^O^แมนฯยูกับสิ่งที่เป็นไป^O^
..ฉับพลันที่ป๋าแพนด้า (เจ้าผู้ครองนรกอเวจีสีแดง) ออกมาประกาศว่า จะไม่ลากตัวเดอะสตาร์คนไหนเข้าถิ่นโอลด์แทร็ฟฟอร์ดอีกแล้วในช่วงซัมเมอร์นี้
..ผมเชื่อว่าใครหลายคนที่ทราบข่าวนี้อาจจะเกิดอาการอึ้งแดกส์ไปชั่วขณะ
..ก็ใครมันจะไปเข้าใจความคิดของป๋าได้ล่ะครับ ในเมื่อใครหลายคนที่ปวารณาตนเป็นสาวกผีแดงต่างล้วนคาดหวังถึงผู้เล่นระดับเวิร์ลคลาสที่จะเข้ามาสู่ทีมกันทั้งนั้น
..ซลาตัน อิบราฮิโมวิช, ซามูเอล เอโต้, เซอร์จิโอ กุน อเกวโร่, ดาวิด บีย่า, ฟร็องค์ ริเบรี่, ซิลบา, อาร์เย่น ร็อบเบน หรือแม้แต่ระดับรองลงมาอย่าง คลาส แยน ฮุนเตล่าร์, หลุยส์ ฟาเบียโน่, นิลมาร์, แอชลี่ย์ ยัง, อเล็กซิช ซานเชซ และอีกหลายๆคน
..เหล่านี้คือชื่อของผู้เล่นที่ถูกคาดหมายว่าจะเข้ามาแทนที่สองคีย์แมนในเกมรุกที่จากไปด้วยเหตุผลที่ต่างกันอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ คาร์ลอส เตเวซ
..แต่เมื่อ ไมเคิ่ล โอเว่น, อันโตนิโอ วาเลนเซีย และ กาเบรียล โอแบร์กต็อง ปรากฏกายพร้อมกัน ณ ถิ่นอาณาเขตของป๋าแพนด้า
..ป๋ากลับพูดสั้นๆ แต่ได้ใจความว่า ป๋า (ซื้อตัว) พอแล้วซ่ะงั้น
..เออ ไม่ทราบว่าเงิน 80 ล้านปอนด์ที่ได้จากการขาย โรนัลโด้, เงินสนับสนุนต่อปีจากสปอนเซอร์ต่างๆ และเงินรางวัลที่ได้จากการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกบวกกับการเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก ป๋าจะเก็บไว้ทำลานหิมะให้หลานที่เพิ่งเกิดเล่นเหรอครับ
..ทำไมป๋าจึงคิดว่าการจับจ่ายเงินไป 20 ล้านปอนด์เพื่อแลกกับนักเตะ 3 คนจึงเพียงพอแล้วในช่วงตลาดแมร์คนาคาโต้นี้
..การมาของ โอเว่น ที่เพียบพร้อมไปด้วยประสบการณ์และจังหวะการจบสกอร์ที่คมกริบ อาจจะพอแทนที่ของ เตเวซ ได้ในแง่ของประสิทธิภาพในการเล่น แต่อาการบาดเจ็บเรื้อรังที่มีอยู่ล่ะ ใครจะมั่นใจได้ว่าเด็กหงส์ทรยศรายนี้จะยืนระยะได้อยู่ทั้งฤดูกาล
..ส่วน วาเลนเซีย และโอแบร์กต็อง ที่จะเข้ามาทดแทนการจากไปของนักเตะระดับบัลลงดอร์อย่าง โรนัลโด้ นั้น ถ้ามองในแง่ของปริมาณถือว่าได้ แต่ในแง่ของคุณภาพยังอยู่ในเครื่องหมายคำถาม
..วาเลนเซีย พิสูจน์ตัวเองมาได้ดีในระดับหนึ่งจนถึงขั้นอาจกล่าวได้ว่าเป็นปีกขวาที่ดีที่สุดของลีกรองจาก โรนัลโด้ แต่เรื่องผลงานการยิงประตูถ้าไม่ใช่เจ็ทโด้คงแทนกันไม่ได้ ขณะที่ โอแบร์กต็อง ยังต้องสั่งสมประสบการณ์อีกพอสมควรถึงจะเข้าสู่ทีมตัวจริง
..อย่างไรก็ตาม ผมก็ขอชื่นชมการแก้ไขสถานการณ์อย่างฉับไวของป๋าเช่นกัน ที่สามารถดึงตัวผู้เล่นมาทดแทนการขาดหายไปของ โรนัลโด้ และ เตเวซ ได้อย่างรวดเร็ว แม้นักเตะใหม่ทั้ง 3 คนอาจยังไม่สามารถทดแทนเรื่องประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือจากแฟนๆในนาทีนี้ได้ก็ตามที
