หน้าแรก ข่าว เวบบอร์ด รายชื่อนักเตะ ประวัติสโมสร ประวัตินักเตะ ผู้จัดการทีม รวมภาพ โปรแกรมแข่งขัน เพลง ลิ้งค์ ติดต่อชมรม



สโต๊ค ซิตี้
พบกับ
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
สนาม บริตันเนีย, อังกฤษ
รายการ พรีเมียร์ ลีก
เวลา 19.45 น.
วัน ศุกร์ที่ 26 ธันวาคม 2551
ถ่ายทอดสด ทรู วิชั่นส์ 59
คะแนนทายผล 5 อันดับ

1. เบคแก้ว 109 คะแนน
2. golfapache 104 คะแนน
3. kenjiac127 102 คะแนน
4. pigpotsps10 100 คะแนน
5. smithy.nbt 99 คะแนน
หน้าแรกเกม
วิธีการเล่น
ตรวจสอบคะแนน
คะแนนทายผล 30 อันดับ
ทายผลการแข่งขัน
โปรแกรมการแข่งขัน

 

Mission Possibl3s
8 มิถุนายน 2551 เปิดอ่าน 1541 ครั้ง |  พิมพ์หน้านี้ | rss



"ผมคงไม่อยู่คุมทีมไปจนถึงวัย 70 แน่ๆ ไม่มีทาง คุณมั่นใจได้เลย" ถ้อยแถลงนี้อาจจะเป็นแค่คำพูดของคุณปู่คนหนึ่ง และคงไม่มีใครหน้าไหนให้ความสนใจมากนัก หากไม่ได้หลุดออกมาจากปากคุณปู่เจ้าของชื่อ "เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน"

แค่เห็นคำปริศนาจากปากคำของคุณปู่วัย 66 ปี โดยที่ไม่ต้องพึ่งฝีมือจากสุดยอดอัจฉริยะข้ามคืนคนไหน ก็สามารถถอดรหัสได้ว่า นายใหญ่จากรั้วโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ขีดเส้นตายให้ตัวเองไว้ไม่เกิน 3 ปีเท่านั้น ก่อนจะปิดฉาก "สุดยอดบรมกุนซือ" อย่างเป็นทางการ

คุณปู่อเล็กซ์ของหลานๆ เหมาะสมกับคำว่า "สุดยอดบรมกุนซือ" อย่างไร้ข้อกังขา จะหาใครที่เกิดมาเพื่อทวงความยิ่งใหญ่กลับคืนสู่ถิ่นฐาน ได้อย่างที่ "ป๋าเฟอร์กี้" ได้ฝากผลงานเอาไว้ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เริ่มต้นบทบาทผู้จัดการทีมกับ "อีสต์ สเตอร์ลิงเชียร์" ด้วยวัยเพียง 32 ปีเท่านั้น หลังจากนั้นไม่นานก็ย้ายมาคุม "เซนต์ เมอร์เรน" ซึ่งที่นี่เองเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จทั้งหมด เฟอร์กูสัน ใช้เวลาเพียง 3 ปี ก็พาทีมขึ้นเถลิงแชมป์ดิวิชั่น 1 ก้าวสู่ลีคสูงสุดเมืองวิสกี้ได้สำเร็จในซีซั่น 1976-77 ก่อนจะเก็บกระเป๋าเข้าซบรัง "อเบอร์ดีน" ในเดือนมิถุนายน 1978 อันเป็นอีกย่างก้าวสู่ความยิ่งใหญ่

