หน้าแรก ข่าว เวบบอร์ด รายชื่อนักเตะ ประวัติสโมสร รวมภาพ โปรแกรมการแข่งขัน ลิ้งค์ ติดต่อชมรม


แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้แมตช์...ศึกศักดิ์ศรี
8 กุมภาพันธ์ 2551 เปิดอ่าน 2690 ครั้ง |  พิมพ์หน้านี้ | rss



เมืองแมนเชสเตอร์ เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะอังกฤษ เป็นเมืองศูนย์กลางทางด้านศิลปะ วัฒนธรรม และธุรกิจขนาดใหญ่ จนได้รับการขนานนามว่า "เมืองอุตสาหกรรมแห่งแรกของโลก และยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก" นอกจากนั้น เมืองแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของยอดทีมชั้นนำของอังกฤษถึง 2 ทีมด้วยกัน "แมนเชสเตอร์ ซิตี้" และ "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด"

"ยูไนเต็ด" กับ "ซิตี้" เปรียบเสมือนบ้านใกล้เรือนเคียงของกัน และกัน ทั้งสองทีมมีความคล้ายคลึงกันหลายต่อหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของสโมสรที่มาจากนักฟุตบอลชนชั้นแรงงาน หรือแม้แต่การประสบปัญหาทางการเงิน จนนำไปสู่การเปลี่ยนชื่อสโมสรในที่สุด แถมนักฟุตบอลที่มีชื่ออยู่ทั้งสองสโมสรก็มีไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็น "บิลลี่ เมเรดิธ" ตำนานยุคแรกที่ย้ายข้ามฝั่งมาจากซิตี้ ซึ่งมาพร้อมแชมป์ลีคแรกของยูไนเต็ด "เดนิส ลอว์" ศูนย์หน้าระดับตำนานของยูไนเต็ด ผู้ส่งปีศาจแดงลงไปสู่ดิวิชั่น 2 เมื่อใส่ชุดสีฟ้า หรือแม้แต้ "ปีเตอร์ ชไมเคิล" ผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดตลอดกาลของปีศาจแดง ที่แขนสตั๊ดในถิ่นเรือใบ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ตราสโมสร" ที่ต้องมี "เรือ" เป็นการบ่งบอกความเป็นเมืองท่าของแมนเชสเตอร์ และแม่น้ำสามสายที่แสดงออกผ่าน "3 ง่าม" ของยูไนเต็ด และ "แถบขาว 3 เส้น" ของซิตี้ แต่ทุกครั้งที่ทั้งสองทีมโคจรมาพบกัน หาใช่แมตช์กระชับมิตรกันฉันท์เพื่อนไม่ เมื่อศักดิ์ศรีแห่ง "แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้แมตช์" มันค้ำคออยู่



แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ก่อตั้งขึ้นมาก่อนในปี 1878 ภายใต้ชื่อ "นิวตัน ฮีธ แอลวายอาร์" และได้เปลี่ยนเป็น "นิวตัน ฮีธ" ในเวลาต่อมา ด้วยฝีเท้าอันเอกอุ นิวตัน ฮีธ ก็คว้าถ้วยแชมป์รายการแรกได้สำเร็จในรายการ "แมนเชสเตอร์ คัพ" ในปี 1885 ส่วนแมนเชสเตอร์ ซิตี้ นั้นได้ถือกำเนิดขึ้นในปี 1880 ในนาม "เซนต์มาร์กส์ (เวสต์กอร์ตัน)" ซึ่งได้ยุบรวมควบกิจการหลายต่อหลายครั้ง จนมาลงเอยในชื่อ "อาร์ดวิก เอเอฟซี" ในที่สุด

"ฟุตบอล ลีค" ก่อตั้งขึ้นในปี 1888 แต่นิวตัน ฮีธ ก็ไม่ได้มีชื่อเป็น 1 ใน 12 ทีมร่วมลีค แต่หลังจากนั้นปีเดียว จุดเริ่มต้นในวงการฟุตบอลอาชีพของนิวตัน ฮีธ ก็มาถึง เมื่อนิวตัน ฮีธ ร่วมมือกับอีก 11 ทีม ก่อตั้งลีคชื่อ "ฟุตบอล อลิอันซ์" ขึ้นในปี 1889 โดยที่ "อาร์ดวิก เอเอฟซี" ได้เข้าร่วมการแข่งขันกับลีคดังกล่าวในปี 1891 ซึ่งนั้นอาจถือได้ว่าเป็นการพบกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกของทั้งสองทีมเลยทีเดียว เสียดายที่ไม่มีการบันทึกสถิติฟุตบอลในรายการนี้เอาไว้

