หน้าแรก ข่าว เวบบอร์ด รายชื่อนักเตะ ประวัติสโมสร ประวัตินักเตะ ผู้จัดการทีม รวมภาพ โปรแกรมแข่งขัน เพลง ลิ้งค์ ติดต่อชมรม



แมนเชสเตอร์ ซิตี้
พบกับ
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
สนาม ซิตี้ ออฟ แมนเชสเตอร์, อังกฤษ
รายการ พรีเมียร์ ลีก
เวลา 20.30 น.
วัน อาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน 2551
ถ่ายทอดสด ทรู วิชั่นส์ 59, 63
คะแนนทายผล 5 อันดับ

1. ไรอันกิ๊กคือ..พ่อคนที่2 82 คะแนน
2. golfapache 82 คะแนน
3. kenjiac127 81 คะแนน
4. เบคแก้ว 78 คะแนน
5. ronaldo korat 78 คะแนน
หน้าแรกเกม
วิธีการเล่น
ตรวจสอบคะแนน
คะแนนทายผล 30 อันดับ
ทายผลการแข่งขัน
โปรแกรมการแข่งขัน

 

Jigsaw!!
16 พฤษภาคม 2551 เปิดอ่าน 2556 ครั้ง |  พิมพ์หน้านี้ | rss



รูดม่านปิดฉากไปเรียบร้อยสำหรับศึกพรีเมียร์ ลีค ครั้งที่ 16 โดยมีแชมป์เก่า และเจ้าของสัมปทานแชมป์อย่าง "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด" คว้าตำแหน่ง เดอะ วินเนอร์ ไปครองสิริรวมแล้วก็เป็นถ้วยมงกุฎใบที่ 10 ในโรงละครแห่งความฝันแห่งนี้แล้วซึ่งหากรวมกับแชมป์ลีคสูงสุดนับตั้งแต่โบราณกาล ก็จะเป็นแชมป์ที่ 17ขาดอีกเพียงครั้งเดียวก็จะขึ้นไปเทียบเคียงกับทีมที่ได้ชื่อว่า "ยิ่งใหญ่ที่สุดบนเกาะอังกฤษ" มาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ที่หยุดสถิติอันใหญ่ยิ่งอยู่ที่ 18 สมัย มายาวนานถึง 18 ปีเข้าให้แล้ว และยังไม่รู้ว่าจะร้างราต่อไปอีกสักกี่ปี

ปีศาจแดง เริ่มต้นฤดูกาลนี้ได้ไม่ดีนัก เป็นการออกสตาร์ทที่ย่ำแย่ในรอบหลายสิบปีทีเดียวเมื่อไม่อาจเก็บชัยชนะได้เลยใน 3 เกมแรก และทำได้เพียง 2 แต้มเท่านั้นจนต้องไปนั่งสงบเสงียมเจียมตัวในอันดับที่ 17 ของตารางพรีเมียร์ ลีค ตกเป็นเบี้ยล่างให้ทุกทีมอื่นได้โอกาสค่อนเคาะว่าคงจะหมดโอกาสในการป้องกันแชมป์ไปเสียแล้วโดยเฉพาะสุดยอดทีม ที่พากันยกพวกถล่มทีมอย่าง "ดาร์บี้" เละเทะไปถึง 6-0 จนขึ้นไปยืนตระหง่านอยู่บนบัลลังจ่าฝูง และปวารณาว่าตัวเองจะคว้าแชมป์มาครองได้แน่นอนแม้จะมีคนเตือนว่าระยะเวลาฟาดแข้งยังเหลืออีกมาก...แต่ก็ไม่ได้นำพา

แต่แล้วปีศาจแดงก็ค้นพบมวลสารเนื้อดีที่ใช้ประกอบพิธีอัญเชิญวิญญาณปีศาจขึ้นจากขุมนรกได้สำเร็จด้วยลูกยิงไกลจากฝีเกือกของไอ้หนูฝอยทองคนใหม่นาม "นานี่" เพียงประตูเดียว ก็กลายเป็น 3 แต้มแรกที่ยูไนเต็ดควานหามาตั้งแต่เปิดฤดูกาลกลายเป็นจุดเริ่มต้นในการหลั่งไหลมาของ 3 แต้มต่อๆ มา



