.....อย่างที่แฟนบอลทั่วโลกรู้จักกันดีว่าเบอร์ 7 ของยูไนเต็ดนั้นมีความสำคัญกว่าเบอร์อื่นๆอย่างไร
....โดยเฉพาะในช่วงสองทศวรรษหลังภายการคุมทีมของเฟอร์กี้...."เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน"
เฟอร์กี้ได้สัมผัสตำนานเบอร์อาถรรพ์มาแล้ว ถึง 4 คน ไล่เรียงจาก ร็อบโบ้ (ไบรอัน ร็อบสัน) ก็องโต้ (เอริค คันโตนา)
เบ็คส์ (เดวิด เบ็คแฮม) และรายล่าสุดที่เพิ่งจากไปคือ คริสตี้ (โรนัลโด้).....
.......แต่เคยสังเกตุกันไหมว่าตำนานเหล่านี้ในยุคของเฟอร์กี้ล้วนแล้วแต่ต้องจากลากันแบบเจ็บปวดทุกรายไป
เริ่มแรกจาก ร็อบโบ้ ก่อนเลย เขาเป็นนักเตะระดับแนวหน้าของวงการฟุตบอลอังกฤษ.....แถมเป็นถึงกัปตัน
ของยูไนเต็ดที่สวมปลอกแขนกัปตันไปพร้อมๆกันด้วย......ฉายา "กัปตันกระดูกเหล็ก" ที่เขาได้มา ....มาจาก
คำร่ำลือในความเป็นมืออาชีพที่ว่ากันว่าหลังเลิกซ้อมหรือแข่ง ....เขามักจะไปดวดเบียร์แบบถึงไหนถึงกันเป็นประจำ
....แต่กระนั้นแม้จะเมาแอ๋แค่ไหน.....เขาก็ยังคงมาซ้อมและไม่เคยแสดงอาการ "แฮงก์โอเวอร์" เลย.....นี่แหละมั้ง
คือความเป็นมืออาชีพ.....บวกกับสไตล์การเล่นอันดุดัน แข็งแกร่ง ...นี่คืออีกบทตำนานหนึ่ง....เพียงแต่ตอนจบของเขา
ไม่สวยงามอย่างที่คิด...เขาต้องระเห็จออกจากยูไนเต็ดในช่วงที่เฟอร์กี้เข้ามาคุมทีมได้ไม่นานเนื่องจากทั้งสภาพร่างกาย
.....และอยู่ในช่วงขาลง ซึ่งเฟอร์กี้เองก็ต้องการผ่าตัดทีมใหม่......จบไม่สวยเป็นคนแรกเลยร็อบโบ้
รายต่อมาคือ คิง เอริค ซึ่งไม่อยากเกริ่นถึงประวัติของคนๆนี้ เพราะแฟนบอลส่วนใหญ่รู้จักเขาดี ทั้งพฤติกรรมห่าม...
...หรือความคลาสสิคระดับตำนาน....รวมถึงความเป็นศิลปิน บางทีเขาอาจจะมีเชื้อสายจีนก็ได้....ดูจากกังฟูคิกของเขาสิ
เช่นเดียวกัน .....รายนี้จบเส้นทางนักเตะอาชีพแบบสายฟ้าแล่บชนิดเชื้อโรคในช่องปากยังตั้งตัวไม่ทัน.....เนื่องจากความเป็นศิลปิน
อย่างแรงกล้า....ปฏิเสธเงินตราและเททิ้งลงชักโครกซะ.....เขาไม่ได้อยากเป็นดารา.....เขาอยากเป็นเพียง "นักฟุตบอลอาชีพ" เท่านั้น
....และนี่คือความผิดหวังและสูญเสียของ "เร้ด อาร์มี่" ทั่วโลกอย่างร้ายแรง......เฮ้อ ไปอีกคนละ
รายที่สาม.....นี่คือตำนานที่สลับขั้วกันกับคนก่อนอย่างชัดเจน.....เขาแทบจะเป็นดาราเต็มตัวไปแล้วด้วยซ้ำในช่วงปลายการค้าแข้งกับ
ปิศาจแดง....อย่างที่รู้ๆ "ภรรยา" เป็นเหตุผลใหญ่ๆที่ทำให้เขาเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิต....เขากลายเป็นดาราในคราบนักฟุตบอลอาชีพ
อย่างแท้จริง..........และเป็นตัวอย่างให้แก่นักฟุตบอลรุ่นใหม่ๆในการโกยเงินทั้งทางอ้อมและทางตรง.....