ต่อมาในปี 1892 "ฟุตบอล ลีค" กับ "ฟุตบอล อลิอันซ์" ได้ควบรวมกันเป็น 2 ดิวิชั่น โดยนิวตัน ฮีธ ที่ทำคะแนนเป็นอันดับสองในฟุตบอล อลิอันซ์ จึงได้สิทธิขึ้นมาเล่นในดิวิชั่น 1 ซึ่งถือเป็นการก้าวสู่เวทีลีคสูงสุดเป็นครั้งแรกของสโมสร ที่จะกลายมาเป็นยอดทีมของอังกฤษในอนาคต ส่วนอาร์ดวิก เอเอฟซี ต้องเริ่มต้นในดิวิชั่น 2 จึงทำให้การพบกันของทีมร่วมเมืองต้องเลื่อนออกไป

จนกระทั้งสิ้นฤดูกาล 1893-1894 นิวตัน ฮีธ กลายเป็นทีมบ๊วยของตาราง จึงต้องมาลุ้นเพลย์ออฟกับแชมป์ดิวิชั่น 2 และก็เป็นฝ่ายพ่ายไป 2-0 ซึ่งทีมที่เอาชนะได้นั้นจะเป็นทีมใดไปไม่ได้ นอกจาก "ลิเวอร์พูล" ทีมคู่แค้นตลอดกาล ทำให้นิวตัน ฮีธ ต้องเริ่มฤดูกาลใหม่ในดิวิชั่น 2 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

และฤดูกาล 1894-1895 นี้เอง ที่กลายมาเป็น "ศึกดาร์บี้ แมตช์" แห่งประวัติศาสตร์ โดยก่อนเริ่มฤดูกาลนี้ อาร์ดวิก เอเอฟซี ได้กลายร่างเป็น "แมนเชสเตอร์ ซิตี้" เรียบร้อย จากพิษสภาพการเงิน แล้วการบันทึกประวัติศาสตร์ครั้งแรกในการเจอกันของทั้งสองทีมก็มาถึง เมื่อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นฝ่ายเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ นิวตัน ฮีธ ในวันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน 1894 และเป็นฝ่ายทีมเยือนที่บุกมายำใหญ่ใส่เจ้าถิ่นคาบ้าน 5-2



หลังจากนั้นทุกครั้งที่ นิวตัน ฮีธ กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เจอกัน ก็กลายเป็นแมตช์แห่งศักดิ์ศรี ไม่มีใครยอมให้ใคร ไม่ว่าจะเป็น "ทีมที่ก่อตั้งขึ้นมาก่อน" หรือ "ทีมที่ได้ชื่อเมืองไปครอง" ทั้งคู่ใช้เวลาอยู่ร่วมกันในดิวิชั่น 2 ถึง 5 ฤดูกาล ก่อนที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะผงาดคว้าแชมป์ดิวิชั่น 2 ไปครองในปี 1898-1899 และหนีขึ้นไปเล่นยังดิวิชั่น 1 ทำให้ "ดาร์บี้ แมตช์" จึงต้องถูกงดไว้ช่วยคราว

หลังจากต้องรอคอยมากว่า 3 ปี "ดาร์บี้ แมตช์" ที่รอคอยก็กลับมาถึง เมื่อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องเริ่มฤดูกาลใหม่ปี 1902-1903 ในดิวิชั่น 2 ประจวบเหมาะกับการเปลี่ยนชื่อจาก "นิวตัน ฮีธ" มาเป็น "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด" พอดี โดยการพบกันครั้งแรกในรอบ 3 ปี และเป็นการพบกันครั้งแรกในนาม "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด" นั้น "ยูไนเต็ด" เปิดบ้านยันเสมอกับ "ซิตี้" ไปด้วยสกอร์ 1-1 และยังบุกไปคว้าชัยในถิ่นเรือใบได้ถึง 2-0 แต่สุดท้ายแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็หนีขึ้นไปเล่นดิวิชั่น 1 อีกครั้ง ในฐานะแชมป์ดิวิชั่น 2

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปล่อยให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นไปโลดแล่นบนเวทีดิวชั่น 1 เพียงลำพังถึง 3 ปี ปีศาจแดงจึงตามขึ้นมาร่วมแจมด้วยตำแหน่งรองแชมป์ดิวิชั่น 2 ประจำซีซั่น 1905-1906 ถือเป็นการกลับขึ้นมาวาดลวดลายบนเวทีลีคสูงสุดครั้งแรกในรอบ 12 ปีของปีศาจแดงอีกด้วย ฤดูกาล 1906-1907 นี้เอง นับเป็นการเจอกับครั้งแรกของทั้งสองทีมในลีคสูงสุด แต่เป็นฝ่ายแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เปิดบ้านต้อนรับน้องใหม่ไปอย่างไม่ไว้หน้า 3-0 และจากนั้นมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็เจอกันบนศึกลีคสูงสุดมาโดยตลอด



