เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์
ชื่อเล่น The Jolly Green Giant , The White Rabbit , van der Star , Het Ijskonijn (The Ice Rabbit)
ฟาน เดอร์ ซาร์ เกิดวันที่ 29 ตุลาคม ปี 1970 ที่วอร์ฮูท ประเทศฮอลแลนด์ และเริ่มต้นเป็นนักเตะเยาวชนของ ฟอร์โฮลเต้ และ วีวี นอร์ไวจ์ก ทีมบ้านเกิด และฟอร์มการเซฟประตูอุตลุดตอนสมัยเป็นนักเตะเยาวชน ส่งผลให้ หลุยส์ ฟาน กัล อดใจไม่ไหวดึงตัวเจ้าหนูมือกาวคนนี้มาร่วมทัพ อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม ทีมอันดับหนึ่งของลีกกังหันลม ในปี 1990 ตอนที่เขามีอายุเพียงแค่ 20 ปีเท่านั้น
การก้าวเข้าสู่ อาแจ๊กซ์ ทำให้ ฟาน เดอร์ ซาร์ ประสบความสำเร็จอย่างมากมาย เขาได้แชมป์ ยูฟ่า คัพ ในปีที่สองที่ลงเฝ้าเสาให้กับ อาแจ๊กซ์ ในปี 1992 หลังจากที่เอาชนะ โตริโน่ ทีมดังแห่งกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ที่นำโดย เอ็นโซ ชีโฟ่ โคตรมิดฟิลด์ชาวเบลเยียม ได้อย่างราบคาบ และได้แชมป์ ลีก ดัตช์ เป็นครั้งแรกในปีถัดมา
ปี 1995 อาแจ๊กซ์ ได้รับการยกย่องว่าเป็นทีมที่มีระบบดาวรุ่งที่ดีที่สุดในโลก โดยในปีนั้น พวกเขา มีนักเตะอย่าง มาร์ค โอเวอร์มาร์ส , พี่น้อง เดอ บัวร์ , เอ็ดการ์ ดาวิดส์ , คลาเร้นซ์ เซดอร์ฟ รวมทั้ง ยารี่ ลิตมาเน่น ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นเหล่านักเตะที่เรียกได้ว่าเป็นดาวรุ่งทั้งนั้น แต่ก็คงต้องบอกว่าพวกนี้คือ เด็กนรกโดยแท้ ยิ่ง ได้แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด มาคุมเกมในแดนกลางคอยประคองเหล่าเด็กห้าวเหล่านี้ อาแจ๊กซ์ ก็ติดลมบน
แชมป์ ลีกกลายเป็นเรื่องที่ง่ายดายสำหรับพวกเขา แต่ที่น่าช็อกกว่านั้นก็คือ ทีมเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมชุดนี้แหละ ที่ก้าวขึ้นมาเป็นทีมอันดับหนึ่งของทวีป ด้วยการเอาชนะ เอซี มิลาน โคตรทีมแห่งยุค 1-0 ในนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยในเทปบันทึกการแข่งขัน ฟาน เดอร์ ซาร์ได้ แอบแสดงมุขก๋ากั่นออกมาบนเวทีรับถ้วยเมื่อร้องเพลงไปเรื่อยๆก่อนที่เพลงจะหยุดให้นักเตะเอาไมค์จ่อปาก ฟาน เดอร์ ซาร์ ได้ตะโกนออกไปด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มว่า F*** off Ac Milan
ก่อนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นทีมอันดับ 1 ของโลก หลังจากที่ปราบ เกรมิโอ ในฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก เรียกได้ว่าการคว้าแชมป์ของ บรรดา ดาวรุ่งของอาแจ๊กซ์ ในปีนั้น คือปรากฏการณ์ลูกหนังที่ไม่รู้ว่าอีกกี่ร้อยปีจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่