..แต่การที่ป๋าละเลยไม่เสริมความแข็งแกร่งในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ ที่ปีศาจแดงต้องปรับปรุงอย่างเร่งด่วนภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินอันเนื่องมาจากความพ่ายแพ้ในนัดชิง UCL ที่โรม มันหมายความว่างัยครับท่านป๋าแพนด้าที่เคารพ
..ก็ในเมื่อตอนจบเกมกับบาร์เซโลน่า ป๋าเองยังออกมายอมรับและพูดเป็นนัยๆว่าทีมเราแพ้เพราะกลางรับ และตอนที่เปิดตลาดซัมเมอร์ให้ซื้อขายนักเตะใหม่ๆ ป๋ายังออกตามล่า ยาย่า ตูเร่ อยู่เลย แล้วไฉนเวลานี้ป๋าจึงบอกว่าไม่ต้องการใครอีกแล้วล่ะ หรือว่าป๋าจะขี้ฮก เบเบ๋ ขี้ฮก ตะลาลา
..เพราะถ้าป๋าจะพูดจริง ทำจริง เหมือนอย่างที่พวก ส.ส.ชอบโฆษณาตัวเองเวลาหาเสียง นั้นก็หมายความว่าป๋าจะไว้วางใจผู้เล่นในแดนกลางชุดเดิมสู้ศึกในซีซั่นใหม่
..นักเตะอย่าง สโคลส์ & กิ๊กส์ เป็นนักเตะที่ใกล้หมดสภาพเต็มทีแล้ว ความมหัศจรรย์ในวัยที่เรียกว่าผู้สูงอายุอย่าง 2 ขวบปีที่ผ่านมา คงจะไม่เกิดขึ้นบ่อยๆอีกแล้วในฤดูกาลนี้ ขณะที่ ฮากรีฟฟ์ ยังต้องอยู่ในโรงพยาบาลมากกว่าสนามฟุตบอล จะกลับมาเล่นได้เหมือนเดิมรึเปล่า ไม่มีใครรู้ ส่วนพวกที่สมบูรณ์หน่อยอย่าง คาร์ริค ก็ยังต้องแก้ไขจุดอ่อนของตัวเองที่เป็นอยู่เสมอเวลาเจอเกมเร็วของคู่แข่ง เฟล็ทเชอร์ เองก็เช่นกัน เป็นนักเตะประเภทลูกหาบที่ดี แต่ไม่ใช่ผู้นำในเกมกลางสนาม จึงฝากความหวังอะไรไม่ได้มาก ทางด้าน แอนเดอร์สัน ถ้าซีซั่นนี้เขาได้เล่นเกมรุกอย่างที่ถนัดคงจะมีดีมิใช่น้อย
.. บางที เหตุผลที่ป๋าจะไม่ซื้อใครเข้ามาเสริมในแดนกลางอาจจะเป็นเพราะป๋าต้องการจะดันเด็กที่ชื่อว่า ดาร์เรน กิ๊บสัน เข้าสู่ทีมอย่างเต็มตัว หลักฐานคือการต่อสัญญาไปอีก 3 ปีนั้นเอง
..แต่ป๋าคงลืมไปว่าผู้เล่นในแดนกลางเหล่านี้ ปีที่แล้วทำผลงานให้กับทีมไว้อย่างไร เข้าใจครับว่าทีมเราคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก สโมสรโลก คาร์ลิ่งคัพ รวมไปถึงการเข้าถึงนัดชิงยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก ก็มีผู้เล่นแดนกลางในข้างต้นเป็นส่วนร่วม
.. แต่หากมองในมุมกลับกัน จะมีสักกี่นัดที่แดนกลางชุดนี้ทำผลงานได้เข้าตากรรมการและดูโดดเด่นกว่าขุมกำลังอื่น อาจมีเพียงนัดชนะเชลซีและนัดชนะทีมอื่นอีกไม่กี่นัดเท่านั้น ที่เหลือบอกตามตรงว่ากองกลางชุดนี้ทำให้แผงหลังต้องทำงานอย่างหนักเสมอในแต่ละนัด ขณะที่การสร้างสรรค์เกมก็ทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร เกมรุกกลายเป็นภาระของผู้เล่นในแดนหน้าเพียงลำพัง ส่งผลให้ผีแดงยิงประตูในพรีเมียร์ลีกน้อยกว่าอริราชศัตรูอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ที่สุดแล้ว แมนฯยู ต้องจบฤดูกาลด้วยการพ่ายแพ้ บาร์เซโลน่า อย่างหมดทางสู้ ด้วยเหตุผลที่ว่ากองกลางวิ่งหาบอลไม่เจอเลยตลอดทั้งเกม
