จบกันไปแล้วน่ะครับสำหรับแมทช์ระหว่างแมนยูกับโบลตัน
ผลจากเกมนี้ทำให้ทีมเรากลับมาอยู่ในที่ประจำของตัวเองอีกครั้ง
หลังปล่อยให้เด็กหงส์ได้ใจไปนาน
ก่อนเกมแม้ว่าแมนยูของเราจะต้องเช็คความฟิตของผู้เล่นบางคน
แต่ผมก็เชื่อว่าสาวกผีทุกคนยังมีความมั่นใจว่าทีมเราจะเอาอยู่
ซึ่งในที่สุดเราก็เบียดชนะไปหวุดหวิดจากประตูเดียวของเบอร์บาตอฟ
แม้เกมรุกจะยิงได้น้อย แต่กับเกมรับตอนนี้กำลังกลายเป็นจุดขายของทีมเราซ่ะแล้ว
ในเมื่อสิบนัดหลังสุด ทีมเราไม่เคยโดนใครทะลวงได้เลยสักเม็ด
แม้จะต้องขาดริโอไปจากอาการบาดเจ็บ
แต่เจ้าหนูอีแวนส์ก้อสามารถยืนปักหลักเคียงคู่กะวีดิชได้อย่างมั่นคง
จนทำให้เราอุ่นใจได้
อีกสิ่งหนึ่งที่เห็นได้จากเกมนัดนี้ คือความกระหายในชัยชนะของผู้เล่นแมนยูทุกคน
ซึ่งคงจะได้รับอิทธิพลมาจากป๋าเฟอร์กี้
สิ่งนี้ทำให้ไม่ว่าทีมเราจะตกอยู่ในสถานการณ์บีบคั้นแค่ไหนในการต้องการประตู
แมนยูก้อยังเอาตัวรอดแบบโกงความตายได้เสมอ
ซึ่งหากเรานำความกระหายในชัยชนะของป๋าเรา ไปเปรียบเทียบกับกุนซือคู่แข่งอย่างเอล ราฟา
เราจะพบถึงความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด
ในสถานการณ์เดียวกันคนหนึ่งปลูกฝังให้ลูกทีมบุกกระหน่ำซอยยิกเพื่อทำประตู
ขณะที่อีกคนอาจเอื้อมอยากเด็ดดอกฟ้าอย่างถ้วยแชมป์พรีเมียร์
แต่ไม่เคยเสี่ยงให้ทีมตัวเองได้แต้มอย่างที่ต้องการก่อนลงสนาม
ด้วยเหตุผลเพียงเพราะไม่อยากลดโอกาสในการเก็บแต้มเพียงหนึ่งคะแนนที่มีอยู่ในมือ
ลองให้ลิเวอร์พูลมาอยู่ในสภาพเดียวกับแมนยูเมื่อกี้
เชื่อได้เลยว่าการแก้เกมของราฟาคงหนีไม่พ้นการเปลี่ยนตัวตามตำแหน่ง
โดยเฉพาะกับปีกซ้ายที่เปลี่ยนมันเกือบทุกนัด
ราฟาไม่มีความกล้าพอที่จะส่งกองหน้ามาเพิ่มจากที่มีอยู่แค่ตัวเดียวหรอกครับ
การเล่นเพลย์เซฟแบบนี้อาจเป็นความคิดที่ถูกต้อง แต่มันจะพอเหรอสำหรับการลุ้นแชมป์ที่คู่คี่สูสีอย่างฤดูกาลนี้
ดังนั้นผมจึงยังเชื่อว่าแชมป์พรีเมียร์ ลีกฤดูกาลนี้ไม่หนีหายไปจากแมนยูแน่นอน
ไม่ว่าจะเป็นเพราะเกมรับที่เหนียวแน่นจนเสียประตูน้อยที่สุดในลีก
เกมบุกที่ค่อยๆกลับมาน่ากลัวอีกครั้ง และที่สำคัญคือหัวใจที่ต้องการจะคว้าแชมป์เพื่อทำสถิติเทียบเท่าคู่ปรับตลอดกาลอย่างลิเวอร์พูล
ดังนั้นเด็กหงส์ทั้งหลายจงรีบวางแผนหนีหน้าพวกเราให้ดีหลังจบฤดูกาลนี้
เพราะว่าของกำลังจะมาครับพี่น้อง 555...