แต่ด้วยกฎบอสแมน ทำให้นักเตะหลายๆ คนของอาแจ๊กซ์ นั้นต่างแยกย้ายกันออกไปแสวงหาความท้าทายใหม่ๆ ทั้ง เซดอร์ฟ ที่ย้ายไปอยู่กับ ซามพ์โดเรีย , โอเวอร์มาร์ส ไปอยู่กับ อาร์เซน่อล, พี่น้อง เดอ บัวร์ โดนบาร์เซโลน่า ซิวตัวไป และ ฟาน เดอร์ ซาร์ ก็เป็นคนท้ายๆ ของทีมชุดนั้นที่ย้ายออกจาก อัมสเตอร์ดัม อารีน่า
ก่อนเขาจะย้าย เขาได้ทำประตูกับทีมได้ด้วย จากลูกจุดโทษในเกมที่เอาชนะ กราฟชาฟ 8-1 ในปี 1999 เขาตัดสินใจมาอยู่กับ ยูเวนตุส โคตรทีมแห่งกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี และกลายเป็นผู้รักษาประตูชาวต่างชาติคนแรกของทีมม้าลาย เขาอยู่กับทีม 3 ปี คว้ารองแชมป์กัลโช่ สองสมัย
ฟาน เดอร์ ซาร์ เป็นนักฟุตบอลคนหนึ่งที่มีประสบการณ์สูง มีเหรียญรางวัลมากมายที่การันตีความมีประสบการณ์ของเขา รวมไปถึงการเป็นผู้รักษาประตูให้กับทีมชาติฮอลแลนด์ อีกเกือบ 100 นัด ความสามารถของเขามีมากมายโดยไม่ต้องสงสัย เขามีความคล่องแคล่วว่องไว รวมทั้งเป็นผู้รักษาประตูที่เซฟลูกกลางอากาศได้ดีมากคนหนึ่งด้วย ประตูมือหนึ่งของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเวลานี้ เข้ามาทำหน้าที่แทน ปีเตอร์ ชไมเคิล ผู้รักษาประตูระดับตำนานของทีมที่ รีไทร์ตัวเองเมื่อปี 1999 ได้อย่างดีเยี่ยม แต่ว่าด้วยสรีระที่บอบบางทำให้หลายๆคนยังคิดว่า มือกาวชาวดัตช์ รายนี้ยังไม่สามารถแทนที่ "เดอะเกรทเดน" ได้
ฟาน เดอร์ ซาร์ เซ็นสัญญาย้ายจาก ฟูแล่ม มาร่วมทีมเมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2005ด้วยค่าตัวที่ไม่เปิดเผย(คาดว่าราวๆ2ล้านปอนด์) โดยผู้รักษาประตูรายนี้เป็นผู้เล่นที่ติดทีมชาติมากที่สุดของ ฮอลแลนด์ และ เต็มไปด้วยประสบการณ์ในเกมลูกหนังมากมาย และเขาก็เป็นนักเตะดัตช์รายที่ 6 ที่มาค้าแข้งกับทีมต่อจาก อาร์โนลด์ มูห์เรน,ไรมอนด์ ฟาน เดอร์ กาว,ยอร์ดี้ ครัฟฟ์,ยาป สตัมและรุด ฟาน นิสเตลรอย
โดยประตูมือหนึ่งทีมชาติ ฮอลแลนด์ รายนี้ยังไม่สามารถคว้าแชมป์ใดๆกับทีมชาติได้ แม้จะโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นให้กับฮอลแลนด์ในทีมชุดที่เข้าถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลกปี 1998 รวมถึงศึกฟุตบอลยุโรปในปี 2000 และ 2004 ด้วย โดย ฟาน เดอร์ ซาร์ลงเล่นเกมแรกให้กับทีมชาติ ในวันที่ 7 มิถุนายน 1995 กับ เบลารุส และเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันประตูให้อัศวินสีส้มเข้าสู้รอบลึกๆ อีกทั้งในเวิลด์ คัพ 2006 อบคัดเลือกฟานเดอร์ซาร์ ทำสถิติไม่เสียประตู10เกมติดต่อกัน และเป็นเจ้าของคลีนชีต 1013 นาที ซึ้งถือเป็น สถิติตลอดกาลของยุโรป ปัจจุบัน เป็นเจ้าของสถิติ120+ในการติดทีมชาติ และติดอันดับ6 ของบรรดานักเตะ ที่ลงรับใช้ทีมชาติยาวนานที่สุดด้วย