หลังจากได้มวลสารดี พิธีขลัง เกจิดัง วัตถุประสงค์ชัดเจน ชัยชนะก็วิ่งเข้าสู่รังปีศาจไม่ขาดสายรวมไปถึงชัยชนะเหนือคู่แข่งคนสำคัญอย่าง "เชลซี" ที่เพิ่งเปลี่ยนกุนซือ มาหมาดๆ จนทำให้จากที่ต้องจมอยู่ก้นตาราง เปลี่ยนมาสัมผัสกับตำแหน่งจ่าฝูงได้สำเร็จ เมื่อผ่านมาแค่ 6 นัดเท่านั้นแม้จะต้องสลับตำแหน่งกับ "อาร์เซน่อล" อยู่เป็นประจำก็ตามก่อนที่ผู้ท้าชิงจะเปลี่ยนมือมาเป็นของ "สิงห์สำอาง" ในช่วงโค้งสุดท้าย

เดิมทีอาเสี่ยแห่งกรุงลอนดอน ถูกคาดหมายว่าจะหลุดจากวงโคจรลุ้นแชมป์ไปตั้งแต่ต้นซีซั่นเมื่อต้องเปลี่ยนแปลงตัวแม่ทัพใหญ่ท่ามกลางสมรภูมิรบอันร้อนระอุจากพลเอกเครียด "มูรินโญ่" มาเป็นร้อยเอกคัน "แกรนต์" ตามใบสั่งด่วนจากทัพหลวงโดยการเปลี่ยนหัวเรือใหญ่คนใหม่นี่เอง ที่จะส่งผลให้ทัพสิงโตแตกพ่ายและหนีร้นไปคนละทิศคนละทางในไม่ช้าแต่แล้วนายใหญ่คนใหม่ ผู้สืบทอดทายญาติมาจาก "อ้าวเอี๊ยงฮง" ก็สามารถใช้ "พลังคางคก" ปราบเด็กในคาถาจนอยู่มัด ไม่มีแตกแถวเหมือนดังที่ถูกคาดไว้แถมเพื่อนร่วมเมืองอย่าง "อาร์เซน่อล" ยังมาสะดุดขาตัวเองให้อีกในท้ายฤดูกาลจึงทำให้เชลซีกลับมามีลุ้นแชมป์ได้จนถึงนัดสุดท้าย

แม้จะเริ่มต้นได้ไม่ดีนัก แต่ก็ลงท้ายด้วยแชมป์ จากผลงานอันเอกอุของเหล่านักเตะยูไนเต็ดทุกคนต้องยอมรับว่านักเตะชุดนี้ เปี่ยมไปด้วยความหลากหลาย และมากด้วยความสามารถยิ่งทุกคนมารวมตัวกันภายใต้ร่มเงาของ "ป๋าเฟอร์กี้" จึงกลายเป็นทีมที่กลมกล่อมลงตัวได้ไม่ยาก และไม่แปลกที่คำว่า "ทีมที่ดีที่สุดเท่าที่เคยคุมมา" หลุดออกจากปากท่านเซอร์แห่งเมืองวิสกี้



โดยความลงตัวเริ่มขึ้นเมื่อนายใหญ่แห่งโอลด์ แทรฟฟอร์ด สั่งนำเข้าเด็กใหม่ถึง 4 หน่อด้วยกันซึ่งล้วนแต่เป็นส่วนประกอบสำคัญในการเติมเต็มพลังการบุกให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นกว่าฤดูกาลก่อน "ฮาร์กรีฟส์" เข้ามาเติมเต็มในส่วนมิดฟิลด์ตัวรับ ทำให้กองกำลังในแนวรุกใส่เกียร์บุกได้อย่างไร้กังวลแถมยังผันตัวเองมารับบทวิงแบ๊กในยามคับขันได้อย่างไม่ขัดเขิน "นานี่" กลายเป็นว่าที่ทาญาติของ "กิ๊กซ์" ได้อย่างเต็มภาคภูมิ เมื่อสามารถสลับตำแหน่งริมเส้นได้อย่างเนียนตาแถมประตูแรกของเจ้าตัวยังเป็นส่วนประกอบสำคัญในการอัญเชิญปีศาจขึ้นจากหลุดอีกด้วย "แอนเดอร์สัน" ได้รับโอกาสพิสูจน์ตัวเองหลังจากการขาดหายไปของ "สโคลส์" อันเนื่องมาจากอาการบาดเจ็บแล้วบราซิเลี่ยนวัยกระเตาะก็ไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง เมื่อท้าชนกับมิดฟิลด์คู่แข่งชนิดไม่กลัวใครหน้าไหนทั้งสิ้นและ "เตเบซ" ศูนย์หน้าวิ่งสู้ฟัดเยี่ยง "สิงโตล่าเหยื่อ" ซึ่งแม้จะไม่ได้ยิงประตูให้ทีมอย่างเป็นกอบเป็นกำ แต่ประตูสำคัญในยามที่ทีมต้องการ ก็ล้วนเป็นผลงานจากเจ้าของทรงผมหัวสิงโตทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นประตูชัยเหนือ "ลิเวอร์พูล" กับ "เบอร์มิงแฮม" หรือแม้แต่ประตูที่ช่วยให้ทีมหลุดรอดจากความปราชัย จนเก็บแต้มสำคัญได้จาก "สเปอร์ส" และ "แบล็คเบิร์น"

