โดย MAKIBAO » จันทร์ ม.ค. 25, 2010 01:28
ก่อนลงทำศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อคืนนี้ เชื่อได้เลยว่าเหล่าผู้มีจิตศรัทธาอสูรแดงคงมีอาการร้อนรุ่มในหัวใจไม่ต่างกัน หลังเจอแต่เรื่อง Holy Shit มาตลอดทั้งสัปดาห์
จากทีมที่เคยประกาศศักดาอย่างไม่เกรงความอิจฉาริษยาจากทีมใดว่านี้คือสโมสรฟุตบอลที่รวยที่สุดในโลก แต่ทุกอย่างกลับกลายเป็นตรงกันข้าม ภายหลังการเข้ามาพร้อมหนี้สินจากการไปกู้ยืมเงินมาเทคโอเวอร์ทีมของพวกปลิงมะกันเกลเซอร์
ที่สุดแล้ว การกู้หนี้ยืมสินในตอนนั้นก็ได้สำแดงฤทธิ์ออกมาด้วยข่าวที่สะเทือนหัวใจเด็กผีในตอนนี้
แมนฯยู กลายเป็นทีมที่มีเลขตัวแดงอันแสดงว่าทีมเป็นหนี้ ด้วยตัวเลขเบาะๆแค่ 716 ล้านปอนด์ แถมด้วยวิธีการใช้หนี้ที่จะนำโรงละครแห่งความฝันอย่าง โอลด์แทร็ฟฟอร์ด และสนามซ้อมแคร์ริงตัน ไปเล่นแร่แปรธาตุเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินก้อนโตมาพยุงสถานะการเงินของสโมสร
เหล่านี้คือสิ่งดีๆที่ มัลคอล์ม & (ฟักกลิ้ง) แฟมิลี่เกลเซอร์ หยิบยื่นให้กับทีม และน่าจะเรียกตีนจากเด็กผีได้คนละหลายดอก
ขณะที่ผลการแข่งขันในรอบรองชนะเลิศคาร์ลิ่งคัพกับ แมนฯซิตี้ ที่ แมนฯยู พุ่งชนหายนะเข้าอย่างจัง ก็ไม่ใช่สิ่งที่สร้างความเจ็บปวดให้กับชาว Red Army ได้เท่ากับต้องมาเห็น ไอเตี้ยทรยศ คาร์ลอส เตเบซ ยิงคนเดียวสองประตูให้กับทีมมัน
มิหนำซ้ำ ท่าดีใจของ คาลิตอส ที่ตบท้ายการยิงแต่ละลูก ก็ล้วนสื่อให้เห็นถึงความกระสันที่จะกระซวกประตูสังหารต้นสังกัดเก่าให้ได้ โชคยังดีสำหรับ เตเบซ ที่ผลลัพธ์จากการกระทำครั้งนี้ เจ้าตัวได้ไปเพียงกล้วยใบเล็กๆที่อดีตลูกพี่เก่า แกรี่ เนวิลล์ บรรจงยื่นให้อย่างเบามือที่สุด
อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลาที่กองร้อยปีศาจแดงต้องออกรบ แม้จะเจอเรื่องแย่ๆมาสักแค่ไหนก็ตาม แม่ทัพเจนศึกอย่าง ป๋าแพนด้า ก็ไม่เคยหวั่นไหว แถมยังใช้จิตวิทยาที่สั่งสมมานานปลุกเร้าเหล่าขุนศึกให้ฮึกเหิมได้เสมอ ด้วยเหตุนี้ รายการ The Show Must Go On ของ แมนฯยู จึงได้เริ่มขึ้น
เกมปะทะ ฮัลล์ ซิตี้ เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ป๋าเฟอร์กี้ ทำเรื่องเซอร์ไพรส์ด้วยการตัดสินใจส่ง นานี่ เป็นตัวจริง หลังเกือบโดนป๋าตัดหางยัดชักโครกก่อนจะกดน้ำตามให้ไปโผล่ที่สโมสรไหนสักแห่งที่ไม่ใช่ แมนฯยู ด้วยข้อหานินทาเจ้านายตัวเองให้นักข่าวในบ้านเกิดฟังไปหลายดอก
เกมนี้ น้องหนูนา ได้ลงทำเกมริมเส้นไปพร้อมกับ พาร์ค จี ซอง (พระเอกหนังเจ้าหญิงวุ่นวายกับเจ้าชายกินหมา) โดยมี ริโอ เฟอร์ดินานด์ ลงยืนบัญชาเกมรับเป็นเกมแรกในรอบสามเดือน ขณะที่ โอเว่นได้รับโอกาสลงสนามก่อนหน้า เบอร์บาเต่า
