Home Red Glory



ทีมปีศาจแดงกับชุดเยือนสีขาว
30 กรกฏาคม 2557 เปิดอ่าน 3,052 ครั้ง | rss


แม้ว่ามันอาจจะไม่ใช่สีที่เชื่อมโยงกับความเป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มากที่สุด แต่แฟนๆ ก็มีความทรงจำมากมายกับเสื้อแข่งสีขาวตลอดหลายปีที่ผ่านมา

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเสื้อเยือนตัวใหม่นี้ เราจะมองย้อนไปยังประวัติศาสตร์สำหรับสุดยอด 10 เกมของทีมปีศาจแดงที่ลงเล่นในชุดสีขาวกัน...


เอซี มิลาน 2 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3 (16/02/2010)
ประตูแรกจาก พอล สโคลส์ และอีก 2 ประตูจาก เวย์น รูนี่ย์ ทำให้ทีมคว้าชัยมาได้จากประตูของ โรนัลดินโญ่ และ คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ถือเป็นชัยชนะครั้งแรกของยูไนเต็ดที่สนามซาน ซิโร่ ด้วย "เวย์นเล่นได้เข้าฟอร์มมาก พวกนั้นแทบจะรับมือกับเขาไม่อยู่เลยในครึ่งหลัง" เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กล่าว "เขายอดเยี่ยมจริงๆ เราเคยบอกให้เขาพัฒนาการยิงประตูให้ได้ และเขาก็ทำได้ตามนั้น"


ลิเวอร์พูล 1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2 (01/12/2002)
ดิเอโก้ ฟอร์ลัน ได้ทำให้ตัวเขาเองกลายเป็นฮีโร่ในหมู่แฟนบอลยูไนเต็ดขึ้้นมาจากการยิงคนเดียว 2 ลูกที่แอนฟิลด์ ขณะที่ ซามี่ ฮูเปีย มายิงตีตื้นให้กับเจ้าถิ่นได้ในช่วงท้ายเกม ชัยชนะนัดนี้ส่งผลอย่างมากต่อสถานการณ์ลุ้นแชมป์ "ในช่วงนั้นของฤดูกาล เราจำเป็นต้องคว้าชัยในเกมนั้นให้ได้" ฟอร์ลันย้อนเหตุการณ์ในภายหลัง "มันยอดเยี่ยมมากที่ยิงทั้ง 2 ลูกนั้นได้ และแฟนๆ เองก็สุดยอดเช่นกัน พวกเขาร้องเพลงเชียร์เป็นชื่อผมตลอดเลย พวกเขาแสดงให้เห็นว่าสนับสนุนผม และผมก็ปลื้มใจมาก"


อาร์เซนอล 1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2 (14/04/1999)
จากเกมแรกที่เสมอกันแบบไร้สกอร์ทำให้เกิดแมตช์รีเพลย์รอบรองฯ เอฟเอ คัพ สุดคลาสสิคขึ้น เดวิด เบ็คแฮม และ เดนิส เบิร์กแคมป์ ทำประตูได้ในเวลาปกติ ก่อนที่ ไรอัน กิ๊กส์ จะสร้างประวัติศาสตร์ชนิดที่ทำให้ทุกคนอ้าปากค้างในช่วงต่อเวลาพิเศษ "ทุกอย่างมันเหมือนกับภาพสโลว์" ตำนานหมายเลข 11 ของยูไนเต็ดให้คำจำกัดความ "ตอนที่วิเอร่ากำลังไล่ตามผมมา ผมก็โยกไหล่หลอก และผ่านเขาไป จากนั้นผมก็ทำแบบนี้กับคนที่เหลือจนเข้าสู่กรอบเขตโทษได้ ดิ๊กซันกับอดัมส์พยายามจะหยุดผม แต่ผมก็ผ่านพวกเขาไปได้ก่อนที่จะเผชิญหน้ากับซีแมน ผมหยุดชั่วเสี้ยววินาทีแล้วก็คิดในใจว่า 'ก็แค่ยิงมันไป' มันเป็นการจบสกอร์ที่เหมือนฝันสำหรับคุณเลยล่ะ"


