แม้พรีเมียร์จะเพิ่งรูดม่านเปิดไปเพียงแค่ 2 เกมส์เท่านั้น
แต่ผมขอมองถึงระบบการเล่นที่สำคัญมากกว่าฟอร์มโดยทั่วไป
เริ่มที่อาร์เซน่อล แม้เพิ่งเสียกัปตันทีม เชส ฟาเบรกาส รวมไปถึงอนาคตที่ยังไม่แน่นอนของนาสรี่
แต่จุดแข็งของปืนใหญ่ อยู่ที่การต่อบอลสั้นที่แม่นยำ นั่นหมายถึงโอกาสครองบอลที่มาก แต่การขาดหายไปของเชส เปอร์เซ็นในการครองบอลอาจจะลดลงอย่างมาก
แต่ผมรู้สึกเชื่อมั่นว่า เจ๊แวน เธอ เอ๊ย! แกน่าจะหาวิธีปิดช่องว่างของเชสให้กว้างน้อยลง ด้วยการให้นาสรี่ขยับมาตรงกลาง รวมไปถึงถอยอาร์ชาวินให้ลงต่ำคอยเชื่อมเกมส์ ซึ่งทั้งสองคนนี้มีทักษะการเล่นที่ดี ถ้าเจ๊สร้างความมั่นใจและเชื่อมั่นให้ทั้งคู่สามารถแสดงออกถึงประสิทธิภาพสูงสุด เกมส์รุกของปืนใหญ่จะน่ากลัว โดยเฉพาะกองหน้า ฟาน เพอร์ซี่
แต่จุดที่อ่อนสุดของปืนใหญ่น่าจะอยู่ที่คู่กองหลังมากกว่า ที่ขาดตัวเก๋ามีประสบการณ์ที่จะลงเป็นตัวหลักเพื่อประคองทีม
แม้จะเริ่มพรีเมียร์มาสองนัด มีเพียงหนึ่งแต้ม แต่น่าเหมือนปีที่แล้ว ที่ปืนใหญ่เริ่มอย่างกระท่อนกระแท่น กว่าจะตั้งหลักได้ก็ปาเข้าไปช่วงกลางฤดูกาล จนทีมพุ่งทะยานขึ้นไปอยู่แนวหน้าได้อย่างน่าเกรงขาม ด้วยระบบการต่อบอลที่แม่นยำ แต่มักหลุดในโค้งสุดท้าย เพราะขาดคนที่คอยชี้เป็นชี้ตายในจังหวะสำคัญๆ เสมอ ยิ่งปีนี้ขาด เชส ด้วยแล้ว โอกาสการเข้าทำน่าลดลงอย่างมาก แต่ด้วยมันสมองอย่างเจ๊ ผมมองว่าท้ายที่สุดปืนใหญ่น่าจะพาตัวเองจบฤดูกาลด้วยอันดับสองหรือสาม
เรือสำเภาทอง ดูถูกไม่ได้เลยเรื่องงบประมาณในการเสริมทัพ แต่จุดที่มีปัญหาน่าจะอยู่ที่มันโช่มากกว่า เพราะสไตล์มันโช่ไม่เฉียบขาดในการปกครอง ดังจะเห็นได้ว่า ยังมีนักเตะที่คอยกระด่างกระเดื่องอยู่เนือง และในอนาคตอาจจะมีสตาร์ที่ย้ายมาร่วมทีม แต่โอกาสลงสนามมีน้อย สร้างความหนักอกหนักใจ ต่อทีมสปิริต
จุดแข็ง แน่นอน นั่นคือทีมมีมีสตาร์ดังระดับโลกย้ายมาร่วมทีมอย่างมากมาย แต่มันโช่จะสามารถสร้างระบบการเล่นที่เป็นทีมเวิร์คให้กับพ่อค้าแข้งทองได้ลงตัวได้อย่างไร
