Home Ladbrokes
Facebook | Red Army Fanclub rafc1994 on Twitter

อะคาเดมี่ แมนคูเนียน
22 พฤศจิกายน 2551 เปิดอ่าน 6,204 ครั้ง |  พิมพ์หน้านี้ | rss


เงินเท่านั้นเสกสรรให้เราได้สบาย ทุกคนเป็นใหญ่ได้ด้วยเงิน!

ในยุคที่การซื้อขายส่วนใหญ่ต่างใช้ "วัตถุที่รัฐกำหนดขึ้นไว้เพื่อใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย" เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน แทนที่จะเป็นช้าง ม้า วัว ควาย อย่างในสมัยพ่อขุน จึงไม่แปลกที่จะเห็น "มนุษย์เงินเดือน" เดินกันขวักไขว่เกลื่อนโลก จะไม่ให้เป็นเยี่ยงนั้นได้อย่างไร ในเมื่อปัจจัยพื้นฐานที่มนุษย์พึงต้องการทั้งอาหาร ที่อยู่ เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค ล้วนแต่ต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อที่แปรสภาพเป็นเม็ดเงินแล้วทั้งสิ้น แถมปริมาณที่ใช้ในการแลกยังเพิ่มทวีคูณขึ้นทุกวัน

ในเมื่อกระดาษที่มีมูลค่าขึ้นมาด้วยลายเซ็นของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประหนึ่งไม้กายสิทธิ์ที่สามารถเสกสรรดังปรารถนา ด้วยเหตุนี้จึงทำให้บุคคลกลุ่มหนึ่งเชื่อว่า แค่มี "เงิน" ก็จะสามารถบันดาล "ความสำเร็จ" ใดๆ ก็ได้ตามต้องการ

ไม่เว้นแม้แต่ "แชมป์พรีเมียร์ ลีก"

อันจะเห็นได้จากอาการ วี๊ดว๊ายกระตู้ฮู้ อย่างออกนอกหน้าของบุคคลกลุ่มดังกล่าว หลังจากการมาถึงของเศรษฐียี่ห้อมะกัน ตระกูลเดียวกับมีดโกนชื่อดัง

ในฐานะที่เป็นสาวกปีศาจแดงในยุคที่ความสำเร็จมากหน้าหลายตา ต่างถาโถมเข้าใส่แบบไม่เกรงใจว่าใครจะแอบอิจฉาอยู่ไกลๆ หรือเปล่า ทำให้มีประโยคหนึ่งที่มักจะได้ยินคุ้นหูอยู่เป็นประจำแทบทุกปี "ผีใช้เงินซื้อแชมป์" จากแรกๆ ที่รู้สึกไม่พอใจ ก็เริ่มทำใจ เข้าใจ และกลายเป็นเห็นใจในที่สุด

ไม่เคยเถียงสักครั้งว่าในแต่ละฤดูกาลปีศาจแดงไม่เคยใช้เงินแลกนักเตะ เพราะแม้แต่ปี 1995-1996 ที่ "เซอร์ อเล็กซ์" มุ่งมั่นกับการปั้นแด็กเป็นหลัก ก็ยังไม่วายเจียดเงินในช่วงกลางซีซั่นให้อริร่วมเมืองเพื่อแลกกับการโยก "โทนี่ โคตัน" ข้ามฝั่งมาเป็นกองเสริมให้ "ยักษ์เดนส์" ทั้งที่ก็เห็นกันอยู่ทนโท่ว่าคู่แข่งทีมอื่นก็ใช้นโยบายช็อปปิ้งกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น 6 ล้านปอนด์ของ "เลส เฟอร์ดินานด์" 7.5 ล้านปอนด์สำหรับ "เดนนิส เบิร์กแคมป์" หรือแม้แต่ "เจสัน แม็คเคเทียร์" ที่สนนราคาอยู่ที่ 4.5 ล้านปอนด์ แต่สุดท้ายแล้วก็เป็นทีมที่ลงทุนไม่ถึงล้านปอนด์ ที่คว้าแชมป์ลีกพ่วงแชมป์ถ้วยไปครอง