น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 8 (06/02/1999)
ทั้ง ดไวท์ ยอร์ค และ แอนดี้ โคล ต่างก็ทำได้คนละ 2 ประตู ทั้งคู่มีโอกาสที่จะทำแฮตทริคได้ แต่กลับกลายเป็นตัวสำรองอย่าง โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ที่ถูกเปลี่ยนตัวลงมายิง 4 ลูกรวดภายในช่วง 12 นาทีของครึ่งหลัง แต่ดาวยิงชาวนอร์เวย์ก็ยังถ่อมตัวว่าเขาแค่ทำหน้าที่ของเขาตามปกติเท่านั้น "ผู้จัดการทีมบอกให้ผมเตรียมเปลี่ยนตัวลงไป และ จิม ไรอัน ก็มาบอกประโยคหนึ่งกับผมว่า 'เราไม่ต้องการประตูเพิ่มแล้ว แค่เก็บบอลไว้ก็พอ หาช่องจ่ายแล้วก็เล่นง่ายๆ' แต่แน่นอน ผมไม่ชอบที่จะทำแบบนั้นหรอก คุณว่ามั้ยล่ะ?"


บาร์เซโลน่า 3 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3 (25/11/1998)
ยอร์คกับโคลผนึกกำลังกันในแนวรุกจนคว้าผลเสมอสุดระทึกกลับมาได้จากสเปน ริวัลโด้ ยิงได้ 2 ลูก บวกกับ ซอนนี่ แอนเดอร์สัน อีกลูกให้กับเจ้าบ้าน "เมื่อคุณยิงได้ 3 ประตูที่สนามคัมป์ นู คุณก็คงต้องดีใจแล้ว" เซอร์ อเล็กซ์ กล่าวหลังจบเกมในกลุ่มดี "แมตช์แบบนี้ทำให้คุณสนุกตื่นเต้นจนถึงขีดสุดเลย"


บาร์เซโลน่า 1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2 (15/05/1991)
มาร์ค ฮิวจ์ส ยิงได้ 2 ลูกใส่ทีมเก่าของเขา ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คว้าแชมป์ยุโรปใบแรกมาครองได้สำเร็จ นั่นก็คือคัพ วินเนอร์ส คัพ เป็นการเอาชนะลูกยิงฟรีคิกของ โรนัลด์ คูมัน ที่ร็อตเตอร์ดัม ดาวยิงชาวเวลส์กล่าวว่าเขามุ่งมั่นมากในการลงเล่นกับสโมสรเก่าของเขาครั้งนี้ "ผมอยากแสดงให้แฟนบอลบาร์เซโลน่าได้เห็นว่า มาร์ค ฮิวจ์ส ตัวจริงเป็นยังไง ไม่ใช่คนเดียวกับที่พวกเขาเคยเห็นที่นั่นแน่นอน"


ลิเวอร์พูล 1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2 (17/04/1985)
เป็นเกมรอบรองฯ เอฟเอ คัพ ที่เมน โร้ด นักเตะ 2 คนของยูไนเต็ดทำประตูได้คือ มาร์ค ฮิวจ์ส และ ไบรอัน ร็อบสัน เป็นการยิงพลิกสถานการณ์ในครึ่งแรกจากการทำเข้าประตูตัวเองของ พอล แม็คกรัธ "เราจำเป็นต้องสู้ในทุกๆ จังหวะ และเราก็ทำได้จริงๆ" รอน แอตกินสัน กล่าวชมลูกทีม "เราเล่นกันด้วยแรงขับที่มากขึ้น ตอนนี้เรามีโอกาสได้รับสิ่งตอบแทนจากทุกอย่างที่ได้ทุ่มเทกันไปแล้ว เราเอาชนะพวกเขาได้ด้วยรูปเกมที่ทรงพลังเหมือนกับพวกเขา ถือเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมสุดๆ"


