โดย MAKIBAO » เสาร์ มิ.ย. 06, 2009 17:57
.....กฎจำกัดนักเตะต่างชาติ 6+5 ในลีกฟุตบอลยุโรปและทั่วโลก จะเริ่มต้นใช้งานจริงในฤดูกาล 2012-13
โดยในฤดูกาล 2010-11 จะเริ่มต้นใช้กฎ 4+7 ก่อน จากนั้นในฤดูกาลถัดมา 2011-12 จะเปลี่ยนกฎเป็น 5+6 จนในฤดูกาล 2012-13 จึงใช้งานกฎ 6+5
เหตุที่ต้องค่อย ๆ ลดจำนวนนักเตะต่างชาติลง เพื่อให้เวลาแต่ละสโมสรได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างทีมได้ทันเวลา
ใจความสำคัญของกฎ 6+5 คือ 11 ตัวจริงของสโมสรแห่งหนึ่ง ต้องประกอบไปด้วยนักเตะท้องถิ่นของชาตินั้น ๆ 6 คน
และสามารถส่งนักเตะต่างชาติลงสนามได้แค่ 5 คนเท่านั้น
.....ส่วนที่บอกว่าเป็นการกีดกันเชื้อชาตินั้น ทางผู้ออกกฏเ้ค้าก็เล็งเห็นแล้วว่าอาจมีการทักท้วงในเรื่องนี้ จึงกำหนดกฎออกมาว่า ผู้เล่น 11 ตัวแรก ต้องมีนักเตะชาตินั่นๆ 6 คน + ต่างชาติ 5คน
แล้วตัวสำรองที่เหลือ จะส่งนักเตะต่างชาติทั้งหมดก็ถือว่าไม่ผิด ทีนี้พอเริ่ม Kick Off นาทีที่ 1 จะทำการเปลี่ยนตัวเลย โดยเอานักเตะที่ส่งมาลงให้มันครบโควต้า 6 คนตอนแรกออก ก็ไม่ว่ากันครับ
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้กฏ 6+5 สามารถผ่านกฏหมายว่าด้วยการกำจัดสิทธิทางแรงงานไปได้โดยปริยาย
.....เจตนารมณ์ของกฎนี้คงนี้ไม่พ้นการพัฒนานักเตะเยาวชนของชาติต่างๆเพื่อให้มีโอกาสได้ลงเล่นในเกมระดับสูง
อย่างทีมในพรีเมียร์ลีกบ่อยครั้งที่ดาวรุ่งในทีมไม่มีโอกาสลงเล่น จนต้องส่งไปลับฝีเท้าในเกมระดับล่างอย่างศีกแชมเปี้ยนชิพแทน แล้วพอกลับมาก็ต้องถูกขายทิ้งไปเพราะสู้สตาร์ต่างชาติไม่ได้ ทั้งที่พวกเขาก็มีฝีเท้าที่ดีแต่ขาดโอกาสเท่านั้น
ดังเช่น กรณีของ C.Eagles ที่กำลังไปได้สวยกับต้นสังกัดปัจจุบัน หรือจะเป็นของ M.Mancian กองหลังดาวรุ่งเชลซี ที่เคยมีโอกาสถูกเรียกตัวติดทีมชาติอังกฤษ สมัยที่ยังเล่นแบบยืมตัวกับวูล์ฟ แต่พอกลับมาอยู่กับเชลซีก็แทบไม่ได้ลงเล่นเลย
ดังนั้นกฎนี้จึงน่าจะทำให้ดาวรุ่งหลายๆคนได้รับโอกาสมากขึ้น
.....อีกเหตุผลหนี่ง คือ เพื่อเป็นการย่นระยะห่างระหว่างทีมยักษ์ใหญ่กับบรรดาทีมเล็กๆ กล่าวคือถ้าบรรดาทีมทั้งหลายใช้ตัวผู้เล่นชาติเดียวกันมากๆ อาจจะทำให้การแข่งขันสูสีกันมากขึ้น
แต่ผมว่าถ้ามองในมุมกลับกัน ยกตัวอย่างเช่นในพรีเมียร์ลีก นักเตะชาวอังกฤษที่มีฝีเท้าดีๆทั้งพวกเก่งอยู่แล้วหรือพวกดาวรุ่ง ก็ย่อมหนีไม่พ้นการถูกดึงตัวมากองอยู่ในทีมบิ๊ก4อยู่ดี สุดท้ายทีมที่ได้ประโยชน์ก็ไม่พ้นทีมใหญ่ ๆ อย่างแมนยู เชลซี ลิเวอร์พูล อาร์เซน่อล เพราะยังไงก็มีเงินซื้อนักเตะท้องถิ่นจากทีมอื่นในราคาแพงๆอยู่แล้ว