"แค่หยุดกับที่ ก็เท่ากับก้าวถอยหลัง" ในขณะที่คู่แข่งต่างอัพเกรดทีมของตัวเองกันยกใหญ่ หากเลือกนั่งดูอยู่เฉยๆ ก็คงไม่ต่างกับการนั่งรอให้คู่แข่งวิ่งแซง ป๋าเฟอร์กี้คงตระหนักถึงเรื่องนี้ดี เพราะนับตั้งแต่อิมพอร์ท "เอริค คันโตน่า" จนขึ้นเถลิงแชมป์ลีกสูงสุดที่รอมากว่า 26 ปี โรงละครแห่งความฝันก็ไม่เคยว่างเว้นจากการต้อนรับนักเตะหน้าใหม่อีกเลย จนกระทั่งถึงออร์เดอร์ล่าสุดอย่าง "ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ"

แม้จะใช้เงินหมดไปกับการพัฒนาคุณภาพทีมแค่ไหน ยูไนเต็ดก็ไม่เคยห่างหายจากเด็กเยาวชนที่ทยอยกันขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่อย่างต่อเนื่อง โดยมีเวทีบอลถ้วยเล็กเป็นบันไดก้าวไปเป็นดาวโดดเด่นบนฟากฟ้า และมี "ลูกกรอกคะนอง หมายเลข 92" เป็นแรงบันดาลใจ นอกจากนั้นยังมี "สัญญายืมตัว" เป็นอีกเวทีที่ใช้ปล่อยของ

แต่ใช่ว่าประวัติศาสตร์จะวนมาซ้ำรอยกันได้บ่อยๆ เช่นเดียวกับวาทะเด็ดอย่าง "คุณไม่มีทางคว้าแชมป์ได้ด้วยเด็ก" ก็ไม่ได้มีให้ได้ยินกันบ่อยนัก จึงทำให้เด็กหลายต่อหลายคนพัฒนาจากสัญญายืมตัวไปเป็นสัญญาจ้างถาวรในที่สุด เหลือไว้เพียงเด็กระดับคุณภาพคับแก้วเท่านั้นที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งในแผนสู้ศึกของบิ๊กบอสเอเอฟ ใช่ว่าพวกเด็กๆ ที่พ้นทีมไปจะไร้ความสามารถ หากเป็นด้วยขนาดทีมต่างหาก นั้นจึงทำให้ "เด็กก้นกุฏิ" ยังคงวนเวียนให้เห็นอยู่ทั่วพรีเมียร์ ลีก จนชินตา

เช่นที่ผ่านมา ซีซั่นนี้เหล่าอสูรน้อยก็ยังต้องพึ่งเวทียืมตัวในการงัดทีเด็ดออกมาโชว์ให้ป๋าประทับใจ เพราะนอกจากนักเตะรุ่นพี่เจ้าของดับเบิ้ลแชมป์การันตีจากปีก่อนต่างจับจองตำแหน่งไว้อย่างเหนียวแน่นแล้ว ยังมีเฟรชชี่เปี่ยมคุณภาพทั้งเบอร์บาตอฟ และฝาแฝดหัวหยอง "ฟาบิโอ" และ "ราฟาเอล"

"ทอม ฮีตัน" นายทวารวัย 22 จากเชสเตอร์ เป็นรายแรกที่ถูกส่งไปอยู่กับ "คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้" ทีมในลีก แชมเปี้ยนชิพ ซึ่งช่วยเก็บคลีนชีตให้คาร์ดิฟฟ์ไปถึง 6 เกม จนเกาะกลุ่มหัวตารางอยู่ในขณะนี้

"เฟเบียน แบรนดี้" กองหน้าร่างเล็กวัย 19 ที่ใช้ชีวิตร่วมกับยูไนเต็ดมาตั้งแต่ 9 ขวบ ได้โอกาสกลับไปร่วมงานกับ "สวอนซี" อีกครั้ง หลังปีก่อนทำได้ 3 ประตู จากการลงสนาม 2 ตัวจริง 17 ตัวสำรอง

"เคร็ก แคธคาร์ท" ปราการหลังชาวไอร์แลนด์เหนือวัย 19 เจ้าของรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมของสโมสรเมื่อ 2 ปีก่อน เดินทางไปร่วมทีมกับ "พลีมัธ" โดยสามารถสอดขึ้นมามีชื่อทำประตูได้แล้วด้วย

"ลี มาร์ติน" ปีกวัย 21 ที่ทำผลงานได้น่าประทับใจในช่วงปรีซีซั่น ถูกส่งให้ "น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์" ยืมใช้งาน ซึ่งผลิตสกอร์ให้ทีมเจ้าป่าไปได้แล้ว 1 ประตู

