In Old Trafford
The King Of Manchester United
..When the Seagulls Follow the Trawler it is because they think Sardines will be thrown into the sea
..วลีอมตะดังกล่าวข้างต้น เป็นถ้อยคำปรัชญาที่เข้าใจได้ยาก ซึ่งน่าจะเป็นคำกล่าวที่ควรหลุดออกมาจากปากบุคคลระดับ โสคราติส แต่เปล่าเลย ผู้ที่เอ่ยประโยคนี้ออกมาเป็นเพียงศิลปินลูกหนังธรรมดาที่ไม่ธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น ที่บอกว่าไม่ธรรมดาก็เพราะเขาถือเป็นราชันของเหล่าสาวกปีศาจแดง ใช่แล้วจะเป็นใครอื่นเป็นไม่ได้นอกจาก ก็องโต้ เอริก คันโตน่า
..ภายหลังการเปลี่ยนแปลงชื่อเรียกลีกสูงสุดของประเทศอังกฤษ จากดิวิชั่น 1 มาเป็นพรีเมียร์ลีก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการสร้างความตกตะลึงให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับวงการฟุตบอลอังกฤษด้วยการกระชากตัว เอริก คันโตน่า มาจากลีดส์ ยูไนเต็ด วินาทีนั้นใครหลายคนอาจจะเกิดความเคลือบแคลงขึ้นในใจว่า เงินจำนวน 1.2 ล้านปอนด์ที่ป๋าทุ่มไป มันจะคุ้มค่าหรือเปล่า เพราะว่าชื่อเสียและวีรกรรมสุดแสบของเจ้าตัวมันอดทำให้ข้องใจไม่ได้
..แต่ ก็องโต้ ก็จัดการสลายความคาใจทั้งหมดทิ้งไปได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเขากลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นำมาเติมเต็มทีมให้สมบูรณ์แบบ จนกระทั่งผงาดครองแชมป์ลีกอังกฤษหนแรกในรอบ 26 ปี และเป็นจุดเปลี่ยนที่นำพา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นไล่ตั้งแต่ยุค 90 มาจนถึงปัจจุบัน
..จากผลงานดังกล่าว จึงทำให้บรรดาแฟนผียกให้ คันโตน่า เป็นสุดยอดดาวยิงตลอดกาลของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพราะเขาเปรียบเสมือนผู้วิเศษที่ช่วยดลบันดาลให้ทีมผีแดงหลุดพ้นจากการต้องคำสาป จนสามารถกลับมาครองแชมป์ลีกสูงสุดได้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 1966-1967 ตอนยุคของ แม็ตต์ บัสบี้

..ด้วยสโลแกน ยืดอกปกตั้ง และชั้นเชิงลูกหนังระดับเง็กเซียนฮ่องเต้ รวมไปถึงมาดผู้นำที่น่าเกรงขาม เป็นสิ่งที่สาวกปีศาจแดงประทับใจไม่จางหาย และได้ตอบแทน คันโตน่า ด้วยเสียงร้อง อุ๊อ้า อันกึกก้องจากกองเชียร์บนอัฒจันทร์สเตรทฟอร์ด เอนด์ ในโรงละครแห่งความฝัน
..มีเรื่องที่เล่าให้ฟังถึงความยอดเยี่ยมของ คันโตน่า ว่า ในช่วงซ้อมการทำประตูด้วยลูกวอลเลย์ มีโค้ช ไบรอัน คิดด์ โยนบอลมาให้จากกราบซ้าย และมี ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล ยืนเฝ้าประตู ก็องโต้ สามารถทะลวงตาช่ายได้เจ็คครั้งรวด ชนิดที่ไม่ปล่อยให้ลูกตกกระดอนพื้นก่อนด้วยซ้ำ เขาจึงเป็นดาวซัลโวขนานแท้ และกระซวกตาข่ายได้อย่างคงเส้นคงวา เขาทำทุกสิ่งได้อย่างสมบูรณ์แบบ และมีความเย่อหยิ่งอยู่ในตัวเอง แต่มันก็เป็นเพราะเขารู้ตัวเองว่าเขายอดเยี่ยมแค่ไหน