ทางด้านทีมเยือน ฮัลล์ ซิตี้ ก็มี พอล แม็คเชน อดีตเด็กผีกลับมาเยือนรังเก่าด้วย
รูปเกมเมื่อคืนนี้เป็นไปตามคาด เพราะเป็น แมนฯยู ที่ไล่ขย่มทีมเยือนอย่างเมามัน สถิติการยิงประตูในเกมนี้ที่นับรวมๆทั้งเข้ากรอบหลุดกรอบ ปีศาจแดงได้ล่อไปตั้ง 20 กว่าครั้ง บ่งบอกถึงความเหนือชั้นในเกมนี้ได้เป็นอย่างดี
การส่ง นานี่ ลงสนามกลายเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของป๋า เพราะแทบไม่น่าเชื่อเลยว่าฟอร์มการเล่นเมื่อคืนนี้เป็นของนักเตะรายเดียวกับที่เคยถูกแฟนบอลเบือนหน้านี้มาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลัง
ความเร็วและการเปิดบอลจากริมเส้นฝั่งขวาที่แม่นยำได้สร้างความปั่นป่วนให้กับแนวรับของ ฮัลล์ เป็นอย่างมาก ที่ต้องยกให้เป็นเครดิตของ นานี่ เลยก็คือ การครอสบอลเข้ามาในเขตโทษให้ รูนี่ย์ โถมเข้ามาโขกพังประตูเหน่งๆในช่วงท้ายเกมนั้นงัยล่ะ
แต่สิ่งที่ทำให้ น้องหนูนา ดูหล่อขึ้นเป็นกองในสายตาของเหล่าผู้บูชาลัทธิซาตาน คือ การที่ได้เขารู้จักกับคำว่าเล่นเป็นทีมแล้ว ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากการที่เขาได้รับสารอาหารที่ร่างกายจะนำไปบำรุงสมองอย่างเพียงพอนั้นเอง
น่าเสียดายที่ผู้เขียนบทฟุตบอลเมื่อคืนนี้ไม่เห็นด้วยที่จะให้ดาวเตะหน้าแขกเป็นพระเอก เต็มที่ก็ได้แค่พระรอง เพราะตำแหน่งพระเอกนั้นมีไว้ให้แก่คนๆเดียวที่กำลังเป็นความหวังใหม่ของทีมอย่าง เวย์น รูนี่ย์
การทำคนเดียว 4 ประตู แม้จะเป็นในเกมที่เจอกับทีมเล็กๆอย่าง ฮัลล์ แต่มันก็เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงศักยภาพของ รูนี่ย์ ที่อัดแน่นอยู่ภายใต้กล้ามเนื้ออันอวบอั๋นของเขาได้เป็นอย่างดี และเป็นเรื่องสมควรอย่างยิ่งที่ใครก็ตามที่เคยปรามาส รูนี่ย์ เอาไว้ว่าไม่คม ควรที่จะ Shut Up ไปได้เลยในช่วงนี้ หรือหากคุณคิดที่จะเถียง ก็ขอแนะนำให้ไปดูจังหวะจบสกอร์ของ หมูรูน ในลูกที่สองก่อนว่ามันบาดคมและหนักแน่นเพียงใด
ขณะที่ลูกแรก การเข้าซ้ำลูกยิงไกลกว่า 30 หลาของ สโคลส์ ได้ก่อนกองหลัง ก็แสดงให้เห็นถึงความจมูกไวของวิญญาณเพชรฆาตที่แฝงเร้นอยู่ในตัว รูนี่ย์ มานาน
ส่วนจังหวะโถมเข้าโขกในลูกที่สาม ก็บ่งชัดเลยว่า รูน ไม่ได้ดีแต่ใช้กำลัง แต่ยังหัวได้ดีอีกด้วย
ปิดท้ายที่การดึงบอลจากการกระดกเข้ามาในกรอบเขตโทษของ ดิ อาทเมคเกอร์ เบอร์บาตอฟ ลงบนพื้นก่อนจะซัดฝ่าสองกองหลังเข้าไปเสียบเสานั้น ก็โชว์ให้เห็นถึงคลาสความเป็นศูนย์หน้าระดับโลก ที่พ่อของน้องไข่ (Kai Rooney) มีดีไม่แพ้ใครเลย
ทั้งนี้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้ออกมา ชาบู ลูกทีมคนเก่งด้วยการเชื่อมั่นว่า รูนี่ย์ ฟอร์มกำลังเข้าฝักและมั่นใจว่าจะไม่หยุดความร้อนแรงไว้เพียงเท่านี้
