Home Red Glory

ชุดเหย้าใหม่ทีมชาติอังกฤษในยุคของไนกี้
28 พฤษภาคม 2556 เปิดอ่าน 5,253 ครั้ง | rss




เสื้อแข่งทีมชาติอังกฤษตัวใหม่เพิ่งถูกเผยโฉมอย่างเป็นทางการเมื่อไม่นานมานี้ ภาพแรกที่ถูกเผยออกมานั้นมาจากทวิตเตอร์ของ แจ็ค วิลเชียร์ มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษ โดยเป็นเด็กจากโรงเรียนเก่าของเขาที่สวมใส่เสื้อแข่งตัวนี้ เป็นการสื่อว่าเสื้อแข่งดังกล่าวนั้นเป็นตัวแทนของทั้งประเทศ ไม่ใช่แค่นักเตะเท่านั้นที่โชคดีพอที่จะได้เป็นตัวแทนของอังกฤษ หลังจากที่มันถูกเผยแพร่ไปทั่วโซเชียลมีเดีย ทางไนกี้ก็ได้ออกแคมเปญออกมาว่าแม้เสื้อแข่งจะมีเทคโนโลยีต่างๆ ช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพให้กับผู้สวมใส่ แต่มันก็ไม่สามารถช่วยให้ชนะการแข่งขันได้ด้วยตัวมันเอง ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับนักเตะทุกคนด้วย



วิลเชียร์เดินทางมาชมการซ้อมที่โรงเรียนฮิตชิน เมืองเฮิร์ทฟอร์ดเชียร์ ก่อนที่จะคัดเลือกนักเรียนผู้โชคดีึคือ เจสัน เคลลี่ มาสวมใส่เสื้อตัวนี้เป็นคนแรก ก่อนที่จะเผยแพร่ไปทั่วโลก



"ความฝันที่จะติดทีมชาติอังกฤษของผมเริ่มต้นขึ้นที่นี่ ผมรู้สึกดีมากที่ได้กลับมาที่นี่อีกครั้งเพื่อพบกับเด็กรุ่นใหม่ที่ลงเล่นด้วยทัศนคติในแบบเดียวกัน" วิลเชียร์กล่าว "ผมให้เจสันสวมใส่เสื้อตัวนี้ เพราะว่าเขาทำผลงานได้ดีในวันนี้ และทำให้ผมประทับใจเป็นอย่างมาก เขาแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในสนามคือสิ่งสำคัญที่สุด นับตั้งแต่แมตช์แรกของคุณตอนอายุ 9 ขวบไปจนถึงในตอนก้าวขึ้นมาติดทีมชาติ"



ด้วยการออกแบบที่เรียบง่ายแต่โดดเด่น ช่วยให้เสื้อแข่งตัวนี้ย้อนยุคไปยังรากเหง้าของทีมที่ใช้สีขาวและกรมท่าเป็นหลัก ถือเป็นการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 150 ปีของสมาคมฟุตบอลอังกฤษ โลโก้สิงโต 3 ตัวอันเป็นเอกลักษณ์ถูกปักด้วยสีกรมท่าเหมือนกับเสื้อแข่งตัวแรกของทีม และก็ตอกย้ำความภาคภูมิใจเข้าไปอีกด้วยการอัดกรอบสีทอง พร้อมทั้งดาวสีทองเหนือโลโก้ เพื่อสื่อถึงการคว้าแชมป์โลกของทีมชาติอังกฤษ ส่วนริบบิ้นสีทองด้านล่างนั้นมีการใส่ตัวอักษรว่า "150 years" รวมถึงปี 1863 และ 2013 เป็นที่ระลึกวาระการครบรอบของสมาคมฟุตบอล



สีน้ำเงินที่ใช้บนเสื้อแข่งตัวใหม่นี้จะเป็นสีน้ำเงินเข้มกรมท่าแบบเดียวกับที่ใช้ในชุดแข่งตัวแรกของทีมชาติอังกฤษ ส่วนคอเสื้อทำแบบเรียบง่ายตามสไตล์แฟชั่นที่ยอดเยี่ยมที่สุดของอังกฤษ เสื้อสีขาวจะตัดกับสีกรมท่าของคอเสื้ออย่างลงตัว ขณะที่ด้านข้างของชายเสื้อทั้ง 2 ด้่านจะตกแต่งด้วยธงเซนต์ จอร์จ กางเกงที่ใช้จะเป็นสีกรมท่า และถุงเท้าจะเป็นสีขาวที่มีแถบสีกรมท่าเล็กๆ อยู่ด้านบน