เพราะเท่าที่เห็น โอกาสทำประตูของเรือใบ มาจากความสามารถเฉพาะตัวจากจังหวะฉาบฉวยรวมไปถึงลูกเซ็ทพีซ ถ้าวันไหนเล่นลงล็อกก็ชนะได้ทุกทีม (ยกเว้นบาร์ซ่า) แต่ถ้าวันไหนสตาร์ดังเล่นไม่ออกก็แพ้ได้แม้กระทั่งทีมท้ายตาราง โอกาสจบฤดูกาลด้วยอันดับหนึ่งหรือสอง ขึ้นอยู่กับการเล่นของสตาร์ดังในแนวรุก แต่ถ้าสตาร์แนวรุกฉายแววไม่ออก ทีมเรือใบเต็มที่น่าจะจบที่อันดับสี่
สิงโตน้ำเงินคราม ผู้เล่นก็ยึดมาจากชุดเดิมเสียส่วนใหญ่ แต่จุดที่ต้องหาคำตอบคือ แลมพาร์ดจะรักษามาตรฐานของตนเองได้ดีในระดับเดิมหรือไม่ ดรอกบากับอเนลกา จะมุ่งมั่นเช่นเดิมหรือเปล่า จุดพลิกผัน น่าจะอยู่ที่ตอเรส ถ้าโชว์ฟอร์มดียิงประตูได้เยอะก็มีโอกาสพาทีมพุ่งทะยานไปได้ไกล แต่ถ้ายังผลิตสกอร์ไม่ได้อย่างต่อเนื่อง โบอาซจะกล้าดรอปก้อนเนื้อราคา 50 ล้าน ของเล่นชิ้นโปรดของเจ้าของทีมหรือไม่
และจุดสำคัญคือ โบอาซ อายุเพียง 30 กว่าๆ บารมียังไม่กร้าวแกร่งพอจะทำให้เหล่าสตาร์ดังๆ ในระดับซีเนียร์ทั้งหลายเชื่อมั่นได้ ถ้าเกิด โบอาซพาทีมออกทะเลเก็บแต้มไม่ได้หลายๆ นัดติดๆ กัน เหล่าสตาร์ดังๆ จะมีปฏิกริยาอย่างไร
แต่ด้วยศักยภาพในทีมที่แกร่งพอ น่าจะพาให้ทีมจบฤดูกาลได้ในอันดับ สองหรือสามอย่างแน่นอน
หงส์แดง ตามสไตล์การเล่นที่เคยเป็นมาหลายสิบปี นั่นคือการกำหนดเกมส์รุกจะอยู่ที่ เจอร์ราด (ตอนนี้ยังเจ็บอยู่ นักเตะใหม่ๆ ในทีมจึงมีโอกาสเล่นอิสระ)
รวมไปถึง รูปแบบการเข้าทำ ที่ยังไม่เด่นชัดว่าจะริมเส้นหรือเน้นเจาะกลาง จึงไม่สามารถความน่ากลัวได้อย่างต่อเนื่อง
แม้จะชนะปืนใหญ่มาได้ แต่รูปเกมส์ต้องกล่าวว่า โชคดีมากกว่าที่ปืนใหญ่พลาดเหลือ 10 ตัว รวมไปถึงการสกัดเข้าประตูตัวเองของแรมพ์ซี่
ภาพชินตาในปีนี้ น่าจะเหมือนๆ ที่เคยเห็นมาหลายๆ ปีที่ผ่านมา ว่า หงส์แดงจะเล่นดีสองนัดสลับเล่นแย่ๆ พลาดง่ายๆ เสียแต้มอย่างไม่น่าเสียอีก สามนัด แล้วกลับมาเล่นดีอีก สองถึงสามนัด นั่นเพราะระบบการเล่นที่ทีมยังไม่เด่นชัด อาศัยฟอร์มของเจอร์ราดรวมไปถึงจังหวะฉาบฉวยของซัวเรสมากกว่า
ท้ายที่สุดคาดว่าหงส์จะยังคงมีลุ้นในช่วงกลางๆ ฤดูกาล ก่อนแผ่วลงจนต้องไปแย่งโอกาสจบอันดับห้ากับสเปอร์เช่นเดิม...