ในซีซั่นแรกของเขาที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด นายทวารร่างโย่ง ลงเล่นไปทั้งหมด 56เกม โดยเจ้าตัวนั้นรักษาคลีนชีตได้ทั้งหมด 24ครั้งด้วยกัน และนั่นก็รวมถึง 5เกมแรกที่ประตูรายนี้ลงเล่นโดยไม่เสียประตูด้วย เมื่อ ฟาน เดอร์ ซาร์ ได้ลงเล่นให้ทีม "ปีศาจแดง"เขาก็ได้แสดงให้เห็นถึง ความคล่องแคล่ว และ ความไว้ใจได้ ในทันทีซึ่งก็ถือเป็นการปรับตัวทีมเร็ว และ ดีมาก กับซีซั่นแรกของเขานอกจากนี้ นายทวารหุ่นยีราฟ ยังทำให้ทีมกลับมาเล่นเกมรุกได้อย่างรวดเร็วในการโต้กลับอีกครั้งหลังจากที่สิ่งนี้ดูเหมือนจะหายไปนานจากทีม ซึ่งนายทวารผู้นี้ เป็นผู้ใช้เท้าที่ดีที่สุดคนนึง
โดย ฟานเดอร์ ซาร์ มีฉายาที่เพื่อนๆในทีมตั้งไว้ว่า ยักษ์เขียวร่าเริง ที่ดูเหมือนจะน่าเกรงขามแต่ยักษ์ตนนี้กลับมีสีหน้าเปื้อนยิ้มอยู่ตลอดเวลา โดยภายหลังจากย้ายมาจาก ฟูแล่มแล้ว ฟาน เดอร์ ซาร์ ก็ได้รับความไว้วางใจโดยการต่อสัญญาไปปีต่อปี กระทั่งตัวเฟอร์กี้เอง ก็ได้กล่าวเป็นสำนวน ยี่เกภายหลัง ว่า ฟาน เดอร์ ซาร์ คือคำตอบที่หามานาน
โดยจากการจัดอันดับล่าสุดผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมประจำปี 2008 ของ ไอเอฟเอฟ ฟานเดอร์ซาร์ได้อันดับที่3 รองจาก บุฟฟ่อนและกาซียาส เท่านั้น โดยอันดับ4 เป็น ปีเตอร์ เช็ก และการ จัดอันดับประตูที่ดีที่สุดตลอดการ นั้น เอ็ดวิน ได้อันดับที่ 6 เป็นรองแค่ บุฟฟ่อนปีเตอร์ ชไมเคิ่ลโอลิเวอร์ คาห์น โฮเซ่ หลุยส์ ชิลาเวิร์ต ของ ปารากวัย วอลเตอร์ เซงก้าอดีตนายทวารอินเตอร์ มิลาน และ ทีมชาติอิตาลี โดย4อันดับหลังที่ตามมาคือมิเชล พรูดอมม์ ของ เบลเยียม, เคลาดิโอ ทาฟฟาเรล อดีตนายทวารบราซิเลียน ของ ปาร์ม่า และ เดวิด ซีแมน
เกียรติประวัติ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์
อาแจ๊กซ์
แชมป์ฟุตบอลลีก - 1994 , 1995 , 1996 , 1998
แชมป์ดัตช์ คัพ - 1993 , 1998 , 1999
แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก - 1995
แชมป์ยูฟ่า คัพ - 1992
แชมป์สโมสรโลก - 1995
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
แชมป์ พรีเมียร์ ลีก - 2007 , 2008
คาร์ลิ่ง คัพ 2006
คอมมูนิตี้ชิลด์ 2 สมัย
ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก - 2008
แชมป์ สโมสรโลก 2008
เกียรติประวัติส่วนตัว
ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมของยุโรป - 1995
ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมฟุตบอลฮอลแลนด์ - 1994 , 1995 , 1996 ,1999
ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม พรีเมียร์ลีก - 2007 2008
ผู้เล่นยอดเยี่ยม ประจำปี 2003-2004
Credit - หนังสือและเว็บไซต์หลายที่
เรียบเรียงจัดทำ by Tamm~*













