ว่ากันแล้วทีเราก็ไม่ได้ลงทุนผิดพลาดอะรัยมากมายหรอกกะค่าตัวเบอร์บา
ผมว่าเเบอร์บาเขามีทักษาะที่น่าทึ่งการเอาบอลลงพื้น
แม้สปีดของเขาเต่าจะแซงก็ต่าย
แต่โดยรวมผมชอบเขา
10 การซื้อผู้เล่นสุดห่วย
มีการซื้อที่ดีก็ย่อมมีการซื้อที่เลวเป็นของคู่กัน ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟคือการซื้อสุดห่วยประจำซีซั่นนี้เช่นนั้นหรือ? แฟนแมนฯยูไนเต็ดคงส่ายหน้า แต่แฟนทีมอื่นคงอยากพยักหน้าเห็นด้วย เราไปดูกันดีกว่าว่า 10 การซื้อสุดห่วยของพรีเมียร์ลีกประจำซีซั่นปัจจุบันมีใครกันบ้าง
10.นิคกี้ ชอรี่ย์ (ไปแอสตันวิลล่า 2.5 ล้านปอนด์)
ม้ในทีมวิลล่าจะมีนักเตะใหม่ที่สอบตกอยู่มากกว่าชอรี่ย์ ไม่ว่าจะ สตีฟ ซิดเวลล์ หรือ การ์ลอส กูเอย่าร์ ที่มีค่าตัวรวมกันถึง 12.8 ล้านปอนด์แต่แลกมาด้วยฟอร์มกระปริดกระปรอย แต่ด้วยการที่ชอรี่ย์คือแบ็คซ้ายชั้นดีซึ่งย้ายมาจากเรดดิ้งเมื่อซัมเมอร์ 2008 ด้วยความคาดหวังเต็มเปี่ยมที่จะมาช่วยเติมเต็มเกมรับทางฝั่งซ้ายในยามที่วิลเฟรด บูม่าบาดเจ็บ กลับกลายเป็นว่าโดนแบ็คขวาอาชีพอย่างลู้ค ยังมาแย่งตำแหน่งทางกราบซ้ายไปหน้าตาเฉย ก่อนที่ลู้ค ยังจะเจ็บและเป็นโอกาสที่ชอรี่ย์ได้ลงทำหน้าที่ ซึ่งผลงานก็ไม่ค่อยได้ความ ดูได้จากผลงานของวิลล่าที่ไม่ชนะใครต่อเนื่องนานเกือบครึ่งซีซั่น ท่าทางจะหมดอนาคตในถิ่นวิลล่าพาร์คแน่นอนแล้ว
9.ฟาบริซิโอ โกลอสชินี่ (ไปนิวคาสเซิ่ล 10.3 ล้านปอนด์)
ค่าตัวแพงระยับ แลกกับผลงานการเล่นสุดห่วยแตก นี่คือนักเตะที่พาทีมพ่ายแพ้ลิเวอร์พูลคาบ้านไปถึง 1-5 รวมผลงานทั้งซีซั่นที่ไม่เคยมีฟอร์มการเล่นเหมาะกับค่าตัวหลักสิบล้านเลย หลายต่อหลายหนที่นักเตะค่าตัวถูกๆอย่างเซบาสเตียน บาสซงทำผลงานได้ดูดีกว่าและช่วยชีวิตโกลอสชินี่ไว้หลายหน ถ้าปีหน้าเราไม่ได้เห็นนิวคาสเซิ่ลในพรีเมียร์ลีกแล้ว เราก็คงจะไม่ได้เห็นโกลอสชินี่ในเกาะอังกฤษด้วยเช่นกัน
8.บอร์ฆ่า บาเลโร่ (ไปเวสต์บรอม 4.7 ล้านปอนด์)
ถ้าคุณเป็นทีมน้องใหม่ที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมา ฐานะทางการเงินก็คงไม่ได้อู้ฟู้เหมือนทีมอื่นเค้า ไอ้เรื่องจะใช้เงินซื้อนักเตะก็ต้องรัดเข็มขัดกันหน่อย แต่ที่ไหนได้ เวสต์บรอมกลับกล้าๆทุ่มเงินเกือบ 5 ล้านปอนด์ถอยผู้เล่นโนเนมอย่างบาเลโร่มาจากเรอัล มายอร์ก้า แทนที่จะเก็บเงินไว้ทำทุนในการจ่ายค่าเหนื่อยนักเตะดีกว่า แล้วอีแบบนี้พอทีมตกชั้นไป จะหาใครมาเซ้งบาเลโร่ไปใช้งานต่อ เพราะคิดหรือว่านักเตะที่ไม่ได้ผูกพันอะไรกับสโมสรจะยอมลดชั้นลงไปเล่นลีกล่างๆกับทีมได้