สถิติการเจอกันของทั้งสองทีมนั้น ทั้งคู่พบกันมาทั้งหมด 147 นัด ปีศาจแดงเป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ 58 ครั้ง ในขณะที่เรือใบเป็นฝ่ายกำชัยถึง 40 ครั้ง โดยการพบกันในถิ่นปีศาจแดง 74 ครั้ง ยูไนเต็ดเป็นฝ่ายเก็บชัยในถิ่นได้ถึง 34 ครั้ง และพ่ายทีมเยือนเพียง 14 ครั้ง ส่วนการพบกันในบ้านเรือใบ 72 ครั้ง ซิตี้สามารถคว้าชัยได้เพียง 25 ครั้ง และเป็นฝ่ายพ่ายคารังตัวเองถึง 24 ครั้ง จากการพบกันทั้งหมด "ยูไนเต็ด" ทำได้ถึง 212 ประตู ในขณะที่ "ซิตี้" ก็ไม่น้อยหน้า เมื่อทำไปได้ถึง 198 ประตู

โดยสถิติทั้งหมดจะถูกเปลี่ยนแปลงแน่นอน ในวันอาทิตย์นี้ (10 ก.พ. 51) ต้องรอดูว่าผลการแข่งขันจะไปเพิ่มสถิติให้กับฝ่ายใด แต่มั่นใจได้ว่าระดับความมันส์ไม่แพ้ทุกนัดที่ผ่านมาแน่นอน!!

เรื่องโดย chokechone11 Red Army Fanclub


"Reds on the Rock" ... แดงเพียวๆ ไม่เอี่ยวใคร

Jigsaw!!
Manchester United v West Ham United !!Preview!!
Manchester United v Barcelona !!Preview!!
Chelsea v Manchester United !!Preview!!
Barcelona - Manchester United !!Preview!!
Blackburn Rovers - Manchester United !!Preview!!
Manchester United v Arsenal !!Preview!!
Welcome Back, The Back!!
Manchester United v Roma !!Preview!!
Middlesbrough v Manchester United !!Preview!!
อ่านทั้งหมด
The Star 4 ค้นฟ้าคว้าโทรฟี่
เชื่อว่าในห้วงเวลานี้ ไม่มีแฟนบอลทีมไหนจะมีความสุขเท่ากับ แฟนบอลแมนฯ ยูไนเต็ด อีกแล้ว หลังเถลิงบัลลังค์คว้าแชมป์พรี เมียร์ชิพ สมัยที่สิบ มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ ...


เข้าชิงยุโรปที่บ้านเชลซี
นี่เป็นสิ่งที่ผมไม่อยากให้เกิดมากที่สุด ถ้าเลือกได้ก็อยากจะชิง ชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับลิเวอร์พูล มากกว่า เพราะถึงแม้ หงส์แดงจะเป็นอดีตแชมป์ 5 สมัย ...


Jigsaw!!
แชมป์...ไม่ได้เกิดขึ้นได้ด้วยนักเตะเพียง 11 คน แต่เพราะมีนัก เตะสลับหมุนเวียนลงสนามถึง 25 คน จึงทำให้ทุกคนสดพร้อมต่อ กรกับคู่แข่งไม่ว่าใหญ่มาจากไหน ...


สัมภาษณ์พิเศษ เซอร์อเล็กซ์หลังคว้าแชมป์
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน สามารถนำทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก ครั้งที่ 10 ของสโมสรได้สำเร็จ และนี่คือบท สัมภาษณ์ของเขาหลังจบเกมกับวีแกน ...


Cartoon DD ตอน...ไม่ต้องเสียใจ ปีหน้าได้ไปแน่
เจ็บใจ เจ็บใจ ทำไม ทำไม, ตกรอบแค่นี้...นายจะไม่ยืนเดียวดาย หรอก, ปีนี้ไม่ได้ไปชิงชนะเลิศที่มอสโก ปีหน้านายต้องได้ไปเล่น ที่มอสโกแน่ๆ, ปีหน้าไปมอสโก ปีหน้าไปมอสโก ปีหน้าไป ...






 


© RED ARMY FANCLUB™ Designed by TDG
Group of Independent Supporting Manchester United Football Club.
We are not an official fanclub of Manchester United Limited and bear no commercial relation to them.