส่วนหนึ่งในทีมที่คว้า 3 แชมป์ด้วย แต่สิ่งเดียวที่น่าผิดหวังของเขาก็คือ ในฤดูกาล1998/99 เขาต้องติดโทษแบนและไม่สามารถลงเล่นได้ในนัดชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ บาร์เซโลน่า ทั้งยังได้รับความอับอายเมื่อเขาเป็นนักฟุตบอลอังกฤษคนแรกที่ถูกไล่ออกในสนาม เวมบลีย์ ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในศึก ยูโร 2000 รอบคัดเลือก และจบเกมอย่างน่าผิดหวังด้วยการเสมอกับสวีเดน 0-0

สโคลส์ เริ่มต้นฤดูกาล 1999/2000 ด้วยการเป็นพ่อคน เมื่อ แคลร์ ภรรยาของเขาให้กำเนิดลูกคนแรก อาร์รอน เจค ในช่วงปลายเดือน กรกฎาคม

กับทีมชาติเขาสามารถทำประตูในการพบกับ สกอตแลนด์ ในศึกยูโร 2000 นัด เพลย์-ออฟ ได้และนั่นก็ส่งผลให้เขาได้รับการโหวตโดย England Supporters Club ได้เป็นนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี และในช่วงเดือนมกราคมปี 2000 ที่ทีมต้องไปแข่ง เวิลด์ คลับ แชมเปี้ยนชิพส์ ที่บราซิล เขาก็ไม่สามารถร่วมเดินทางไปกับทีมได้เนื่องจากต้องเข้ารับการผ่าตัดไส้เลื่อน และถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องทีเดียว เนื่องจากเขาได้พักและทำให้พลาดลงสนามกับศึกพรีเมียร์ชิพ เพียง 1 นัดเท่านั้น และการกลับมาครั้งนี้ เขาก็สามารถทำประตูได้กับทีมได้ 7 ประตู ตลอดช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล และทีมก็สามารถคว้าแชมป์ที่ 6 ในรอบ 8 ปีได้เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล

ปี 2000/2001 ชีวิตในวงการฟุตบอลของเขาก็ยังคงไปได้ดี เขาสามารถคว้าแชมป์ พรีเมียร์ชิพ ครั้งที่ 5 ของตนเองได้ด้วยการลงสนาม 44 นัดและทำประตูได้ในลีก 11 ประตู แต่ที่ดีที่สุดในฤดูกาลนั้นคือ การทำประตูในระยะ 32 หลาในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่พบกับ พานาธิไนกอส และเขาก็จบฤดูกาลนี้ด้วยการทำประตูในฟุตบอลยุโรป 15 ประตู ซึ่งมากกว่า เดนิส ลอว์ อยู่ 1 ประตู

ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2001 สโคลส์ และ แคลร์ ก็ประกาศให้สื่อมวลชนทราบว่าพวกเขาได้ให้กำเนิดลูกคนที่ 2 แล้ว โดยมีชื่อว่า อลิเชีย และในวันที่ 6 กรกฎาคม 2001 เขาก็จรดปากกาต่อสัญญาฉบับใหม่กับทีม โดยจะสิ้นสุดในเดือนมิถุนายน ปี 2006 นอกเหนือจากฤดูกาลที่น่าผิดหวังกับสโมสรในปีนี้ เราและเพื่อนๆ อย่าง เดวิด เบ็คแฮม, นิคกี้ บัตต์ และ เวส บราวน์ ก็ได้ร่วมเล่นทีมชาติด้วยกันในศึกฟุตบอลโลกปี 2002 ที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ แต่ด้วยมาตรฐานที่สูงของตัวเขาเองทำให้ถูกมองว่าฟอร์มการเล่นในครั้งนี้ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไรนัก แม้ว่าจริงๆ แล้ว เขาคือผู้เล่นในตำแหน่งแดนกลางที่สำคัญมากในทีมคนหนึ่ง และในขณะนั้นทีมชาติอังกฤษ ก็สามารถเข้าถึงรอบ Quarter-finals ได้แต่ก็ต้องพบกับ บราซิล และตกรอบไปในที่สุด

