หน้าแรก ข่าว เวบบอร์ด รายชื่อนักเตะ ประวัติสโมสร ประวัตินักเตะ ผู้จัดการทีม รวมภาพ โปรแกรมแข่งขัน เพลง ลิ้งค์ ติดต่อชมรม
INSIDE EURO 2008 SMS HOME THE STANDINGS MATCH TRACKER BEST 11 CASTROL PERFORMANCE INDEX LANGUAGE www.castrolindex.com



Ron Atkinson
27 เมษายน 2548 เปิดอ่าน 2802 ครั้ง |  พิมพ์หน้านี้ | rss

รอน แอตคินสัน เกิดที่เมืองลิเวอร์พูลในวันที่ 18 มีนาคม 1939 แต่ไปเติบโตในเมือง เบอร์มิงแฮม

เมื่อตอนที่เขายังเด็ก เขาเล่นฟุตบอลให้กับทีมของโรงเรียน ลี วิลเลจ แล้วก็พัฒนาฝีเท้าตัวเองเร็วมากจนทำให้ได้รับรางวัลระดับตำบล จนถึงระดับเมือง และเขาก็ได้ให้ความเห็นถึงช่วงเวลานี้ว่า “ดูเหมือนว่าผมจะถูกสร้างมาเพื่อเป็นกัปตันทีม ผมชอบที่จะต้องรับผิดชอบอยู่เสมอ บางทีผมอาจเป็นผู้นำโดยธรรมชาติตั้งแต่เด็กเลยก็ได้”

หลังจากได้รับการติดต่อให้เข้าเป็นเด็กฝึกหัดกับเวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน และวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส เขาก็เลือกที่จะเข้าร่วมทีมกับ วูล์ฟส์ ซึ่งในปี 1954 วูล์ฟส์ จัดเป็นทีมที่น่ากลัวทีมหนึ่ง ที่มีนักเตะอย่างบิลลี่ ไรท์ กัปตันทีมชาติอังกฤษ ในขณะนั้น และในปี 1956 เขาได้ย้ายไปเล่นให้กับ แอสตัน วิลล่า และแม้ว่าเขาจะไม่เคยลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ของวิลล่า ก็ตาม แต่เขาก็ได้ลงเล่นให้กับทีมสำรองอย่างสม่ำเสมอ

และแล้วเวลาแห่งการเป็นนักฟุตบอลอาชีพของเขาก็มาถึงในปี 1959 ตอนเขาอายุได้ 20 ปี เมื่อ โจ เมอร์ซ เข้ามาเป็นผู้จัดการทีม และได้ชักชวนให้เขาเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพกับทีม

อาชีพค้าแข้งของเขาก็ยังคงดำเนินต่อไป เขาไปเล่นให้กับทีมนอกลีกอย่าง เฮดดิงตัน ยูไนเต็ด เป็นการชั่วคราว แล้วก็ย้ายไปเล่นให้กับอ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นที่ที่เขามีความสุขกับช่วงเวลาแห่งความสำเร็จมากที่สุดในฐานะนักฟุตบอล เมื่อทีมคว้าแชมป์เซาเธิร์น ลีก พรีเมียร์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2 ปีซ้อนในปี 1960/61 และ 1961/62 และเลื่อนชั้นขึ้นไปเตะในฟุตบอล ลีก ในปี 1962 ด้วยเวลา 6 ปี อ็อกซ์ฟอร์ด ก็เลื่อนชั้นไปเล่นถึงดิวิชั่น 2 โดยมีกัปตันทีมที่ชื่อ รอน แอตคินสัน

จุดเปลี่ยนในอาชีพค้าแข้งของเขาเกิดขึ้นเมื่อปี 1971 ด้วยวัย 32 ปี เขาได้รับการทาบทามให้เป็นผู้จัดการทีมให้กับนักเตะในเคทเตอริง ทาวน์ ที่นั่น แอตคินสัน พาทีมคว้าแชมป์ เซาเธิร์น ลีก เฟิร์สท์ ดิวิชั่น และพรีเมียร์ ดิวิชั่น แชมเปี้ยนชิพส์

