รูนบ่น ผีโดนวิจารณ์หลังไร้เงาโด้
เวย์น รูนี่ย์ บ่นอุบ "ปีศาจแดง" ถูกวิจารณ์อย่างไม่เป็นธรรม แม้จะทำผลงานในสนามได้อย่างสุดยอด
หลังเกจิหลายสำนักเชื่อว่า การขาย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะทำให้พวกเขาสิ้นสุดยุครุ่งเรือง
"โดยส่วนตัวผมคิดว่า เราได้รับคำวิจารณ์อย่างไม่ยุติธรรมตั้งแต่ช่วงเปิดฤดูกาลแล้ว
เพราะว่าถึงเราจะเล่นไม่ดีในบางนัด แต่เราก็ยังชนะได้แทบทุกนัด"
"ใช่..เราแพ้เบิร์นลี่ย์ แต่เราก็ชนะมาทุกนัดหลังจากนั้น แต่แม้กระทั่งสัปดาห์นี้เราก็ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่"
"แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ย่อมเกิดขึ้นกับทีมใหญ่ขนาดนี้ แต่เราฟื้นตัวกันเร็วมาก
เรากลับมาเป็นผู้นำในลีก และหวังที่จะรักษาอันดับนั้นไปตลอด"
รูนี่ย์ชี้ผีฟอร์มดี เพราะช่วยกันยิง
สิ่งที่แตกต่างออกไปจากเมื่อสมัยโรนัลโด้อยู่คือตอนนี้นักเตะถึง 8 คนมีชื่อเป็นผู้ทำประตูให้แมนฯยูไนเต็ดตลอดช่วงสองเดือนที่ผ่านมา
"ผมคิดว่า เราเล่นฟุตบอลในแบบที่แตกต่างไปจากเดิม (เมื่อไม่มี โรนัลโด้) เห็นได้ชัดเจนว่า ฤดูกาลที่แล้ว
เราต้องพึ่งพา คริสเตียโน่ ค่อนข้างมาก แต่ปีนี้มีนักเตะก้าวขึ้นมามีส่วนในการทำประตูมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องยอดเยี่ยมที่ได้เห็นแบบนั้น"
รูนยังได้กล่าวชื่นชมโด้ ที่ฟอร์มร้อนแรงยิงไปถึง 9 ประตูจาก 7 นัด ในทุกรายการ อีกด้วยว่า
"ผมไม่แปลกใจเลยที่เห็นเขาทำผลงานได้ยอดเยี่ยมกับเรอัล มาดริด
เขาสมควรที่จะเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลกและผมแน่ใจว่าเขาจะทำได้ดีต่อไป"
รูนรับอยากเห็นโอเว่นคืนทีมชาติ
รูนี่ย์ออกโรงเชียร์ให้ไมเคิล โอเว่น คู่พาร์ทเนอร์ล่าตาข่ายในทีม"ปีศาจแดง"
ผงาดกลับขึ้นไปติดทีมชาติชุดลุยศึก ฟุตบอลโลกที่แอฟริกาใต้ซัมเมอร์หน้าอีกครั้ง
"เป็นที่รู้กันดีว่าคนตัดสินใจคือคาเปลโล่"
"แต่สำหรับผมแล้ว ไมเคิลเป็นนักเตะที่สุดยอดมากและก็เป็นคนจบสกอร์ที่เด็ดขาด ฉะนั้น
การพ่วงเขาไปเล่นฟุตบอลโลกจึงไม่ใช่การเสี่ยงเลย"
"คุณก็ได้เห็นแล้วว่าเขายืนตำแหน่งได้ดีแค่ไหน โดยเฉพาะเวลาถูกประกบและคู่แข่งตั้งรับเหนียวแน่น
เขาก็สามารถสร้างพื้นที่ในกรอบเขตโทษได้ เพื่อให้มั่นใจได้ดว่าเขาจะมีโอกาสได้ยิง"
"ไมเคิลอาจจะไม่ค่อยได้ลงสนามมากเป็นตัวจริงเท่าไหร่ตั้งแต่มาอยู่กับเรา แต่เมื่อเขาได้ลง เขาก็มักจะยิงประตูสำคัญๆได้เสมอ"