...........และเรื่องเงินๆ ทองๆ นี่แหละ......ทำให้ความสัมพันธ์ของเฟอร์กี้กับเขาต้องขาดสะบั้นลงในตอนนั้น
.... "รอยแผล" บนปลายคิ้ว ของเขาจากอดีตดาวยิงเพชรฆาตจากสก๊อตแลนด์อย่าง เฟอร์กูสัน ที่หวดสตั๊ดเข้าใส่อย่างจัง
.....................ทำให้ทุกอย่างชัดเจนและ "จบ" ลงที่ตรงนั้นทันที.......
รายสุดท้าย......การสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่....ถ้าพูดเรื่องฝีเท้าเพียวๆเลย ต้องบอกได้เลยว่า
.....นี่คือนักเตะที่มีฝีเท้าฉกาจฉกรรจ์ที่สุดที่ปิศาจแดงเคยมี......เขาคือซุปเปอร์สตาร์ลูกหนังตัวจริงในเรื่องฝีเท้า
....แต่ความประพฤติบางอย่างทำให้คะแนนเสียงในตัวเขาลดลงไปมากจากแฟนบอลทีมอื่น.....แต่มันก็แค่นั้น
ไม่มีอะไรหยุดเขาได้........เขาอาจจะยิ่งใหญ่เกินไปสำหรับยูไนเต็ด.....ปิศาจแดงไม่เคยเป็นเจ้าของนักเตะที่ดีที่สุดในโลก
มาก่อน.....บางทีนี่อาจเป็นเหตุผลให้การย้ายทีมต้องเกิดขึ้น....ชื่อเสียงและตำนานของสองยักษ์แห่งสเปนมันฝังอยู่ในจิตใจลึกๆ
.....ของนักฟุตบอลอาชีพ.....ว่าสองทีมนี้คือจุดสูงสุดของโลกฟุตบอลและมันจะเป็นอย่างนี้ไปอีกนาน......
.......จุดจบของโรนัลโด้อาจจะไม่เจ็บปวดเหมือนโดนค้อนทุบ.....แต่มันค่อยๆเจ็บเหมือนฟันที่ร้าวอยู่และกำลังจะแตก
เนื่องจากซัมเมอร์ปีที่แล้วจวบจนปัจจุบัน.....เขาพูดออกสื่อตลอดมาว่า "ราชันชุดขาว" คือ ความฝันของเขาอย่างแท้จริง
เขากล่าวแม้กระทั่งสวม ยูนิฟอร์มของ ยูไนเต็ดด้วยซ้ำไป.......และล่าสุดการเปิดตัวเจ้าของค่าตัวสถิติโลกคนนี้
.......ครับ จูบตราสโมสรใหม่ตั้งแต่วันแรก.....เค้าจากทีมไปด้วยวัยเพียง 24 ปี...... "เจ็บ" จริงๆ
ตำนานจำเป็นคนต่อไปคือ "ไมเคิลโอเว่น" สัญญาสองปีที่มีอยู่.....คงต้องพิสูจน์ว่าจะเป็นตำนานบทใหม่สมราคาหรือไม่
และบทสุดท้ายกับปิศาจตัวนี้....จะจากกันแบบ "เจ็บปวด" หรือไม่
ยาวจัง..เมื่อยมือด้วย...ใครอ่านจบนี่เมพขิงๆ ขอบคุณครับ












