Home Red Glory
ผู้จัดการทีม
Sir Matt Busby
เซอร์ แมตต์ บัสบี้
วันเกิด 26 พฤษภาคม 1909 อายุ 108 ปี
สถานที่เกิด สกอตแลนด์
น้ำหนัก - ส่วนสูง -
เซ็นสัญญา


เขาคือชายผู้ที่เป็นหนึ่งในสุดยอดผู้จัดการทีมตลอดกาลของวงการฟุตบอลอังกฤษ เขาเกิดที่สกอตแลนด์ เป็นเมืองที่อยู่ในแถบออร์บิสตัน, ลานาร์คเชียร์ โดยเกิดเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 1909

ในฐานะนักเตะ เขาได้ลงเล่นให้กับ 2 สโมสร โดยเริ่มเซ็นสัญญากับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 1928 จากนั้นก็ได้ประเดิมสนามในปีต่อมาในเกมที่พบกับมิดเดิ้ลสโบรช์ จากนั้นเขาก็ย้ายทีมไปเล่นกับลิเวอร์พูลด้วยค่าตัว 8,000 ปอนด์ ในเดือนมีนาคม 1936

แมตต์ บัสบี้ กลายมาเป็นผู้จัดการทีมคนแรกของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยุคหลังสงครามโลก โดยเขาบอกปัดการรับงานเป็นผู้ช่วยผู้จัดการให้กับลิเวอร์พูล เขาตอบรับงานกับทีมปีศาจแดงในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ จากนั้นก็เข้ามาทำงานตรงนี้แบบเต็มตัว หลังตัดสินใจปลดประจำการจากกองทัพในเดือนตุลาคม 1945 เขาเข้ามาเติมเต็มช่องว่างตรงนี้ที่ สก็อตต์ ดันแคน ได้ทิ้งเอาไว้หลังจากลาออกไปในปี 1937 และทีมก็ใช้ผู้จัดการทีมชั่วคราวเป็น วอลเตอร์ คริคเมอร์ มาโดยตลอดก่อนหน้านั้น

ในช่วงที่บัสบี้เข้ามาทำทีม สนามแข่งทางสโมสรได้รับความเสียหายจากสงคราม แถมยังเป็นหนี้ธนาคารถึง 15,000 ปอนด์ การเซ็นสัญญาครั้งแรกของเขาก็คือ จิมมี่ เมอร์ฟี่ สุดยอดผู้ช่วยผู้จัดการทีมที่รับใช้สโมสรต่อจากนั้นอย่างยาวนานถึงปี 1971 ทั้งคู่ร่วมกันสร้างทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชุดใหม่ขึ้นมา โดยมีรากฐานที่แผงหลังอย่าง จอห์นนี่ แครี่ย์, จอห์น แอสตัน และ อัลเลนบี้ ชิลตัน รวมถึงแนวรุกอย่าง ชาร์ลี มิทเท่น, แจ็ค โรวลี่ย์ และ สแตน เพียร์สัน ด้วย

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ได้ในปี 1948 โดยเอาชนะแบล็คพูลไป 4-2 จากนั้นหลังจากที่สวมบทพระรองมาถึง 4 ครั้งในช่วงปี 1947-49 และ 1951 เด็กๆ ของบัสบี้ก็คว้าถ้วยแชมป์มายังถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ได้สำเร็จในปี 1952

บัสบี้ และเมอร์ฟี่ต่างก็วางแผนที่จะพาทีมไปสู่ความสำเร็จยิ่งขึ้นไปอีก ทั้งคู่วางระบบแมวมองให้กับสโมสรในช่วงต้นยุค 1950 และนักเตะดาวรุ่งที่เป็นผลผลิตจากระบบนี้เป็นคนแรกๆ ก็คือ เจฟฟ์ ไวท์ฟุต, แจ็คกี้ บลันช์ฟลาวเวอร์ และ โรเจอร์ เบิร์น ทุกคนต่างก็ตบเท้าก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้สำเร็จ ในปี 1953 ทีมชุดใหม่ที่ลงทำศึกดิวิชั่น 1 ก็มีทั้ง บิลล์ โฟล์คส, มาร์ค โจนส์, เดวิด เพ็กก์, เลียม วีแลน, เอ็ดดี้ โคลแมน และ ดันแคน เอ็ดเวิร์ดส ที่ก้าวขึ้นมาอีก ความสำเร็จในลีกของทีมมาเกิดขึ้นได้ด้วยนักเตะพลังหนุ่มรุ่นนี้ ซึ่งต่อมาพวกเขาได้รับการขนานนามว่า บัสบี้ เบบส์ โดยคว้าแชมป์ลีกได้ในปี 1956 และ 1957 และก็เข้าชิงเอฟเอ คัพ ในปี 1957 ด้วยเช่นกัน