เสื้อแข่งตัวนี้มาจากการออกแบบตามสไตล์ของไนกี้ ทำด้วยความประณีต และภาคภูมิใจด้วยเทคโนโลยีต่างๆ ที่จะช่วยเสริมสมรรถภาพให้กับผู้เล่น เสื้อตัวนี้ทำจากวัสดุโพลีเอสเตอร์ที่นำกลับมารีไซเคิ่ล ตามแนวทางของไนกี้ที่ต้องการผลิตชุดแข่งที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งเสื้อและกางเกงของชุดแข่งแต่ละชุดนั้นจะมาจากขวดพลาสติกรีไซเคิ่ล 13 ขวด

สำหรับกระบวนการผลิตนั้น ขวดพลาสติกทั้งหมดจะถูกนำมาบดเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นก็นำมาหลอมจนออกมาเป็นเส้นด้ายที่สามารถนำมาทอเป็นผ้าได้ นับเป็นการลดพลังงานการผลิตถึง 30 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับกระบวนการผลิตโพลีเอสเตอร์แบบทั่วไป นับตั้งแต่ปี 2010 ไนกี้ได้เปลี่ยนขวดพลาสติกมาใช้เป็นโพลีเอสเตอร์แบบรีไซเคิ่ลมากกว่า 1.1 พันล้านขวดเลยทีเดียว



เสื้อแข่งตัวนี้มีน้ำหนักแค่ 150 กรัมเท่านั้น ถือว่าเบาลงจากเสื้อแข่งรุ่นก่อนของไนกี้ถึง 23 เปอร์เซ็นต์ โดยมีการตัดเย็บที่ทำให้เสื้อมีความแข็งแรงขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ ด้วยรูปแบบการตัดเย็บที่ถูกพัฒนาให้ดีขึ้น เนื้อผ้ายังคงใช้เทคโนโลยี Dri-FIT เพื่อระบายเหงื่อจากร่างกาย ซึ่งจะทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกเย็นสบายและตัวแห้งอยู่ตลอด



ในพื้นที่ระบายอากาศ มีการใช้เลเซอร์เจาะเป็นรูเล็กๆ บริเวณใต้แขนเสื้อของทั้ง 2 ด้าน เช่นเดียวกับบริเวณแถบเอวของกางเกงด้วย เพื่อเสริมสร้างความเย็นสบาย ผืนตาข่ายที่ด้านหลังก็ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายอากาศด้วยเช่นกัน



เพื่อการเสริมสร้างคุณสมบัติสูงสุด ไนกี้ยังได้ใช้เทคโนโลยี 3D สแกนร่างกายของนักเตะชั้นนำของโลกเพื่อทำเสื้อให้เข้ารูปมากที่สุด เสื้อตัวนี้ยังมีการติด T-bars เพื่อเพิ่มความคงทนในบริเวณที่การตัดเย็บมาบรรจบกันอีกด้วย การเชื่อมเนื้อผ้าที่ด้านในนั้นช่วยให้มันเป็นชุดแข่งที่มีความพิเศษมากขึ้น พร้อมกันนี้ยังเพิ่มความสะดวกสบายในการสวมใส่อีกด้วย


SiR KeaNo
RED ARMY FANCLUB


เรดส์ รีวิว
ชุดเยือนใหม่ทีมชาติอังกฤษย้อนรำลึกไปถึงยุครุ่งเรืองของทีม
ชุดเหย้าใหม่ทีมชาติอังกฤษในยุคของไนกี้
สมุดปกปีศาจแดง
แฟนผี Annual
Manchester United : Will Never Die
Super Extra Manchester United
บอ.บู๋ WHO ARE YOU?
30 ปีที่ผมบ้าแมนยู
THINK BIG issue 35 : ปลุกอสูรแดง
The Definitive Guide Book 2
อ่านทั้งหมด


โปรแกรมแข่งขัน
v
สนาม เทิร์บมัวร์, อังกฤษ
รายการ พรีเมียร์ ลีก
วันที่ 20 มกราคม 2561 เวลา 22.00 น.
Live beIN SPORTS 1
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 23 62
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 23 50
ลิเวอร์พูล 23 47
เชลซี 23 47
ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ 23 44
อาร์เซนอล 23 39
เบิร์นลี่ย์ 23 34
เลสเตอร์ ซิตี้ 23 31
เอฟเวอร์ตัน 23 27

Home © RED ARMY FANCLUB
Official Manchester United Supporters Club of Thailand
#ThaiMUSC