เฟอร์กี้ สร้างทีมขึ้นมาต่อกรกับยักษ์ใหญ่อย่าง "เซลติก" และ "เรนเจอร์ส" ได้อย่างสนุกสุดเหวี่ยง และพา อเบอร์ดีน ขึ้นครองบัลลังแชมป์ลีคสูงสุด ที่รอคอยมานานถึง 25 ปีได้สำเร็จในระยะเวลาแค่ 2 ปีเท่านั้น ก่อนจะคว้าแชมป์สก็อตติช พรีเมียร์ลีค ได้อีก 2 สมัยในปี 1983-84 และ 1984-85 นอกจากนั้นยังพาทีมคว้าแชมป์บอลถ้วยได้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น สก็อตติช คัพ 4 สมัย สก็อตติช ลีค คัพ 1 สมัย รวมไปถึงแชมป์ "ยูโรเปี้ยน คัพ วินเนอร์ส คัพ" ที่ปราบ "รีล มาดริด" ลงได้สำเร็จในปี 1982-83



และแล้วเมื่อซีซั่น 1986-87 เริ่มต้นขึ้น "สุดยอดทีม" ก็ถึงเวลาได้ประสบพบเจอกับ "สุดยอดกุนซือ" ทันทีที่ "บิ๊กรอน" แอตกินสัน มีอันต้องพ้นจากโรงละครแห่งความฝันไป ด้วยข้อหาห่างไกลจากแชมป์ลีคสูงสุด ก็เปรียบดังการจากไปของ "ชีซี" ที่นำมาซึ่ง "ขงเบ้ง" กุนซือผู้กอบกู้ราชวงศ์ฮั่นอันเกรียงไกล เมื่อกุนซือชาวสก็อตก้าวเข้ามารับหน้าที่คุมปีศาจแดงที่หลับใหลมายาวนานกว่าสองทศวรรษ แต่ศึกครั้งแรกบนสังเวียนดิวิชั่น 1 โบราณนั้น หาได้ง่ายดายเหมือนกับ "ศึกเนินพกบ๋อง" จึงทำให้ปีแรกภายใต้การคุมทีมของเฟอร์กี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำได้เพียงอันดับที่ 11 ตามหลังจ่าฝูงถึง 30 แต้ม ซึ่งอาจเป็นเพราะในทีมปีศาจแดงเวลานั้น หาได้มีนักเตะอย่าง "กวนอู" "เตียวหุย" หรือ "จูล่ง" ก็เป็นได้ ทำให้ปีต่อมาปีศาจแดงจึงสั่งนำเข้า "สตีฟ บรูซ" และ "ไบรอัน แม็คแคลร์" ด้วยค่าตัวอันเป็นสถิติในเวลานั้น จนทำให้จบปีนั้นด้วยตำแหน่งรองแชมป์ ตามหลัง "ลิเวอร์พูล" สุดยอดทีมบนเกาะอังกฤษเวลานั้นอยู่ 9 คะแนน

ตลอด 3 ปีแรกในเมืองแมนเชสเตอร์ ดำเนินไปอย่างไร้ซึ่งวี่แววแชมป์ใดๆ ทั้งสิ้น ถึงขนาดที่แฟนบอลบางจำพวกออกมาชูป้ายเย้ยหยัน และสาปส่งกันเลยทีเดียว แต่หลังจากโดนกดดันอย่างหนักจากทั้งแฟนบอล และบอร์ดบริหาร เฟอร์กี้ก็คว้าโทรฟี่ใบแรกที่อังกฤษได้สำเร็จ ด้วยลูกยิงของ "ลี มาร์ติน" ในแมทต์ชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ นัดรีเพลย์ ซึ่งช่วยให้เจ้านายยังคงมีงานทำต่อไป และเป็นใบเบิกทางให้แชมป์ต่อมา "ยูโรเปี้ยน คัพ วินเนอร์ส คัพ" ในปี 1991 และ "ลีค คัพ" ในปี 1992 ก่อนจะมาคว้าแชมป์ลีคสูงสุดที่ได้ฤกษ์เปลี่ยนชื่อเป็น "พรีเมียร์ ลีค" ได้สำเร็จ สิ้นสุดการรอคอยอันยาวนาน 26 ปี ไม่รู้เหมือนกันว่าหลังจากนั้น "พวกดีแต่จะเอา ไม่เคยหยิบยื่นโอกาส" หดหัวไปอยู่ไหนหมด

นับตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบบนแผ่นดินปีศาจแดง ก็ล่วงเลยมายาวนานเกือบ 22 ปีเข้าไปแล้ว ความสำเร็จมากมายถาโถมเข้าสู่โรงละครแห่งความฝันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ถ้วยรางวัลที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ทั้ง 29 ใบ เป็นเครื่องพิสูจน์ได้อย่างดี



แต่ "ไม่มีงานเลี้ยงใดที่ไม่เลิกรา" จึงมีคำถามอยู่เสมอว่า เมื่อไหร่ "ป๋าเฟอร์กี้" จะละจากบังเหียนปีศาจเสียที จนเป็นผลให้เกิดคำตอบอย่างถ้อยแถลงข้างต้นออกมาในที่สุด แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ป๋าประกาศวางมือ การประกาศล้างมือในอ่างทองคำเยี่ยง "หลิวเจิ้นฟง" เกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อฤดูกาล 2001-02 ก่อนจะต้องกลับลำกะทันหัน หลังปีศาจแดงที่คว้าแชมป์ลีคมา 3 ปีติด ประสบกับฟอร์มผีออกกระฉูด จนจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 3 ต่ำสุดนับตั้งแต่พรีเมียร์ ลีค ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลก

นอกจากจะถอดรหัสระยะเวลาที่เหลือของเฟอร์กี้แล้ว ยังต้องถามต่อไปอีกว่า "แล้วทำไมต้อง 3 ปี" ระยะเวลาเพียง 3 ปี อาจน้อยนิดสำหรับเด็กมัธยมต้น ที่จะค้นหาตัวเองว่าควรศึกษาต่อสายสามัญหรือมุ่งสายอาชีพ ระยะเวลาเพียง 3 ปี อาจน้อยนิดสำหรับเด็กมัธยมปลาย ในการเตรียมตัวสู้ศึกใหญ่ที่มีอนาคตเป็นเดิมพัน และระยะเวลาเพียง 3 ปี อาจจะน้อยไปสำหรับบอร์ดบริหารปีศาจแดง ที่จะควานหาตัวตายตัวแทนของเฟอร์กี้ แต่มันก็ยังดีกว่าไม่เหลือเวลาให้เลย

ประสบการณ์เมื่อ 6 ปีที่แล้ว น่าจะส่งผลต่อการตัดสินใจประกาศครั้งนี้ไม่มากก็น้อย นอกจากจะส่งสัญญาณให้บอร์ดบริหารเตรียมการควานหากุนซือคนใหม่กันตั้งแต่หัววันแล้ว ยังเป็นการสั่งลาลูกทีมเสียแต่เนิ่นๆ ป้องกันการกลับมาย้อนรอยของฟอร์มผีออกกระฉูดอีกครั้งด้วย

นอกจากนั้น ระยะเวลา 3 ปีต่อจากนี้ เซอร์ อเล็กซ์ ยังต้องดำเนินภารกิจพิชิต "สุดยอดทีมของอังกฤษ" ต่อไป เพราะถึงแม้จะพาปีศาจแดงครองความยิ่งใหญ่คับเกาะอังกฤษมาตลอด 16 ปีที่ผ่านมาก็ตาม แต่ด้วยบุญเก่าทั้ง 18 สมัยของ "ลิเวอร์พูล" ก็ทำให้พลพรรคเรด อาร์มี่ ไม่อาจยืดอกได้อย่างเต็มภาคภูมิ จวบจนสิ้นฤดูกาล 2007-08 ที่เพิ่งผ่านไปนี่เองที่ช่องว่างของตำแหน่งแชมป์สูงสุดเหลือเพียง 1 สมัยเท่านั้น และแชมป์อีกเพียงครั้งเดียวจาก 3 ฤดูกาลที่เหลือ ก็จะทำให้ปีศาจแดงขึ้นไปเทียบเคียงกับคำว่า "สูงสุด" แต่เชื่อแน่ว่า "ป๋าเฟอร์กี้" คงไม่อยากใช้ตำแหน่งแชมป์สูงสุดร่วมกับใครแน่นอน ยิ่งหากใน 3 ปีนี้ สามารถพาทีมที่ได้ชื่อว่า "ดีที่สุด" ครองเจ้ายุโรปได้สำเร็จอีกอย่างน้อย 2 สมัย ปีศาจแดงก็จะก้าวขึ้นเป็น "สุดยอดทีมของอังกฤษ" อย่างเต็มตัว!