และเพื่อไม่ให้ถูกครหาว่าดีแต่ชมกันเอง ก็ควรไปดูบทสัมภาษณ์ถึงความรู้สึกหลังเกมของ ฟิล บราวน์ ผู้จัดการทีม เดอะ ไทเกอร์ส
ผมคงต้องบอกว่า เขา (รูนี่ย์) คือ หนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดในโลกไปแล้วในเวลานี้
เขาเป็นนักเตะแบบที่สามารถเปลี่ยนโอกาสที่มีน้อยนิดให้กลายเป็นโอกาสทองได้
เมื่อคุณเห็นเขาเล่นด้วยฟอร์มแบบนี้ มันก็น่าจะเป็นผลดีสำหรับทีมชาติอังกฤษในฟุตบอลโลกด้วย
ผลจากเกมนี้ส่งผลให้ แมนฯยู ผงาดขึ้นไปนำจ่าฝูงแบบเดี่ยวๆแม้จะแข่งมากกว่า อาร์เซน่อล และ เชลซี ก็เถอะ แต่แค่นี้ก็เล่นเอาบ่อนแถวอังกฤษหั่นราคาลุ้นแชมป์ของผีลงแถบไม่ทันเลย (กลัวอ่ะดิ)
ที่สำคัญการบวกสกอร์เพิ่มไปอีกสี่ลูกของ รูนี่ย์ ก็ทำให้เขาขึ้นไปนำดาวซัลโวแบบเดี่ยวๆเหมือนกับทีมที่ 19 ประตู ทิ้งห่างผู้ตามรายอื่นอย่าง ดาร์เรน เบนท์, เจอร์เมน เดโฟ, ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ไปถึง 5 ลูกเข้าไปแล้ว
นอกจากนั้น ก็ยังมีข่าวดีเข้ามาสู่ทีมทันทีที่จบเกม เมื่อมีรายงานข่าวว่า ตระกูลเกลเซอร์ประสบความสำเร็จในการระดมทุนเข้าสู่ทีมเป็นจำนวนเงินถึง 504 ล้านปอนด์ ทำให้ตอนนี้สภาวะทางการเงินของสโมสรมีสภาพคล่องมากขึ้น อย่างน้อยก็สามารถชำระเงินกู้จำนวน 202 ล้านปอนด์ ไปได้ยกหนึ่งแล้ว
ทางด้านโฆษกของตระกูลเกลเซอร์ ก็ยืนยันว่าตลอดช่วง 7 ปีข้างหน้านี้ เงินก้อนนี้จะทำให้สโมสรบริหารงานได้อย่างยืดหยุ่น และจะเป็นงบประมาณสำหรับเซ็นสัญญานักเตะหน้าใหม่เข้าสู่ทีมได้อีกหลายรายด้วย
และไม่รู้ว่าเพราะข่าวดีเรื่องนี้หรือเปล่า ที่ทำให้เว็บเพจ manutd.com ในส่วนของรายชื่อนักเตะในทีมชุดใหญ่ของแมนฯยู จึงมีการใส่ชื่อ เซร์คิโอ อเกวโร่ เอาไว้ชั่วขณะก่อนที่จะลบทิ้งในภายหลัง
จะเป็นไปได้ไหมว่า ทีมงานสื่อออนไลน์แห่งโอลด์แทร็ฟฟอร์ด อาจจะทราบข่าววงในมาว่า แมนฯยู สามารถตกลงซื้อตัว อเกวโร่ ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่มีการประกาศให้ทราบอย่างเป็นทางการในเวลานี้ แม้ต่อมาในภายหลัง โฆษกของปีศาจแดงจะออกมาแก้ข่าวว่าเป็นเพียงความผิดพลาดทางเทคนิคเท่านั้น
แต่นาทีนี้ใครจะไปใครจะมาก็ไม่สำคัญเท่ากับฟอร์มการเล่นอันกระฉูดแตกของ รูนี่ย์ ที่เปรียบไปก็เหมือนสาส์นส่งตรงไปยังบรรดาทีมคู่แข่งและพวกนักวิจารณ์ปากหมา รวมไปถึงเหล่ากองแช่งทั้งหลายโดยเฉพาะพวกเป็ดแดงว่า อย่าได้คิดว่าแมนฯยูไม่ได้เสริมตัวใหม่เข้ามาแล้วจะไม่มีปัญญาได้แชมป์น่ะจ๊ะ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วของมันจะย้อนเข้าตัวไม่รู้ด้วย อิอิอิ (แต่รู้สึกว่าของมันจะย้อนไปเร็วเกินคาด เห็นบางทีมหมดลุ้นแชมป์ไปก่อนใคร ตั้งแต่ยังไม่ขึ้นปีใหม่เลย)
แมวเหมียวของฉัน ^นู๋ฮารุ^