..ยังดีน่ะครับ ที่สถานการณ์การซื้อขายนักเตะในยุคปัจจุบันทำให้ราคานักเตะพุ่งสูงขึ้นจนน่าใจหาย ทำให้มีเพียงระดับ รีล มาดริด & แมนฯซิตี้ สองรายเท่านั้นที่พร้อมจ่ายค่าตัวของนักเตะ ส่วนสโมสรคู่แข่งของแมนฯยูต่างล้วนเก็บตัวกันค่อนข้างเงียบ ไม่ว่าจะเป็น เชลซี ลิเวอร์พูล หรือ อาร์เซน่อล
..เชลซี แม้จะได้กุนซือใหม่เข้ามาคุมทีมก็จริง แต่เรื่องการซื้อนักเตะยังไม่ค่อยหวือหวาเท่าที่ควร เพราะตั้งแต่เปิดตลาดมายังได้เพียงแค่ ยูริ เชียร์คอฟ และเด็กดาวรุ่งอย่าง รอสส์ เทิร์นบูลล์ & ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ เท่านั้น
..ส่วน ลิเวอร์พูล เองก็ต้องเจอกับปัญหาการถูกล่าตัวนักเตะโดยสโมสรยักษ์ใหญ่จากสเปนเช่นเดียวกับทีมเราที่เพิ่งเสีย โรนัลโด้ ไป โดย รีล มาดริด ต้องการที่จะดึง ชาบี อลองโซ่ ไปร่วมทีม ข่าวล่าสุดแว่วว่ากำลังจะได้ตัวไปด้วย ส่วน ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ ก็ตกเป็นเป้าหมายในการเสริมทัพของ บาร์เซโลน่า เช่นกัน แต่รายนี้ เบนิเตซ คงไม่อยากปล่อยตัวไปเป็นแน่ ทางด้านนักเตะที่เข้ามาใหม่ก็มีเพียงแค่แบ็กขวาที่ชื่อ เกล็น จอห์นสัน เท่านั้น
..ขณะที่ อาร์เซน่อล ดูท่าจะอาการหนักกว่าใครเพื่อน เพราะกำลังจะเสีย เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ ให้กับทีมสามล้อถูกหวยอย่าง แมนฯซิตี้ ที่กำลังจะปรับปรุงตัวเองให้เข้ามาอยู่ในทำเนียบบิ๊กโฟร์ให้ได้ เช่นเดียวกับอนาคตของกัปตันทีมอย่าง เชส ฟาเบรกาส ที่ไม่รู้ว่าจะอยู่หรือไป ยังดีน่ะที่ เวนเกอร์ ได้เซนเตอร์ฮาร์ฟร่างสูงใหญ่ที่ชื่อ โธมัส แฟร์มาเล่น เข้ามาสู่ทีมแล้ว จึงทำให้ปัญหาการรับมือกับลูกโด่งของแผงหลังถูกแก้ไขไปอีกเปลาะ
..แมนฯซิตี้ อาจมีกำลังซื้อมากมายมหาศาลก็จริง แต่การซื้อนักเตะใหม่เข้ามาร่วมทีมพร้อมกันหลายคนย่อมต้องใช้เวลาปรับตัวเข้าหากันบ้าง ขณะที่แนวทางการซื้อนักเตะของ มาร์ก ฮิวจ์ส ยังอยู่ในเครื่องหมายคำถามว่าเป็นการเสริมทัพที่ถูกจุดหรือไม่ เพราะขณะนี้ กองหน้าของซิตี้แทบจะล้นทีมอยู่แล้ว แต่คุณภาพของแนวรับยังไม่ถูกแก้ไข
..ด้วยเหตุนี้กระมัง จึงทำให้กุนซือป๋าแพนด้าเลือดสก็อตของผีแดง มั่นใจว่าทุกขุมกำลังที่มีอยู่ก็เพียงพอแล้วสำหรับการสู้ศึกในซีซั่นที่กำลังจะมาถึง พร้อมกับการออกมาป่าวประกาศไปทั่วสหราชอาณาจักรว่าผมพอแล้วนั้นเอง
..แต่เชื่อเถอะครับว่า ป๋าผู้ยิ่งใหญ่ยังน่าที่จะซื้อผู้เล่นเข้ามาเสริมอีกถ้ามีโอกาส และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีทีมใดทีมหนึ่งในกลุ่มบิ๊กโฟร์ขยับตัวเสริมทัพด้วยบิ๊กเนม เมื่อนั้นป๋าเราซึ่งยังมีงบประมาณอีกมหาศาลคงต้องออกมาทำอะไรสักอย่างในตลาดซื้อขายนักเตะเป็นแน่แท้ ดีไม่ดีที่ป๋าออกมาพูดว่าพอ อาจจะเป็นแผนลับ-ลวง-พราง ของป๋าแพนด้าที่เดินไปไหนก็มีแต่รอยเขี้ยวทิ้งไว้ก็ได้
..ป.ล. บทความชิ้นนี้ เป็นบทความที่ต่อเนื่องมาจากบทความชิ้นแรกของผม เรื่อง จุดอ่อนที่ถูกปกปิด โดยเฉพาะช่วงที่พูดถึงปัญหาในแดนกลางของแมนฯยู

