7.ร็อบบี้ คีน (ไปลิเวอร์พูล 20 ล้านปอนด์)
จริงๆร็อบบี้ คีนสามารถติดอัน 1 ในลิสต์นี้ได้สบายๆ แต่ด้วยผลงานในตอนที่ยังใส่เสื้อแดงของลิเวอร์พูลนั้น คีนที่ลงบ้างไม่ลงบ้างก็ยังอยู่ในทีมที่เป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกยาวนานกว่าครึ่งซีซั่น ทั้งๆที่เต็มไปด้วยคำถามว่านี่คือนักเตะที่เบนิเตซต้องการซื้อจริงๆหรือ หรือแม้แต่คำถามว่าคีนได้รับโอกาสพิสูจน์ตัวเองมากพอแล้วหรือในการโดนประเมินค่าเช่นนี้ แต่ด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์แลกกับผลงานการหวด ว่าว ไม่รู้กี่รอบจนเป็นที่น่าหัวร่อของกองเชียร์คู่แข่ง คีนก็คงต้องจำใจพาตัวเองมาอยู่ในอันดับ 7 ของลิสต์น่าอดสูนี้
6.เดฟ คิตสัน (ไปสโต๊ค 5.5 ล้านปอนด์)
ผมขอยอมรับแต่โดยดี มันเป็นความผิดของผมเองนั่นแหละที่ตัดสินใจย้ายไปสโต๊ค ทั้งๆที่ไม่มีใครบังคับเอาปืนจี้ให้ผมย้ายซะหน่อย ผมยอมรับเลยครับว่ามันเป็นการตัดสินใจครั้งที่แย่ที่สุดครั้งนึงในชีวิต คิตสันเอ่ยปากกับผู้สื่อข่าวหลังจาก คิดสั้น ย้ายไปร่วมทีมสโต๊คเมื่อซัมเมอร์ 2008 ก่อนต้องระเห็จกลับมาตายรังที่เรดดิ้งด้วยสัญญายืมตัว ด้วยผลงานยิง 0 ประตูถ้วนในสีเสื้อช่างปั้นหม้อ ก่อนที่สโต๊คจะไปคว้าเจมส์ บีตตี้มาเล่นแทน และก็อย่างที่เห็นว่าม้าแก่อย่างบีตตี้เล่นดีกว่าไอ้หนุ่มหัวแดงจากเรดดิ้งเยอะเลย
5.อันเดรีย ดอสเซน่า (ไปลิเวอร์พูล 7 ล้านปอนด์)
นอกจากการลุกจากม้านั่งสำรองไปยิงประตูปิดท้ายในเกมสุดฮิต 1-4 ที่โอลด์แทรฟฟอร์ดแล้ว เป็นที่น่าสงสัยกันมากว่าไอ้นักเตะค่าตัว 7 ล้านปอนด์ที่ก้าวเข้ามาแทนที่ยอร์น อาร์เน่ ริเซ่คนนี้ มันมีดีอะไร(วะ?) ดอสเซน่าดูบวมอืด ดูเชื่องช้า ดูอ่อนเชิง ดูงกๆเงิ่นๆไม่มีความมั่นใจในยามลงเตะ เบนิเตซไปสอยกองหลังที่เป็นตัวเลือกแรกๆของทีมชาติอิตาลีมาร่วมทีมเพื่อหวังเป็นตัวเลือกแรกไว้ใช้งาน แต่ดูฟอร์มแล้ว แค่การเป็นตัวเลือกที่ 3 ในตำแหน่งแบ็คซ้ายยังดูดีเกินไปเลยด้วยซ้ำ
4.เดโก้ (ไปเชลซี 8 ล้านปอนด์)