ในเดือนธันวาคม 1974 ก็ดูเหมือนว่าเขาจะทำทุกอย่างให้กับ เคทเตอริง อย่างเต็มที่แล้ว เขาจึงย้ายไปคุมทีมในลีกอย่างเคมบริดจ์ ยูไนเต็ด และเมื่อถึงฤดูกาลที่ 2 ที่เขาคุมทีม เขาก็พาทีมเข้าสู่ โฟร์ธ ดิวิชั่น แชมเปี้ยนชิพ และเข้าสู่ ดิวิชั่น 2 ในที่สุด

จากนั้นเขาก็ย้ายไปคุมทีมเวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน ในดิวิชั่น 1 และพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า คัพ ในปี 1978/79 และ 1979/80

ปี 1981 โอกาสสำคัญก็มาถึง งานที่ผู้จัดการทีมส่วนใหญ่ต้องการคือ การคุมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างไรก็ดี ในตอนนั้นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นทีมที่ฟอร์มไม่ค่อยดีนักแม้จะมีประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ และเป็นสโมสรที่มีแฟนมากที่สุดในอังกฤษ แต่ก็ได้แชมป์เพียงครั้งเดียวนับตั้งแต่ปี 1968 และได้เอฟเอ คัพ 1 ครั้งในปี 1977 นับตั้งแต่ยุคสมัยของแมตต์ บัสบี้ ตามด้วยผู้จัดการทีมอย่าง วิล์ฟ แม็คกินเนสส์, แฟร้งค์ โอฟาร์เรลล์, ทอมมี่ ด็อคเคอร์ตี้ และเดฟ เซ็กซ์ตัน

แอตคินสัน ไม่ยอมท้อถอยที่จะสานต่อประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่นั้น ในเดือนตุลาคม 1981 เขากระตุ้นแผงกลางของทีมด้วยการเซ็นสัญญากับนักเตะเก่าของเขาจากเวสต์ บรอมวิช คือเรมี่ โมเซส และไบรอัน ร็อบสัน และด้วยค่าตัว 1.5 ล้านปอนด์ทำให้ ร็อบสัน กลายเป็นนักเตะที่ค่าตัวแพงที่สุดในอังกฤษขณะนั้น

ในเวลา 2 ปี ร็อบสัน ซึ่งเป็นกัปตันทีม ก็พาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศใน เวมบลีย์ 2 ครั้ง แม้ว่าจะก็พ่ายให้กับ ลิเวอร์พูล ในศึกมิลค์ คัพ แต่ก็สามารถคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ มาครองได้ในปี 1982/83 และในปี 1985 พวกเขาก็คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ อีกเป็นครั้งที่ 2

ฤดูกาล 1985/86 เขาพาทีมขึ้นเป็นจ่าฝูงในดิวิชั่น 1 ด้วยคะแนนนำทีมอันดับ 2 ถึง 10 แต้ม แต่เพราะนักเตะมีอาการบาดเจ็บหลายคน ทำให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นมาแซงและคว้าแชมป์ไปครองทั้งถ้วยลีก และเอฟเอ คัพ แม้ว่าตลอด 5 ปีในการคุมทีมของ แอตคินสัน ทีมไม่เคยจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ต่ำกว่าอันดับ 4 เลย แต่เขาก็เหมือนมีส่วนต้องรับผิดชอบกับผลงานของทีม

ในเดือนพฤศจิกายน 1986 เขาก็ย้ายกลับไปคุมทีม เวสต์ บรอมวิช ตามด้วยการย้ายไปคุม แอตเลติโก มาดริด ของสเปน ในเดือนตุลาคม 1988 หลังจากเวลาไม่กี่เดือนในสเปน เขาก็กลับมายังเกาะอังกฤษเพื่อเข้าคุมทีม เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ ในเดือนกุมภาพันธ์ 1989

เพียง 2 ปี เขาก็ย้ายไปคุม แอสตัน วิลล่า ในเดือนกรกฎาคม 1991 แล้วก็ย้ายไปคุม โคเวนทรี ซิตี้ ในปี 1995 ก่อนตัดสินใจที่จะวางมือจากงานผู้จัดการทีม และส่งให้กอร์ดอน สตรัคคั่น รับช่วงต่อในเดือนพฤศจิกายน 1996 ส่วนตัวเขาเองก็ขึ้นรับตำแหน่งผู้บริหารของสโมสร โคเวนทรี