และแนวรุกของยูไนเต็ดคงไม่สมบูรณ์แบบ หากขาดปีกจอมสับนามกระฉ่อน "โรนัลโด้" แม้จะทำได้เพียงแค่เฉียดใกล้กับคำว่า "นักเตะที่ดีที่สุดในโลก" เมื่อปีก่อนแต่โรนัลโด้ก็พร้อมที่จะพิสูจน์ให้ทั่วโลกได้เห็นอีกครั้งว่าคู่ควรกับคำนั้นมากเพียงใดด้วยการรักษาฟอร์มอันร้อนแรงต่อเนื่อง จนกลายเป็นหัวใจในแนวรุกปีศาจแดงที่ไม่อาจขาดได้ และเติมเต็มความสมบูรณ์แบบเข้าไปด้วยผลงานการล่าตาข่ายทั้ง 31 ประตูในเกมลีค และ 41 ประตูจากทุกรายการจนสามารถคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของพีเอฟเอ ทั้งจากเพื่อนร่วมอาชีพ และแฟนบอลรวมทั้งรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของสมาคมผู้สื่อข่าว มาครองได้อีกสมัยนับเป็นนักเตะคนที่สองที่สามารถกวาดทั้ง 3 รางวัลมาครองได้ 2 สมัยติดต่อกันนอกจากนั้น ปีกจอมสับชาวโปรตุเกส ยังได้ทำลายสถิติอันเป็นประวัติศาสตร์ของสโมสรมายาวนานอีกด้วยกับสถิติ "นักเตะซึ่งไม่ใช่ตำแหน่งกองหน้า ที่ทำประตูในหนึ่งฤดูกาลได้สูงที่สุดตลอดกาล" ซึ่งเทพบุตรลูกหนัง "จอร์จ เบสต์" บรรจงสร้างไว้ที่ 32 ประตู และยืนหยัดมาถึง 40 ปีแถมยังเกือบเทียบเท่าสถิติ "นักเตะที่ทำประตูในฟุตบอลลีค ในหนึ่งฤดูกาลสูงที่สุดตลอดกาล" จากผลงานของ "เดนนิส ไวโอเล็ต" ที่ทำไว้ 32 ประตู เมื่อฤดูกาล 1659-1660

แต่นอกจากแนวรุกที่พร้อมจะไล่ล่าประตู และส่องตาข่ายคู่แข่งทุกเมื่อแล้วอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งให้ปีศาจแดงเดินทางมาได้ถึงฝั่งฝันก็คือ แนวรับที่แข็งแกร่งแม้หน้าตาของแบ๊กโฟร์ จะเปลี่ยนแปลงไปจากซีซั่นก่อน ด้วยการขาดหายไปของ "กัปตันแกรี่" แต่ "บราวน์" ก็สามารถทำหน้าที่ทดแทนได้เนียนสุดๆ เปลี่ยนจากคำว่า "ยี้" เป็นคำว่า "เยี่ยม" อย่างไร้ข้อครหาประกอบกับความแข็งแกร่ง และการเล่นเข้าขารู้ใจของคู่ปราการหลัง "เฟอร์ดี้-วีดี้" ร่วมกับความเร็วของ "เอฟร่า" และความหนึบของ "น้าซาร์" ทำให้สามารถสร้างสถิติเสียประตูน้อยที่สุดของสโมสรขึ้นมาใหม่ ด้วยการเสียประตูให้คู่แข่งเพียง 22 ลูกเท่านั้น