แล้วทีมเล็กๆล่ะ ปั้นนักเตะขึ้นมาแทบตายเพื่ออะไร ปั้นแล้วก็โดนอำนาจเงินดูดตัวผู้เล่นไปอย่างนั้นเหรอ พอโดนดูดไปแล้วจะซื้อคนมาทดแทน มันก็แพงอีกนั่นแหละ แถมฝีเท้าก็ไม่ได้ดีเหมือนคนเก่าด้วยซ้ำ เพราะงั้นทางออกของทีมเล็กๆหลายทีมคือไปคว้านักเตะต่างชาติ ที่มีฝีเท้าดี ราคาถูกมาแทน ... แต่พอ FIFA ออกกฎมาแบบนี้ก็ไม่ต่างกับการฆ่าทีมเล็กๆอยู่ดี
.....ดังนั้น สำหรับกฎนี้ผมมองว่าข้อดีก็คือนักเตะดาวรุ่งจะมีโอกาสลงเล่นมากขึ้น ส่วนเรื่องช่องว่างระหว่างทีมใหญ่กับทีมเล็กก็คงยังแก้ไม่ได้อยู่ดี นอกเสียจากจะมีการกำหนดเพดานค่าจ้างนักเตะเหมือนกับลีกอเมริกา
แต่ที่แน่ๆเมื่อมีกฎนี้ออกมาแล้ว ค่าตัวนักบอลอังกฤษในศึกพรีเมียร์ลีกคงพุ่งกระฉูดแน่เลย เพราะทีมบิ๊ก4ต้องทุ่มเงินเพื่อแย่งนักเตะทีมชาติและพวกดาวรุ่ง wonderkid ทั้งหลายเข้ามาเสริมทีม หรือไม่ก็คงจะใช้แมวมองไปส่องนักเตะอายุน้อยๆเข้ามาอยู่ในทีม เพื่อปั้นเอง
ดังนั้นทีมไหนที่มีระบบทีมเยาวชนที่ดีเยี่ยมก็น่าจะประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก
.....สำหรับทีมเรานั้นก็มีตัวอังกฤษอยู่ในชุดใหญ่หลายตัวน่ะ อย่าง Foster Gary Brown Rio Hargreaff Carrick Scholes Rooney Welbeck นอกจากนี้ยังมีพวกที่ปล่อยให้ยืมตัวอยู่ในพรีเมียร์ลีกอีก อย่าง Simpson F.Campbell เมื่อบวกกับระบบทีมเยาวชนที่ดีอยู่แล้วกฎนี้ก็ไม่น่าจะส่งผลกับทีมเรามากนัก
ส่วนทีมในบิ๊ก 4 ด้วยกัน อาร์เซน่อลนั้นก็มี Walcott เป็นตัวชูโรงอยู่ตัวเดียว แต่จะเราจะประมาทการปั้นเด็กของเวนเกอร์ไม่ได้ เพราะ wonderkid อังกฤษก็มีเข้าข่ายอยู่หลายคน เช่น J.Willshear H.Lansbrewli J.Simpson เป็นต้น
ส่วนเชลซี นำมาโดยTerry J.Cole Lampard A.Cole Mancian เป็นต้น ซี่งถ้าอับบราโมวิชยังสนุกกับทีมอยู่ก็น่ากลัวเหมือนกัน
ขณะที่ลิเวอร์พูลมีเพียงGerrard Carragherเท่านั้น ส่วนเด็กเยาวชนที่มีอยู่นั้นยังไม่ได้รับโอกาสเท่าที่ควร
ทีมอื่นที่น่าจับตาต้องนี้เลยวิลล่า ตัวอังกฤษเยอะมากแต่ไม่รู้ว่าพอถึงเวลาใช้กฎแล้วจะรั้งตัวนักเตะได้ซักกี่ตัว สเปอร์กะเอฟเวอร์ตันก็น่าจับตาด้วย แต่ที่ต้องระวังคือเจ้าบุญทุ่มอย่างแมนซิตี้ เพราะถ้าจะเอานักเตะจากทีมเล็กๆคงไม่มีใครรั้งได้จริงๆ บวกกับระบบทีมเยาวชนของแซม คาสเซลล์ที่สร้างตัวดีๆขึ้นมาเยอะมากก็น่ากลัวเลยทีเดียว
.....แต่อย่างไรเสียแมนยูของพวกเราก็ต้องก้าวต่อไปไม่หวั่นไหวต่อสิ่งใดๆทั้งสิ้น โดยมีพวกเราชาวเร้ดเดวิลล์เป็นกำลังใจอยู่เบื้องหลัง
Keep Walking น่ะ MUTD...
แมวเหมียวของฉัน ^นู๋ฮารุ^