บัสบี้ยังคงมองไปถึงอนาคต โดยเป็นผู้บุกเบิกให้สโมสรจากอังกฤษได้ไปเตะในยูโรเปี้ยน คัพ ในฤดูกาล 1956/57 โดยในครั้งนั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามารถทะลุเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศ ก่อนจะแพ้ให้กับเรอัล มาดริด ซึ่งคว้าแชมป์ได้ในปีนั้นเอง

ต่อมาในฤดูกาล 1957/58 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงร่วมชิงชัยทั้ง 3 รายการในเดือนกุมภาพันธ์ จากนั้นก็มาเกิดโศกนาฏกรรมขึ้นในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 1958 เมื่อเครื่องบินที่จะนำทีมบินกลับจากการเตะเกมยุโรปกับเร้ด สตาร์ เบลเกรด เกิดอุบัติเหตุขึ้นมาระหว่างการแวะจอดเติมน้ำมันที่มิวนิค มีคนเสียชีวิตจากเหตุการณ์นั้น 23 คน รวมถึงนักเตะของบัสบี้ 8 คนด้วยคือ เจฟฟ์ เบนท์, โรเจอร์ เบิร์น, เอ็ดดี้ โคลแมน, ดันแคน เอ็ดเวิร์ดส, มาร์ค โจนส์, เดวิด เพ็กก์, ทอมมี่ เทย์เลอร์ และ บิลลี่ วีแลน โดยในจำนวนนี้ยังรวมถึงเลขาธิการของทีม วอลเตอร์ คริคเมอร์, เทรนเนอร์ ทอม เคอร์รี่ และโค้ช เบิร์ต วัลลี่ย์ ด้วย

สำหรับบัสบี้เองก็เกือบจะเสียชีวิตด้วยเช่นกัน ตอนแรกเขาถูกส่งเข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลในเยอรมัน ก่อนจะฟื้นตัว และถูกส่งตัวกลับไปยังเมืองแมนเชสเตอร์ในอีก 71 วันหลังเกิดโศกนาฏกรรม ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น จิมมี่ เมอร์ฟี่ ซึ่งไม่ได้ร่วมประสบเคราะห์ร้ายกับทีมด้วยเนื่องจากติดภารกิจคุมทีมชาติเวลส์พอดีก็ได้เข้ามารับหน้าที่คุมทีมปีศาจแดงแทนบัสบี้ ก่อนที่จะพาทีมเข้าชิงเอฟเอ คัพ โดยเป็นโบลตัน วันเดอเรอร์ส ที่คว้าแชมป์ไปด้วยการเอาชนะทีมปีศาจแดง 2-0 ที่เวมบลีย์

หลังจากที่หวนคืนสู่ตำแหน่งผู้จัดการทีมอีกครั้งเมื่อเดือนสิงหาคม 1958 บัสบี้ก็เริ่มทุ่มเงินคว้าตัวนักเตะดีๆ เข้ามาเสริมทีมอย่างเช่น อัลเบิร์ต ควิกซอลล์, โนเอล แคนท์เวลล์, เดนิส ลอว์ และ แพ็ท ครีแรนด์ กลุ่มนักเตะชุดนี้ก็พาทีมปีศาจแดงทะลุเข้าชิงเอฟเอ คัพ ในปี 1963 และเอาชนะเลสเตอร์ ซิตี้ ได้ด้วยสกอร์ 3-1 คว้าแชมป์รายการแรกให้กับสโมสรหลังเหตุการณ์ที่มิวนิคได้สำเร็จ

จากนั้นแชมป์ลีกก็ตามมาในปี 1965 และ 1967 ทำให้บัสบี้ได้โอกาสพาทีมพุ่งเข้าสู่ความสำเร็จในเวทียุโรป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศในฤดูกาล 1956/57 และ 1957/58 แต่ในฤดูกาล 1967/68 ทีมก็ไปได้ไกลกว่านั้นด้วยการทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศที่สนามเวมบลีย์ โดยคู่ต่อสู้ที่รออยู่ก็คือเบนฟิก้าจากโปรตุเกส

อีกหนึ่งค่ำคืนที่เต็มไปด้วยอารมณ์นั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าชัยชนะด้วยสกอร์ 4-1 หลังต่อเวลาพิเศษ บัสบี้พาทีมคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ สมัยแรกได้สำเร็จ ความสำเร็จในครั้งนี้อุทิศให้กับนักเตะและสต๊าฟฟ์ที่ล่วงลับไปเมื่อ 10 ปีก่อนหน้านั้น และในฤดูกาลต่อมาคือ 1968/69 พวกเขาก็เกือบที่จะรักษาแชมป์ถ้วยนี้เอาไว้ได้อีก โดยไปพลาดแพ้ให้กับเอซี มิลาน ในรอบรองชนะเลิศ

บัสบี้ประกาศอำลาทีมเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 1968/69 เป็น วิลฟ์ แม็คกินเนสส์ ที่เข้ามารับหน้าที่ตรงนี้แทน แต่ก็เป็นระยะเวลาแค่ปีกว่าๆ เท่านั้น วันที่ 28 ธันวาคม 1970 บัสบี้ถูกเชิญให้เข้ามารับหน้าที่ผู้บริหารของทีม จากนั้นก็ได้กลับมารับงานเป็นผู้จัดการทีมอีกครั้งแทนที่แม็คกินเนสส์ไปจนจบฤดูกาล

ตลอดอาชีพของเขา บัสบี้ได้รับการยกย่องมากมาย โดยได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นซีบีอีในปี 1958 และได้เป็นบุคคลที่ได้รับสิทธิพิเศษในเมืองแมนเชสเตอร์เป็นคนที่ 66 ในปี 1967 จากนั้นในปี 1968 เขาก็ถูกเสนอชื่อให้เป็นผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแห่งปี และได้รับยศชั้นอัศวินหลังจากที่พาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ยุโรปได้ ต่อมาในปี 1972 เขาก็ได้เข้าพิธีไนท์ คอมมานเดอร์ ที่เซนต์ เกรกอรี่ โดยพระสันตปาปา

เขากลายเป็นประธานสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 1980 แถมยังได้รับเลือกให้เป็นรองประธานฟุตบอล ลีก ในปี 1982 อีกด้วย จากนั้นปี 1993 ถนนวอร์วิค โร้ด นอร์ธ ซึ่งทอดยาวไปสู่สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด ก็ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นเซอร์ แมตต์ บัสบี้ เวย์ เป็นเกียรติให้กับชายที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นมิสเตอร์แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตัวจริง

เซอร์ แมตต์ บัสบี้ เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 20 มกราคม 1994 ที่โรงพยาบาลอเล็กซานดร้า เมืองเชเดิ้ล หลังจากที่มีอาการป่วย พิธีฝังศพของเขาในสัปดาห์ต่อมามีการแห่ขบวนจากชอร์ลตันไปที่สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด จากนั้นก็ไปสิ้นสุดที่แมนเชสเตอร์ส เซาเธิร์น เซเมเทรี่ มีการไว้อาลัยต่อ เซอร์ แมตต์ จากทั่วทุกมุมโลก แฟนบอลจากหลายสโมสรพากันส่งเสื้อแข่ง พวงหรีด รูปภาพ และผ้าพันคอมาร่วมในพิธีที่เต็มไปด้วยสีสันที่หลากหลาย

รูปปั้นบรอนซ์ของ เซอร์ แมตต์ ถูกเปิดตัวขึ้นเมื่อวันที่ 27 เมษายน 1996 ที่ฝั่งสกอร์บอร์ดของสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด เป็นการให้เกียรติกับเขาในฐานะชายผู้ที่นำความสำเร็จเข้ามายังสโมสร

5 ปีหลังการเสียชีวิตของบัสบี้ สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยุคใหม่ก็ยังเดินหน้าไล่ล่าความสำเร็จต่อไป และในค่ำคืนที่พวกเขาคว้าแชมป์ยุโรปได้ในฤดูกาลที่ทำทริปเปิ้ลแชมป์ มันก็มีความสำคัญอย่างหนึ่งคือเป็นวันเกิดครบรอบ 90 ปีของบัสบี้ด้วยในวันที่ 26 พฤษภาคม 1999


เซอร์ แมตต์ บัสบี้
ขุนพลในตำนานบัสบี้ เบบส์ ปะทะคลาส ออฟ 99 ของเฟอร์กี้

แกลอรี่ ดูทั้งหมด
วอลเปเปอร์ ดูทั้งหมด



ผู้จัดการทีม

โชเซ่ มูรินโญ่


อดีตผู้จัดการทีม

เดวิด มอยส์

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

รอน แอตกินสัน

เดฟ เซ็กซ์ตัน

ทอมมี่ ด็อคเคอร์ตี้

แฟรงค์ โอฟาร์เรลล์

เซอร์ แมตต์ บัสบี้

วิล์ฟ แม็คกินเนสส์

เออร์เนสต์ มังนัลล์

วอลเตอร์ คริคเมอร์

สกอตต์ ดันแคน

ลัล ฮิลดิทช์

จอห์น เบนท์ลี่ย์

ไรอัน กิ๊กส์

หลุยส์ ฟาน กัล


ดูทั้งหมด


Home © RED ARMY FANCLUB
Official Manchester United Supporters Club of Thailand
#ThaiMUSC