"แดนนี่ ซิมป์สัน" แบ็กขวาวัย 21 ที่สอดแทรกขึ้นมาเล่นชุดใหญ่เมื่อปีก่อนได้ถึง 8 นัด ถูกส่งไปร่วมงานกับ "พอล อินส์" หนึ่งในศิษย์ก้นกุฏิรุ่นใหญ่ ที่รังอีวู้ด ปาร์ค โดยมีโอกาสสัมผัสเวทีพรีเมียร์ ลีก ไปแล้ว 9 นัด ร่วม 747 นาที

"เฟรเซอร์ แคมป์เบลล์" ศูนย์หน้าวัย 21 ที่ซัด 15 ประตูเมื่อปีก่อน ช่วยให้ "ฮัลล์ ซิตี้" ก้าวขึ้นสู่ลีกสูงสุดได้สำเร็จ โดยปีนี้ศูนย์หน้าผิวสีกลายเป็นส่วนสำคัญในการนำเข้า เบอร์บาตอฟ เมื่อต้องโยกไปล่าตาข่ายให้ทีมไก่เดือยทองแทนศูนย์หน้าบัลแกเรียน และเมื่อโอกาสมาถึงเจ้าตัวก็ไม่ทำให้ใครต้องผิดหวัง เมื่อจัดการซัดไปแล้ว 3 ประตู โดย 2 ลูกในนั้นเป็นการเด็ดปีกหงส์เสียด้วย แถมล่าสุดในการรับใช้ชาติชุดเล็ก ก็ยังใส่ชื่อบนสกอร์บอร์ดได้อีกด้วย ยิ่งหากเวลาที่เหลือในถิ่นไวท์ ฮาร์ทเลน ยังคงได้รับโอกาสจาก "แฮร์รี่ เรดแนปป์" และทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง ปีหน้าคงได้เห็น แคมป์เบลล์ อยู่รับใช้ปีศาจแดงเป็นการถาวรเสียที และเจริญรอยตาม "แอนดี้ โคล" ฮีโร่ขวัญใจอย่างที่ต้องการ



แต่ในขณะที่ปีศาจวัยกระเต๊าะคนอื่นต่างพาเหรดกันออกไปเผชิญโลกภายนอก เด็กที่มีอายุน้อยที่สุดในกลุ่มกลับได้รับโอกาสผลักดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ พร้อมหมายเลข 19 "แดนนี่ เวลเบ็ค"

หลังจากได้รับรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมของสโมสรในปีที่แล้ว เวลเบ็ค ก็ได้รับการจับตามองอย่างมากจากสาวกปีศาจแดง เพราะนอกจากจะอายุน้อยแล้ว ศูนย์หน้ารายนี้ยังได้ชื่อว่าเป็น "แมนคูเนียน" เต็มตัวอีกด้วย จากการลืมตาดูโลกในแถบลองไซด์ บ้านเดียวกับรุ่นพี่ชื่อ "เวส บราวน์" แม้จะเกิดในครอบครัวชาวกานา แต่ศูนย์หน้าวัยยังไม่ครบ 18 ปีบริบูรณ์ก็ติดทีมชาติอังกฤษชุดเล็กไปแล้ว ตั้งแต่ชุดอายุต่ำกว่า 17 ปี จนถึงชุดอายุต่ำกว่า 19 ปี

เวลเบ็คถูกเรียกเข้าสู่ทีมชุดใหญ่ในช่วงปีใหม่กลางซีซั่นก่อน โดยประเดิมสนามอย่างไม่เป็นทางการในเกมเทสติโมเนียลกับ "อัล ฮีลัล" แถมยังเกือบทำประตูได้จากจุดโทษอีกด้วย ศูนย์หน้าผิวสีเริ่มต้นฤดูกาลนี้ในศึกลีก คัพ ตามประสานักเตะเยาวชน แม้จะไม่สามารถมีชื่อประตู แต่ก็มีส่วนสำคัญกับการได้จุดโทษในเกมรอบ 4 กับ "ควีนส์ ปาร์ก เรนเจอร์ส" ซึ่ง เตเบซ ก็จัดการส่งบอลสู่ก้นตาข่ายพายูไนเต็ดเข้าสู่รอบต่อไป

