เขียนเป็น: หายไปไหนมาหลายวันครับ ช่วงปีใหม่จะไปเที่ยวไหนหรือเปล่า ยังไงช่วยใช้เลื่อยไฟฟ้ามหาประลัยชำแหละฟอร์มการเล่นของ เวย์น รูนี่ย์ ให้อ่านด้วยนะครับ เพราะล่าสุดเพิ่งทะลักฟอร์มหมูเดือดออกมาอีกครั้ง?
คนแซ่ตือ
ป.ล. เหลือ 2 แต้มแล้วนะจ๊ะ (อิอิอิ)
....
ส่งไม่ตาย: สัปดาห์ที่แล้วติดภารกิจบางประการครับเลยไม่ได้มาตามนัด แถมมีบางเหตุการณ์ทำให้หมดอารมณ์และความรู้สึกทางลูกหนังชั่วขณะ ล่าสุดอาการทุเลาลงแล้ว หลังจากที่คู่แข่งอันตรายบางทีมไม่ยอมใช้ความห่วยแตกของปีศาจแดงให้เป็นประโยชน์ ขออภัยท่านผู้อ่านที่มีอาการทางจิตอย่างสูงที่ผมหนีการ "เขียนเป็น ส่งไม่ตาย" ด้วยนะครับ ช่วงปีใหม่นี้คงไม่ได้ไปเที่ยวไหนไกล ถึงแม้คุณ "แมวเพชร" เพิ่งจะชวนไปเที่ยว "อัมสเตอร์ดัม" แต่ไม่ทราบว่าจะพอมีเวลาจัดให้สักดอกสองดอกหรือเปล่า...ที่แน่ๆ คือช่วงปีใหม่แบบนี้ "ตัวดีๆ" หนีกลับไปเยี่ยมบ้านที่ต่างจังหวัดหมดเลยว่ะ ฮ่า-ฮ่า-ฮ่า
...ว่าแล้วขออนุญาตใช้เลื่อยไฟฟ้าผ่าฟอร์มการเล่นของ เวย์น รูนี่ย์ ดีกว่า
ก่อนอื่นขอเรียนให้ผู้มีจิตศรัทธาในปีศาจแดง (รวมถึงผู้ไม่มีจิตศรัทธา) ทราบว่าฤดูกาลนี้ผมมีความรู้สึกอย่างจงหนักว่าพัฒนาการของ เวย์น รูนี่ย์ เหมือนจะหยุดอยู่กับที่ ไม่เจริญก้าวหน้าขึ้นจากเมื่อ 2-3 ฤดูกาลที่แล้วสักเท่าไหร่ แม้ถึงตอนนี้ดาวเตะแซ่ตือผู้นี้จะถล่มประตูเฉลี่ยได้มากกว่าซีซั่นที่ผ่านๆ มาก็ตาม (ล่าสุดกระหน่ำไป 13 ตูม เฉพาะในพรีเมียร์ลีก)
สถิติการทำลายตาข่ายที่สูงขึ้น สะท้อนให้เห็นว่า "น้องหมู" ต้องแบกรับภาระในการชำเราคู่แข่งของปีศาจแดงแทบจะคนเดียว เฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ขออำลาคุณป๋าไปตามล่าหาความฝันวัยเด็กห่าเหวอะไรของมันนั่นแหละ
ซะมีสุดที่รักของคุณนายพะยูนศรีจึงต้องทำงานหนักขึ้นเป็น 2 เท่า!!