ลิเวอร์พูล 0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1 (04/04/1979)
ลูกยิงท้ายเกมจาก จิมมี่ กรีนฮอฟฟ์ ช่วยพายูไนเต็ดไปเตะที่เวมบลีย์ หลังจากเอาชนะลิเวอร์พูลได้ในรอบรองฯ เอฟเอ คัพ นัดรีเพลย์ที่สนามกูดิสัน พาร์ค แม้ลูกทีมของ เดฟ เซ็กส์ตัน จะโชคร้ายที่ไปพ่ายต่ออาร์เซนอลในนัดชิงชนะเลิศก็ตาม เมื่อพูดถึงประตูชัยในเกมดังกล่าว กรีนฮอฟฟ์ได้อธิบายว่า "มันเป็นเหมือนช่วงเวลาที่คุณจะทำอะไรไปโดยที่ไม่รู้ตัวเลย ผมถึงกับเข้าไปจูบกับ โจ จอร์แดน แบบดูดดื่ม" เขารำลึก "ผมคงต้องเป็นคนที่รุนแรงมากแน่ๆ เพราะเขาเสียฟันหน้าไปทั้งแถบเลย ผมไม่เคยดีใจสุดเหวี่ยงขนาดนี้มาก่อน"


เวสต์ แฮม 1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 6 (06/05/1967)
ยูไนเต็ดคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 ได้เป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 3 ปี โดยเอาชนะ บ็อบบี้ มัวร์ และผองเพื่อนได้ ทีมปีศาจแดงได้ประตูจากชาร์ลตัน (2), ครีแรนด์, โฟล์คส, เบสต์ และลอว์ (2) "บ่ายวันนั้นที่อัพทัน พาร์ค ส่วนผสมทุกอย่างของยูไนเต็ดช่างลงตัวกันเป็นอย่างมาก มันเป็นฟอร์มการเล่นที่สมบูรณ์แบบจริงๆ" เดวิด แซดเลอร์ กล่าว


อาร์เซนอล 4 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 5 (01/02/1958)
เป็นเกมที่แนวรุกของยูไนเต็ดทำผลงานได้อย่างเยี่ยมยอด เป็นหนึ่งในเกมท้ายๆ ของนักเตะชุดบัสบี้ เบบส์ ก่อนประสบเหตุโศกนาฏกรรมที่มิวนิค แฟร้งค์ บัตเลอร์ จาก News of the World เขียนถึงเกมนี้ไว้ว่า "ไม่เคยเห็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เล่นได้ดีกว่านี้ แฟนๆ ที่ไฮบิวรี่ทั้ง 63,000 คนเองก็คงเห็นด้วย ยูไนเต็ดทำให้ทุกอย่างดูเหมือนง่ายไปหมด"

SiR KeaNo
RED ARMY FANCLUB


ชุดแข่ง เสื้อทีม
อาดิดาส และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเปิดตัวชุดแข่งที่ 3 สำหรับฤดูกาล 2016/17
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเปิดตัวชุดแข่งเหย้าตัวใหม่สำหรับฤดูกาล 2016/17
เสื้อเยือนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สำหรับฤดูกาล 2016/17
อาดิดาสเปิดตัวชุดแข่งที่ 3 สีดำของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
อาดิดาสเปิดตัวชุดเยือนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2015/16
ฝันที่เป็นจริงของดีไซเนอร์อาดิดาสผู้คลั่งไคล้ทีมปีศาจแดง
เบื้องหลังความเป็นมาของชุดเหย้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
อาดิดาสเผยโฉมชุดแข่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประจำฤดูกาล 2015/16
ย้อนอดีตเจ้าของเสื้อแข่งหมายเลข 9 ของทีมปีศาจแดง
ชุดเยือนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สีน้ำเงิน 2014/15
อ่านทั้งหมด


โปรแกรมแข่งขัน
v
สนาม ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม, เวลส์
รายการ คาราบาว คัพ
วันที่ 25 ตุลาคม 2560 เวลา 01.45 น.
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 9 25
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 9 20
ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ 9 20
เชลซี 9 16
อาร์เซนอล 9 16
วัตฟอร์ด 9 15
นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 9 14
เบิร์นลี่ย์ 9 13
ลิเวอร์พูล 9 13

Home © RED ARMY FANCLUB
Official Manchester United Supporters Club of Thailand
#ThaiMUSC