และเหนือสิ่งอื่นใด ในระยะเวลา 3 ปีจากนี้ ป๋าจะได้ฝังรากความสำเร็จ ณ โรงละครแห่งความฝันให้ลึกลงไปอีก ไม่ให้ซ้ำรอยอย่าง "เซอร์ แมตต์ บัสบี้" ที่หยิบเอาความสำเร็จติดมือไปด้วย หลังล้างมือในอ่างทองคำใบโต แล้ววันนั้นคุณปู่วัย 70 คงได้ยิ้มแฉ่งเคียงข้างภริยาคู่ใจ เฝ้ามองทีมที่อุตส่าห์ฟูมฝักมากว่า 25 ปี ที่ยังคงตะบันสู่ความสำเร็จอย่างไม่หยุดหย่อนต่อไป...ต่อไป และ ต่อไป

เรื่องโดย chokechone11 Red Army Fanclub


"Reds on the Rock" ... แดงเพียวๆ ไม่เอี่ยวใคร

สุดยอดของโลก
อะไหล่เกรดเอ
อะคาเดมี่ แมนคูเนียน
เมื่อลมหนาวพัดผ่าน
Episode VI : Return of the Jetdo!!
เบิร์บ...ป๋ารักเอ็งว่ะ
เส้นทางสู่ ... "บัลลงดอร์"
เปิดเทอมใหญ่...หัวใจสะออน
Mission Possibl3s
ปาฏิหาริย์ กับ ยอดหญ้า
อ่านทั้งหมด
สัมภาษณ์พิเศษ : ไรอัน กิ๊กส์
ก่อนอื่นเลยนะไรอัน คุณรู้สึกตื่นเต้นแค่ไหนที่จะได้พบกับอินเตอร์ มิลาน?, การประกบคู่ครั้งนี้จะทำให้เซอร์ อเล็กซ์ พบกับคู่ปรับเก่า อย่าง โจเซ่ มูรินโญ่ อีกครั้ง ...


แฟนผี Project Vol. 60
วางจำหน่าย ธันวาคม 2551
ราคา 60 บาท
โดย สยามสปอร์ตบุ๊คส์ ...


Ballon d'Or..ขอเบิ้ล
ถือว่าเหมาะสมทุกประการ เพราะหลังจบจากซีซั่นที่แล้วในสภาพ สำลักความสำเร็จ เขาทำให้ตัวเลข 42 เป็นตัวเลขที่มีการพูดถึง มากที่สุดในช่วงหลายๆ เดือนที่ผ่านมานับจากนั้น ...


สุดยอดของโลก
จากผลงานการถล่ม 42 ประตู นำแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผงาด ครองดับเบิลแชมป์ ทั้ง "พรีเมียร์ ลีก" และ "ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก" ในฤดูกาลที่แล้ว ทำให้วงการลูกหนังโลกต่างยกให้ โรนัลโด้


อะไหล่เกรดเอ
เตเบซ เริ่มต้นฤดูกาลแรกภายใต้ชายคาโรงละครแห่งความฝัน อย่างสวยหรู ด้วยผลงาน 19 ประตู จากการลงสนาม 48 นัด แถมยัง ซัดประตูชัยให้ปีศาจแดงคว้าแต้มสำคัญได้หลายต่อหลายครั้ง






  

 





© RED ARMY FANCLUB™ Designed by TDG
Group of Independent Supporting Manchester United Football Club.
We are not an official fanclub of Manchester United Limited and bear no commercial relation to them.