ในที่สุด เวลเบ็ค ก็มีโอกาสได้ลงสัมผัสเกมพรีเมียร์ ลีก เป็นครั้งแรกจนได้ ในการพบกับ สโต๊ค ซิตี้ หลังจากมีชื่ออยู่ข้างสนามมาหลายนัด โดยถูกเปลี่ยนตัวแทน "ปาร์ค จี-ซุง" ในนาทีที่ 63 หลังปีศาจแดงออกนำไปถึง 3-0 แถมยังสามารถประเดิมสกอร์แรกได้อีกด้วย หลังจากอยู่ในสนามได้เพียง 21 นาที จากการซัดไกลเกือบ 30 หลาเสียบสามเหลี่ยมเข้าไปอย่างสวยงาม ซึ่งท่าทางการดีใจก็คล้ายจะก็อปปี้รุ่นพี่ในทีมบางคนมาเลยทีเดียว ยิ่งถ้าก็อปปี้จำนวนประตูที่ทำได้มาด้วยก็คงจะดีมาก



ประตูของ เวลเบ็ค จุดประกายความหวังของพลพรรคเรด อาร์มี่ ที่อยากจะเห็นศูนย์หน้าสายเลือด "เพียวบลัด" ขึ้นมาทันที เพราะนับตั้งแต่การจากไปของ "มาร์ค ฮิวจ์ส" ก็ไม่มีเด็กลูกหม้อในตำแหน่งกองหน้าขึ้นมาจับจองพื้นที่ตัวจริงได้อีกเลย กว่าทศวรรษที่คู่กองหน้าตกเป็นของ "เลือดผสม" ทั้งสิ้น

แถมการเป็น แมนคูเนียน อย่างเต็มตัว ก็คงจะช่วยอุดปากพวกที่ชอบพร่ำบ่นว่า "ปีศาจแดงใช้เงินซื้อแชมป์" ได้สนิทนักแล

ซึ่งก็อาจทำให้ "พวกเรา" ต้องคอยดูต่อไปว่า "พวกเขา" จะสรรหาคำใดมาพร่ำบ่นกันอีก

..... เฮ้อ!

เรื่องโดย chokechone11


"Reds on the Rock" ... แดงเพียวๆ ไม่เอี่ยวใคร
ผมไม่ใช่วีรบุรุษ!!
รู้หรือยัง...ว่าใคร "อ่อน"
แกะกล่องเครื่องแบบปีศาจ
ก่อนจะเสริฟเมนคอร์ส
ขุนพลหมายเลข 7
อสูรสายพันธุ์ใหม่ 2009
ล้มบ้างก็ได้
กิ๊กส์ กับ นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี
5 แชมป์...แค่ขำ หรือ ทำจริง ?
เก็บตก...มกราพาเพลิน
อ่านทั้งหมด


โปรแกรมการแข่งขัน

พรีเมียร์ ลีก   วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 23.00 น.
เชลซี พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด   สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์, อังกฤษ

เชลซี v แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ถ่ายทอดสด ทรู สปอร์ต 1


HOME

หน้าแรก

NEWS

ข่าวประจำวัน
บทสัมภาษณ์
ข่าวทีมสำรอง เยาวชน
ข่าวประชาสัมพันธ์
ข่าวลือการย้ายทีม

COLUMN

ฟุตบอล ชีวิต มิตรภาพ
Reds on the Rock
บทความ
Cartoon DD
100 Greatest Players
ซีซั่น รีวิว
เรดส์ รีวิว
ท่องเวบเด็ด

LIVE

รายงานสดฟุตบอล
อัตราต่อรองฟุตบอล
Active Radio FM 99
96 Sport Radio

MATCH

โปรแกรมแข่งขัน
ทายผลฟุตบอล
ตารางคะแนน

CLUB & PLAYER

ประวัติ และรายชื่อนักเตะ
ประวัติสโมสร

ETC

เวบบอร์ด
ลิ้งค์
เมกะสโตร์

MEDIA

วอลเปเปอร์
เพลง
รูปภาพ
เกม

Red Army Fanclub

ทีมฟุตบอล
ข่าวชมรม
ภาพกิจกรรม
RAFC Give
You're the Red Army

CONTACT US

ติดต่อ ลงโฆษณา
© RED ARMY FANCLUB™ Designed by P'
Group of Independent Supporting Manchester United in Thailand.