และเหนืออื่นได้ ต้องไม่ลืมนักเตะทุกคนที่รวมตัวกันจนเกิดเป็น "ยูไนเต็ด" ชุดนี้แม้บางคนอาจจะมีโอกาสได้ลงสนามไม่มากนัก แต่ผลงานของทุกคนก็เป็นส่วนหนึ่งในชัยชนะอันยิ่งใหญ่แม้ "ฟอสเตอร์" จะมีโอกาสลงเฝ้าเสาเพียงนัดเดียว แต่ก็โชว์ซุปเปอร์เซฟ จนเก็บคลีนชีทได้สำเร็จแม้ "ซิมพ์สัน" จะสัมผัสสนามได้เพียง 3 นัด แต่ก็สามารถการเติมเกมบุกจนเก็บมาได้ 1 แอสซิสแม้ "ซิลแวสตร์" จะบาดเจ็บไปนาน แต่ก็สามารถกลับมาไล่เสียบนักเตะเชลซีอย่างไม่บันยะบันยัง และแม้ "ซาฮา" จะใช้เวลาส่วนใหญ่บนเตียงหมอ แต่ประตูโทนนัดชน "ซันเดอร์แลนด์" ก็ช่วยทีมเก็บ 3 แต้มเต็ม



แชมป์...ไม่ได้เกิดขึ้นได้ด้วยนักเตะเพียง 11 คน แต่เพราะมีนักเตะสลับหมุนเวียนลงสนามถึง 25 คน จึงทำให้ทุกคนสดพร้อมต่อกรกับคู่แข่งไม่ว่าใหญ่มาจากไหน เหมือนจิ๊กซอว์แต่ละชิ้น ที่มีขนาดใหญ่บ้าง เล็กบ้าง แต่หากขาดชิ้นส่วนใดชิ้นส่วนหนึ่งไป ก็ย่อมไม่อาจสร้างภาพแชมป์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และต้องไม่ลืมฝีมือการต่อจิ๊กซอว์อันยอดเยี่ยมของคุณลุงที่ยังมีแรงกระโดดโลดเต้นเป็นเด็กไปอีกนาน "เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน"

เรื่องโดย chokechone11 Red Army Fanclub


"Reds on the Rock" ... แดงเพียวๆ ไม่เอี่ยวใคร

อะคาเดมี่ แมนคูเนียน
เมื่อลมหนาวพัดผ่าน
Episode VI : Return of the Jetdo!!
เบิร์บ...ป๋ารักเอ็งว่ะ
เส้นทางสู่ ... "บัลลงดอร์"
เปิดเทอมใหญ่...หัวใจสะออน
Mission Possibl3s
ปาฏิหาริย์ กับ ยอดหญ้า
Manchester United v Chelsea !!Preview!!
Jigsaw!!
อ่านทั้งหมด
ก่อนเกม บีญาร์เรียล - แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
รายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
วัน อังคารที่ 25 พฤศจิกายน 2551
ถ่ายทอดสด ทรู วิชั่นส์ 64, ช่อง 3


อะคาเดมี่ แมนคูเนียน
ในฐานะที่เป็นสาวกปีศาจแดงในยุคที่ความสำเร็จต่างถาโถมเข้าใส่ แบบไม่เกรงใจว่าใครจะแอบอิจฉาอยู่หรือเปล่า ทำให้มีประโยค หนึ่งที่มักจะได้ยินคุ้นหูอยู่เป็นประจำแทบทุกปี "ผีใช้เงินซื้อแชมป์"


เมื่อลมหนาวพัดผ่าน
ตามหลักวิชาการแล้ว ฤดูหนาวของประเทศไทย จะเริ่มอย่างเป็น ทางการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน - เดือนกุมภาพันธ์ แต่ผลจากภาวะ โลกร้อนก็ทำเอาการมาถึงของหน้าหนาวออกอาการ "เปลี๊ยนไป๋"


แฟนผี Project Vol. 59
วางจำหน่าย พฤศจิกายน 2551
ราคา 60 บาท
โดย สยามสปอร์ตบุ๊คส์


หาทุนช่วยเหลือองค์การยูนิเซฟ
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จัดงานเลี้ยงกาลา ดินเนอร์ ฉลองความ สำเร็จของผู้เล่นเยาวชนของทีมในธีม "แชมเปี้ยนส์ ออฟ ยูธ" เพื่อ หาทุนช่วยเหลือองค์การยูนิเซฟ ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด






  

 



© RED ARMY FANCLUB™ Designed by TDG
Group of Independent Supporting Manchester United Football Club.
We are not an official fanclub of Manchester United Limited and bear no commercial relation to them.