**หมายเหตุ เขียน:แมนยูมีหนี้ 600 จริงครับ แต่สมัยนี้ฟุตบอลเป็นธุรกิจแล้ว
คำว่าหนี้สำหรับนักธูรกิจนั้น มันไม่ไช่หนี้จริงๆหรอก เพียงแต่หนี้ที่ว่าคือ เงินที่นำมาลงทุน อาจจะเอาที่ไปจำนองบ้านไปจำนองเพื่อทำธุรกิจ หรือง่ายๆคือไปยืมมาแล้วไปทำธุรกิจเพื่อผลประกอบการแล้วได้กำไรคือผลตอบแทน
ดังนั้น ตัวอย่างยืมมา 600 เป้นต้นทุน แล้วผลประกอบการ ต้นทุน+กำไร ได้ที่ 1000 นี่คือกรณีแรก
แต่ผมคิดว่ากรณีของแมนยู คือ เจ้าของสโมร สมาชิกถือหุ้นหรืออื่นๆ เขามีหนี้ที่เกิดจากการหมุนเงินของเขา โดยการทำธุรกิจ ซึ่งเป้นเงินในฐานของการลงทุน แล้วกำไรคือผลประกอบการที่เกิดจากหนี้ อะครับ ไม่รุจะเข้าใจกานไหม -*-
ที่เขาบอกว่าหน้า 600 คือ นี้เท่านั้นซึ่งอาจจะยังไม่ได้ลบออกจากกำไรเลย ผมคิดว่าน่าจะออกมาแบบนี้นะ
ลองคิดดู ผลงานแชมป์ 3ปีช้อน +รายการถ้วยอีก กลับมีหนี้ขนาดนี้ แล้วพวกเป็ดแดงไม่ได้เลยชักถ้วยหรือนิวคาสเชิลที่ตกดิวิชั้น มันจะเอาตัวรอดไหวหรอเรื่องเงินอะ.
.
ไช่ไหม อิอิ คือเขาคิดแค่หนี้ยังไมได้เอากำไรมาลบออกอะ หนี้ของจริงคือ leed หรือวาเลยเชีย ที่ต้องขายนักเตะออกเพื่อนำมาใช้หนี้ กรณีพวกนี้คือ กำไรน้อยกว่าต้นทุนหรือน้อยกว่าการลงทุน
ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจนะ แต่คิดว่าไม่ใช่
แต่ก่อนแมนยูเป็นบริษัทมหาชน
ก็คือใครถือหุ้นมากสุดก็จะมีสิทธิ์มากสุด โหวดเลือกเหล่าผู้บริหาร (ข้อเสียคือ เวลาจะตัดสินใจอะไรต้องผ่านขั้นตอนเพราะมันไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง ทำให้ช้า)
พอเกร์เซอร์ต้องการเป็นเจ้าของ (ข้อดีคือ เร็ว เหมือนเสี่ยหมี ถ้าตูจะซื้อนักเตะคนไหนแล้วใครจะทำไม เช่น เชว่า 55)
เค้าต้องซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นทั้งหมดมาเป็นของตัวเอง
ซึ่งตรงนี้ไงครับ ที่เค้าไปกู้เงินมาซื้อ และอาจรวมถึงค่าใช้จ่ายรายเดือน ซื้อนักเตะด้วย
สรุปคือเค้าไม่ได้เอาเงินตัวเองซื้อ แต่กู้เงินแบงค์มา และยังต้องผ่อนใช้คืนเป็นงวดๆ และแน่นอนยังไม่หมด
และสำหรับแมนยูแน่นอนว่าในแต่ละปี กำไรมากกว่าค่าใช้จ่าย แต่คงไม่ใช่ว่า 1-2 ปี ก็ใช้หมด










