ผมได้สังเกตุดูนักเตะในทีมผีแดงมานานแล้วและพอจะสังเกตุเห็น2คนนี้คือ ความมีศิลปินในสถานะการณ์ที่แตกต่างกัน ไม่พูดพร่ำเพรื่อละนะ เริ่มคนแรกเลยครับ
1.เมอื่วานแสดงฝีมือให้แฟรผีทั่วโลกได้ดูจะๆ ในกรณีที่เขามีอิสระการได้โชว์แบบที่เขาคิดเขาจินตนาการไว้เขาจะทำแบบไหน เมอื่วานเขาก้ได้แสดงให้เห็นแล้ว
แต่ผมอยากให้แฟนมาสังเกตุดูตรงจุดนึงของเบิบคือ ในปกติเวลาเล่นเล่นบอลเขาจะมีอารมณ์ศิลปินมากๆ ทั้งการจับบอล การลากเลื้อย การโชว์ทักษะของเขา..ยอมรับว่าอารมณ์เขาแสนจะสุนมรีเสียจริง แต่...ที่ผิดไปจากสไตล์ที่กล่าวมานั้นคือ การจบสกอล์เขากลับจบสกอล์ไปอีกแบบคือ เต็มตรีนๆๆอย่างเดียว จะสังเกตุเห้นเมอื่วานเขาจะล้มตัวยิง การเตะแบบนี้มักจะเป็นนักเตะที่ดุดันมุทะลุนะครับ ไม่ไช่แค่ลูกนี้นะ นัดเจอทีมไรนะนัดที่เขาลงแข่งครั้งแรกใน ucl กับแมนยูอะบอลกระเด็นมาหาเค๊าแล้วเขา กระโดดเตะแบบเต็มๆ หรือนัดเจอ อาเชนอลสมัยอยุ่ทีมไก่ต๊อก เขาเลี้ยงมาเนียนๆ ช้าๆสวยงามๆ ย่อมเข้ามาทีละนิดช้าๆ แต่พอจะจบสกอล์ชัดเต็มตรีนๆ อะมันเปลี่ยนแปลงอารมณ์คนดูไปโดยสิ้นเชิง ถ้าเป้นหนังก็ประมาณ มีผู้ก่อการร้ายเดินเข้าไปในฝูงชนแบบเงียบๆๆ พอจะลงมือก็บูมๆๆทัมนทีมันเป็นความรู้สึกที่ยังไม่ได้ตั้งตัวของประชาชนคนชม 55+
2.เวนย์ รูนนี่ คนนี้ผมจะไม่พร่ามอะไรมากนะ เพระผมกำลังจะบอกว่ารูนี่ จะกลับด้านกับ เบิบ คือ รูนี่จะมีการลากเลื้อยแบบดุดันมุทะลุ ชนแหลก แทบจะไม่ต้องใช้ข้อเท้าเลยเพราะแค่ร่างกายเขาก็ช่วยได้มากแล้ว แต่ไอ้ที่มันผิดกับสไตล์การครองบอลคือ การจบสกอล์ ตัวนี้กลับมีความคลาสสิคหรืออารมณ์ศิปปินนั่นแหละ ไม่ว่าจะ ชิฟ+ลอดขา+ล็อกหลบบ้าง+ เล่นทางบ้าง รูนี่นะ ถ้าจะเปรียบเทียบหนังก็ออกแนว หนังสงครามที่สู้กันมันส์หยดแต่จบแบบ แฮปปี้เอ็นดิ้ง หรือลงท้ายด้วยน้ำตาอะนะ รุนแรงจบแบบนุ่มนวล..เช่น saving private ryan เป็นต้น
จากการสังเกตุของผมไมได้ดูแค่นัดเดียวนะ แต่ดูตลอดระยะเวลาที่เขาเข้ามาสวมเสื้อสีแดงนี้
เสริมนะครับสำหรับ ไมเคิลโอเวน นักเตะรายนี้ดูลีลายากครับ เพราะเขาทำได้ทุกๆรูบแบบ ไม่ตายตัว