ทว่าบางนัดก็กระฉูด บางนัดก็ไม่กระฉอก ยังปราศจากความแน่นอน โดยเฉพาะจังหวะชี้เป็นชี้ตาย ไม่ว่าจะเป็นการผ่านลูกแบบได้-เสีย หรือจังหวะเผด็จศึกที่ควรจะเยือกเย็นและเด็ดขาดมากกว่านี้
บ่อยครั้งที่ไอ้สุกรโลกันตร์ดันทำหมูหกง่ายๆ
สรุปว่า "ไม่นิ่ง"
นี่แหละเหตุผลสำคัญที่ขัดขวางความเป็น "ระดับโลก" ของ เวย์น รูนี่ย์
ที่สำคัญคือ รูนี่ย์ ยังคงบ้าพลัง วิ่งพล่าน และทุ่มเทเกินเหตุ
ความจริงการแสดงความมุ่งมั่นและทุ่มเทแบบเต็ม 8 หมื่นตีนถีบเป็นอะไรที่เมียผู้จัดการทีมทุกคนยังต้องอุทานว่า "สุโค่ยนะคะ" แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมาควรจะสอนให้ "รูน" รู้จังหวะมากกว่านี้ เช่นเดียวกับควรจะใช้สมองในการเล่นมากกว่าใช้แรงให้มันสิ้นเปลืองพลังงานโดยใช่เหตุ ยกตัวอย่างเช่นบางจังหวะที่อุตส่าห์โขยกตัวเองลงมาช่วยเพื่อนแย่งบอลถึงแดนหลัง ซึ่งความแข็งแกร่ง และซอยยิกไม่หยุดยั้งช่วยให้เขาแย่งบอลได้ก็จริง กระนั้นจะมีประโยชน์อันใด ในเมื่อแย่งได้แล้วมึงก็ต้องวางบอลยาวไปข้างหน้า ทั้งที่ตัวมึงนั่นแหละคือความหวังในการถล่มประตูมากที่สุด
การทุ่มเทมากเกินไปจึงแทบไม่ต่างจากการเล่นที่ไร้ระเบียบวินัย เดี๋ยวปาดออกซ้าย เดี๋ยวปาดออกขวา เดี๋ยวลงมาล้วงลูกในแดนกลาง (แล้วใครจะยิงประตู) เดี๋ยววิ่งลงไปช่วยแดนหลัง แล้วเป็นไงล่ะครับ?
นัดล่าสุดทะลึ่งผ่านบอลคืนหลังบรรจงมอบโอกาสให้คู่แข่งทำประตูซะงั้น!
นั่นไม่ต่างจากหลักฐานยืนยันว่าขยันมากเกินไปมันก็ไม่ดี
อย่างไรก็ตามนัดล่าสุด (บุกอัด ฮัลล์ 3-1) เวย์น รูนี่ย์ สำแดงเดชเดโชให้เห็นว่าตัวเขาเป็นทุกอย่างของ แมนฯ ยูไนเต็ด และนาทีนี้อย่างไร ด้วยการตะบันหนึ่ง ผ่าน 2 รวมถึงส่งบอลย้อนหลังจนเป็นเหตุให้ทีมเสียประตูแบบโง่ๆ
ถึงแม้ผมจะมีความรู้สึกว่า "เอล กุน" แห่งอังกฤษมักออกอาการพลุ่งพล่านระคนร้อนรนส่งผลให้เกิดความผิดพลาดง่ายๆ แถมยังทุ่มเทเกินหน้าที่จนหาความพอดีไม่ได้ กลับกันสังเกตได้ว่า เวย์น รูนี่ย์ คือผู้เล่นที่มีบทบาทมากที่สุดในพลพรรคปีศาจแดง ซ้ำยังมีส่วนร่วมกับเกมตลอดเวลา โดยไม่เคยมีเกมไหนที่เขาหายไปหรือถูกเอเลี่ยนลักพาตัวจากเกม ซึ่งนั่นสะท้อนภาพอันคมชัดถึงความสำคัญที่มีต่อ แมนฯ ยูไนเต็ด ในระดับที่วัยรุ่นต้องร้องอุทานว่า "อะไรก็...กู" หลังการจากไปของ...ไอ้เจ็ตโด้!!!
"บอ.บู๋"
ป.ล. อันที่จริง เชลซี ควรจะพุ่งทะยานหนีปีศาจแดงเป็น 10 แต้มแล้วด้วยซ้ำ นั่นแสดงให้เห็นว่าพวกเขาก็มิได้ไร้เทียมทานอย่างที่ร่ำลือ แต่ถ้าหาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และเบื้องบนยังคงมั่นใจในผู้เล่นชุดนี้แบบเต็มประดาโดยไม่ยอมเอาค่าตัวมหาศาลของ โรนัลโด้ มาเสริมสร้างความสยดสยอง ผมว่า เชลซี ยังมีโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมากกว่าอยู่ดี เพราะคู่แข่งอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ดันไม่ยอมทำตัวให้แข็งแกร่งขึ้นเองนั่นแหละ
ที่มา : http://www.siamsport.co.th/Column/091228_091.html