แม้จะเคยเขียนไปว่านี่คือหนึ่งในการซื้อที่ดีที่สุดในซีซั่นนี้เมื่อช่วงต้นซีซั่น ด้วยการทำทีมของสโคลารี่ที่คิดว่านี่คือจิ๊กซอชิ้นสุดท้ายที่จะมาเติมเต็มทีมที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้ว แม้จะมีเสียงเตือนมาว่าระวังความขี้เกียจทั้งในการซ้อมและในสนามของเดโก้จะแผลงฤทธิ์ ย้อนกลับไปในเกมล่าสุดที่เราเห็นเดโก้ลงวาดลวดลายคือเกมที่เขาลุกจากม้านั่งสำรองในขณะที่ทีมนำโบลตันอยู่สบายๆถึง 4-0 ก่อนที่จะโดนไล่กระซวกคืนมาถึง 3 ดอกอย่างรวดเร็วหลังจากเดโก้ลงสนาม ดีที่จบเกมไปอย่างหวาดเสียวที่สกอร์ 4-3 ซัมเมอร์นี้เราคงเห็นเดโก้เดินออกจากเชลซี แต่ด้วยค่าตัวต่ำกว่า 8 ล้านปอนด์แน่ๆ
3.จิมมี่ บูลลาร์ด (ไปฮัลล์ 5 ล้านปอนด์)
นี่คือตัวอย่างความผิดพลาดและพิลึกพิลั่นของเจ้าหน้าที่ซึ่งดูแลเรื่องการซื้อขายนักเตะ ฮัลล์ยอมทุ่มทุนซื้อนักเตะทีมชาติอังกฤษวัย 30 ปีผู้นี้ด้วยค่าตัวแพงระยับ(สำหรับสโมสรเล็กๆ)ถึง 5 ล้านปอนด์ แถมเซ็นกันยาวถึง 4 ปีครึ่ง ทั้งๆที่บูลลาร์ดคือนักเตะที่มีประวัติอาการบาดเจ็บบ่อยและนานจนผิดสังเกต ผลก็คือ 5 ล้านปอนด์ที่ฮัลล์จ่ายไปนั้นได้กลับมาเป็นการลงสนาม 38 นาทีถ้วน ก่อนที่บูลลาร์ดจะบาดเจ็บปิดเทอมยาวไปเรียบร้อย ไม่รู้เปิดเทอมอีกหนจะยังเป็นศึกพรีเมียร์ลีกอยู่รึเปล่าด้วยน่ะสิ
2.โช (ไปแมนฯซิตี้ 19 ล้านปอนด์)
ถ้าลิสต์นี้ออกมาในช่วงต้นปี เราคงไม่ได้เห็นชื่อโชติดอันดับ เพราะเราอาจจะประเมินว่าโชก็แค่เป็นนักเตะบราซิลเลี่ยนที่ยังปรับตัวไม่ได้กับบอลอังกฤษ แต่พอเห็นฟอร์มของโชหลังจากย้ายแบบยืมตัวไปเล่นให้เอฟเวอร์ตัน เราก็เข้าใจทันทีว่าจริงๆโชนั้นมีดี แต่แมนฯซิตี้และมาร์ค ฮิวจ์สไม่สามารถล้วงความสามารถออกมาใช้งานได้ โชอาจราคาไม่ถึงหนึ่งในห้าของกาก้า แต่คุณค่าที่แสดงออกมาในเสื้อเอฟเวอร์ตันอาจจะทำให้ทีมเรือใบสะอึก และกลับมาคิดดูอีกทีว่า ไอ้การที่คิดแต่จะบ้าทุ่มซื้อนักเตะโดยไม่พยายามใช้ของดีที่ตัวเองมีอยู่แล้ว มันเป็นความโง่ชนิดหนึ่งที่มาพร้อมความรวยรึเปล่า?
1.เดวิด เบนท์ลีย์ (ไปสเปอร์ส 15 ล้านปอนด์)
มันเกิดอะไรขึ้นกับเบนท์ลีย์กันแน่ การย้ายไปสเปอร์สน่าจะช่วยให้ตำแหน่งตัวจริงในทีมชาติอังกฤษของเขาแน่นอนมากขึ้น แต่เปล่าเลย ด้วยฟอร์มทุเรศทุรังแบบนี้ ทีมเดียวที่เขาจะลงเป็นตัวจริงได้ก็คือทีมสำรองของสเปอร์ส สเปอร์สคงกุมขมับกันทั้งสโมสรเพราะค่าตัวกว่า 15 ล้านปอนด์แลกกับนักเตะที่แทบวิ่งแซงยายแก่ๆไม่ได้ ลูกครอสจากริมเส้นที่เคยเป็นจุดขายก็ไม่มีอีกแล้ว และนอกจากลูกฟลุ้คยิงไกลใส่อาร์เซน่อล ก็ไม่เคยมีครั้งไหนที่เบนท์ลีย์จะมีฟอร์มในสนามที่น่าปรบมือให้เลย จนล่าสุดหลุดจากทีมไปแบบไม่รู้จะได้กลับมาเมื่อไหร่ หมดอนาคตในถิ่นเดอะเลนเรียบร้อยแล้วอีน้องเอ๋ย