สำหรับคนที่มีรูปร่างสูงใหญ่ 188 เซนติเมตร คันโตน่า กลับมีความทะมัดทะแมงแคล่วคล่องว่องไว สัมผัสบอลได้อย่างเชื่องเท้า และเป็นจอมผ่านบอลชั้นเซียน เขาเล่นลูกกลางอากาศได้อย่างร้ายกาจ และพร้อมบู๊อย่างสะบั้นหั่นแหลกในยามจำเป็นจริงๆ เขาจึงมีทุกอย่างพร้อมต่อการเป็นนักเตะผู้ยิ่งใหญ่
..นอกจากนั้น เอริก ยังจัดเป็นนักสังหารจุดโทษมือฉมังที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา โดยเขามีเคล็ดลับอยู่ว่า ให้มองไปยังตาของผู้รักษาประตูเพื่อดูว่าเตรียมพุ่งไปทางไหน เมื่อเห็นชัดก็จะตวัดเท้าเปลี่ยนทางในวินาทีสุดท้าย ด้วยเหตุนี้การสังหารจุดโทษอย่างเยือกเย็นของเขาจึงถือเป็นเรื่องของฝีมือมากกว่าที่จะเป็นเรื่องของโชคชะตาเหมือนของใครอีกหลายคน
..มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ ก็องโต้ ยิงประตูไม่ได้กว่าสามเดือน จนทำให้สาวกชาวเร้ด อาร์มี่โดนมองจากสายตาทีมอื่นว่าเป็นพวกหลงใหล คันโตน่า จนเกินเหตุ แต่ เอริก ก็ตอกกลับคนที่คิดเช่นนั้นด้วยท่าดีใจหลังการยิงประตูลูกแรกในรอบสามเดือนด้วยการ ยืนนิ่งหมุนตัว 360 องศาอย่างช้าๆ มองแฟนบอลแทบทุกคนเหมือนอยากจะถามว่า พวกคุณยังสงสัยอะไรในตัวผมอีกหรือเปล่า ?

..ที่สุดแล้ว ช่วงชีวิตของ คันโตน่า ที่แมนฯยู เขาได้สร้างเรื่องเล่าขานให้กับตัวเอง ถึง 3 เรื่องด้วยกัน คือ การเซ็นสัญญา การรีไทร์ และกังฟูคิก แม้ความทรงจำสุดท้ายอาจจะไม่ใช่เรื่องดีมากนัก แต่ก็ถือเป็นไฮไลท์สำคัญในชีวิตของเขา และมันเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงการกระทำของคนที่กร้าวแกร่ง โดยไม่สนใจว่าเรื่องที่ทำอยู่จะส่งผลต่อชีวิตยังไง
..สำหรับใครที่เคยคาดหวังว่าอยากที่จะเห็น คันโตน่า มารับบทบาทเป็นมือขวาให้ท่านเซอร์อเล็กซ์ ความคิดดังกล่าวคงต้องเป็นหมันไป ในเมื่อเขาเคยประกาศว่า หากกลับมาแมนฯยู เขาจะต้องเป็นหมายเลข 1 เท่านั้น ซึ่งก็คงเป็นเรื่องที่แฟนผีทั้งปวงต้องติดตามกันต่อไปว่าจะเป็นจริงขึ้นมาได้หรือไม่
..แต่ไม่ว่า เอริก คันโตน่า จะอยู่ ณ แห่งหนใด หรือ อยู่ในบทบาทไหนก็ตาม สิ่งเดียวที่จะยืนยงเคียงคู่กับเขาตลอดไปตราบนานเท่านานก็คือ ความเป็น เดอะ คิง ในใจของสาวกเร้ด เดวิลล์ ทั้งหลายนั้นเอง
..ผลงานที่ เดอะ คิง ได้ฝากเอาไว้ในช่วงปี 1992-1997 คือ
แชมป์พรีเมียร์ลีก 4 สมัย (1993,1994,1996,1997)
แชมป์เอฟเอ คัพ 2 สมัย (1994,1996)
แชมป์คอมมูนิตี้ ชิลด์ 4 สมัย (1993,1994,1996,1997)
ลงสนาม 181(1) นัด ยิงได้ 80 ประตู
...............................................................................................................MAKIBAO


