เขากลับมาเล่นให้กับสโมสร และได้ลงเล่นในตำแหน่งใหม่นั่นคือ ศูนย์หน้าต่ำ ซึ่งเล่นข้างหลัง รุด ฟาน นิสเตลรอย ที่เป็นกองหน้าตัวเป้า และเขาก็พิสูจน์ว่า เฟอร์กี้ คิดถูกที่เขาเล่นในตำแหน่งนี้ เพราะเขาสามารถทำประตูได้กับทีมได้ถึง 20 ประตู และทีมก็สามารถคว้าแชมป์ลีก ครั้งที่ 8 ได้สำเร็จ ซึ่งหลายต่อหลายคนก็ยกเครดิตครั้งนี้ให้กับ รุด แต่ความสามารถของ พอล สโคลส์ เองก็ไม่เคยมีใครมองข้ามไปเช่นกัน

เกียรติประวัติกับทีม

ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 2008
อินเตอร์คอนติเนนทัล คัพ 1999
ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2007-2008
พรีเมียร์ ลีก 1995-1996, 1996-1997, 1998-1999, 1999-2000, 2000-2001, 2002-2003, 2006-2007, 2007-2008, 2008-2009
เอฟเอ คัพ 1995-1996, 1998-1999, 2003-2004
ลีก คัพ 2008-2009, 2009-2010
คอมมิวนิตี้ ชิลด์ 1996, 1997, 2003, 2008, 2010

เกียรติประวัติกับทีมสำรอง และเยาวชน

เซ็นทรัล ลีก นอร์ท 1993-1994, 1995-1996
แลงคาเชียร์ ลีก ดิวิชั่น 11992-1993
มิลค์ คัพ 1991

เกียรติประวัติส่วนตัว

Jimmy Murphy Young Player of the Year 1993
English Football Hall of Fame inductee 2008
PFA Team of the Year 2003, 2007


พอล สโคลส์
10 สุดยอดประตูที่ พอล สโคลส์ ยิงได้ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด
พอล สโคลส์ ชี้ยูไนเต็ดต้องเสริมผู้เล่นใหม่ 5 คนเพื่อต่อกรเชลซี
นักเตะในตำนานของทีมปีศาจแดง : พอล สโคลส์
สโคลส์ทำประตูได้ในเกมการกุศลที่ลงเล่นกับลูกชาย
สโคลส์รับตำแหน่งผู้ช่วยให้กับกิ๊กส์
สโคลส์กับเจอร์ราร์ด... ใครเก่งกว่ากัน?
ตำนานผู้เป็นที่รักของพวกเรา : พอล สโคลส์
50 สุดยอดนักเตะปีศาจแดง : พอล สโคลส์

สถิติ
รายการ ลงสนาม สำรอง ประตู ใบเหลือง ใบแดง
ฟุตบอลลีก, พรีเมียร์ ลีก 516 98 111 103 4
เอฟเอ คัพ 51 16 13 12 2
ลีก คัพ 17 6 7 2 0
ยูโรเปี้ยน / อื่นๆ 147 21 26 40 3
รวม 731 141 157 157 9

แกลอรี่ ดูทั้งหมด
วอลเปเปอร์ ดูทั้งหมด



ผู้รักษาประตู

1 ดาบิด เด เคอา

20 เซร์คิโอ โรเมโร่

40 โจเอล คาสโตร เปเรร่า


กองหลัง

2 วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ

3 เอริค ไบญี่

4 ฟิล โจนส์

5 มาร์กอส โรโฮ

12 คริส สมอลลิ่ง

17 ดาลี่ย์ บลินด์

23 ลุค ชอว์

25 อันโตนิโอ วาเลนเซีย

36 มัตเตโอ ดาร์เมียน

38 เอ็กเซล ทวนเซเบ้


กองกลาง

6 ปอล ป็อกบา

8 ฮวน มาต้า

14 เจสซี่ ลินการ์ด

16 ไมเคิล คาร์ริค

18 แอชลี่ย์ ยัง

21 อันเดร์ เอร์เรร่า

22 เฮนริกห์ มคิตาร์ยาน

27 มารูยาน เฟลไลนี่

31 เนมานย่า มาติช


ศูนย์หน้า

9 โรเมลู ลูกากู

10 ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

11 อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล

19 มาร์คัส ราชฟอร์ด

29 เจมส์ วิลสัน


ดูทั้งหมด
ตลาดซื้อ ขาย
วันเกิด อายุนักเตะ
อันดับผู้ทำประตู แอสซิสต์


Home © RED ARMY FANCLUB
Official Manchester United Supporters Club of Thailand
#ThaiMUSC