แต่หลังจากนั้นเขาก็ยังคงกลับมาคุมทีมอีกครั้งให้กับเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ ในปี 1997 เพียงเพื่อช่วยให้ทีมหนีพ้นจากการตกชั้นและเขาก็ทำสำเร็จ ก่อนรับหน้าที่คุมทีม น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ในปี 1998/99 ด้วยจุดประสงค์เดียวกัน แต่เขาไม่สามารถทำได้ และยิ่งไปกว่านั้น เขาพาทีมพ่ายแพ้ให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึง 8 – 1 โดยในจำนวนนี้ 4 ประตูมาจาก โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ผู้ซึ่งลงเล่นเป็นตัวสำรองในนัดนี้

ตอนนี้ทุกคนจะได้เห็นเขาบนอัฒจรรย์ในหลายๆ นัดที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงเล่น รวมทั้งในรายการทีวีเกี่ยวกับการล้อเลียนผู้จัดการทีมฟุตบอลหลายๆ รายการ



คุณรู้หรือไม่?
• ในเดือนตุลาคมปี 1978 แอตคินสัน ได้รับการติดต่อด้วยค่าแรง 1,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ให้คุมทีมฟิลาเดลเฟีย ฟิวรี่ ในลีกของอเมริกาเหนือ แต่เขาก็ตอบปฏิเสธโดยบอกว่า “ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่จะเกิดขึ้นใน เวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน และผมก็ไม่อยากพลาดมันหรอก”

• ในฐานะนักเตะ อ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด เขาได้รับสมญานามว่า “รถถัง” แต่ในปัจจุบันทุกคนรู้จักเขาในนาม “บิ๊กรอน”

เรื่องโดย โอปอล Red Army Fanclub


ประวัติผู้จัดการทีม

Frank O`Farrell
Tommy Docherty
Dave Sexton's
Ron Atkinson
Sir Alex Ferguson
Sir Alex Ferguson Part l
อ่านทั้งหมด
ซีซั่น รีวิว : โอเว่น ฮาร์กรีฟส์
สิ่งที่เขาควรขอบคุณมากที่สุดอาจจะเป็นตำแหน่งที่เขาเล่น ทั้งใน แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศกับบาร์เซโลน่า และเกมที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อเขาได้ลงเล่นแทนวิดิช ...


Realnaldo
บางทีคำว่าปรากฏการณ์ กับคริสเตียโน โรนัลโด้ อาจจะไม่ใช่การ เปรียบเทียบที่ถูกต้องเท่าไรนัก หมอนี่เป็นมากกว่าปรากฏการณ์ ณ วินาทีนี้ ปีกชาวโปรตุเกสวัย 23 ปี ...


สัมภาษณ์พิเศษ ไมเคิล คาร์ริก
ไมเคิล คาร์ริก กล่าวว่าชัยชนะในศึกพรีเมียร์ ลีก ฤดูกาล 2007/08 นั้น ยิ่งใหญ่กว่าตอนที่เขาคว้าถ้วยรางวัลถ้วยแรกได้เสียอีก และย้ำ ว่าแฟนๆ ทำได้ดีมาก ...


Cartoon DD ตอน...ได้ถ้วยเยอะกว่า
Cartoon by Rap Devil
Cartoon DD ตอน...ได้ถ้วยเยอะกว่า
เกิดไม่ทัน นายทันดูด้วยเหรอ? นัดชิง


ซีซั่น รีวิว : เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์
ผลงานที่น่าประทับใจ การเซฟลูกโทษของอาเนลก้า แล้วทำให้ เชลซีตกเป็นรอง และทำให้แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์
ลีก มาได้อย่างน่าระทึก (หรือเอาชนะมาได้ด้วยวิธีอื่น?)






 



© RED ARMY FANCLUB™ Designed by TDG
Group of Independent Supporting Manchester United Football Club.
We are not an official fanclub of Manchester United Limited and bear no commercial relation to them.