"นี่แหละคือตัวเขาล่ะ ดาวยิงประตู เขามักจะลงมาเป็นตัวพลิกเกมได้เสมอ อย่างที่เห็นกันแล้วในเกมที่พบกับซิตี้ในเกมดาร์บี้แมตช์"
เฟอร์กี้แย้มเบนกลับมายึดตัวจริงเจอแมวดำ
"โทมัส คุสแซ็ค ทำผลงานได้ดีมากในเกมกับ วูล์ฟส์ (เกม คาร์ลิ่ง คัพ) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
และเรารู้สึกว่าเขาสมควรได้ลงสนามอีกสักนัด อย่างไรก็ตาม มันไม่ใช่เกมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (บุกชนะ สโต๊ค ซิตี้ 2-0 ในเกมลีก)
เพราะเราต้องแสดงการหนุนหลัง เบน หลังจากเขาต้องเจอกับเกมที่ยากลำบากกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้
มันเป็นโอกาสดีสำหรับเราในการส่ง โทมัส ลงเจอกับ โวล์ฟสบวร์ก แต่ เบน จะได้เล่นในเกมวันเสาร์นี้"
ป๋าบอก คาริค ใกล้กลับสู่ฟอร์มเก่งแล้ว
"ผมจะไม่ขู่เข็ญให้ ไมเคิ่ล ต้องยิงประตูให้ได้ เพราะเรื่องนั้นมันต้องเป็นหน้าที่ของนักเตะทุกคน
แต่เขาสนุกสนานไปกับเกมการเล่นของตัวเองอย่างมาก เราคิดว่าเขายังเล่นได้ไม่ดีเท่าที่ควรในช่วงออกสตาร์ตฤดูกาลนี้
แต่มันก็เป็นแบบนี้มาตลอดนับตั้งแต่เขาย้ายมาอยู่กับเรา ปกติแล้วเขาจะเริ่มเข้าฟอร์มในช่วงเดือนตุลาคม
และเราก็กำลังจะได้เห็นฟอร์มการเล่นที่แท้จริงของเขาอีกครั้งแล้ว"
เบอร์บารับเคยกลุ้มใจเล่นห่วยจนนอนไม่หลับ
หอกบัลแกเรียเปิดใจว่าเขาถูกแรงกดดันถาโถมเพราะสื่อและแฟนบอลตั้งความหวังกับเขาพอๆกับตำนานแข้งยูไนเต็ดในอดีต
จึงทำให้ลงสนามจริงแล้วเกร็งเล่นไม่ออก
"ในปีแรกผมต้องพูดเลยนะว่าผมผิดหวังในตัวเอง"
"มันเป็นความกดดันที่ใหญ่มากสำหรับผม ผมรู้สึกล้มเหลวในตัวเอง ผมคิดว่าผมยังอยากจะพิสูจน์ตัวเองให้แฟนๆเห็นอยู่"
"คุณต้องรู้ไว้นะ ว่าสมัยก่อนราชันย์แห่งความหวังของพวกเขาคือจอร์จ เบสต์ , บ็อบบี้ ชาร์ลตัน , เอริค คันโตน่า แต่ผมเป็นแค่ดิมิทาร์"
"ผมถวายพานให้เพื่อนยิงได้เยอะ แต่ผมคงต้องยิงให้มากกว่านี้"
"บางทีนะ.. ผมไม่รู้ว่าผมทำอะไรผิดเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา คำวิจารณ์ของพวกสื่อทำให้ผมนอนไม่เคยหลับเลย"
"อาจเป็นเพราะโชคร้าย.. หรืออาจเป็นเพราะผมเอง ไม่มีใครรู้หรอก"
และเบิร์บยังได้กล่าวถึงการที่ถูกแฟนบอลรุมตำหนิกับการไม่ค่อยวิ่งด้วยว่า
"ผมจะพูดตรงๆนะ คำวิจารณ์เหล่านั้นส่งผลต่อผม แต่ไม่ใช่ในทางลบ"
"ผมดูสถิติจากโปรโซน แล้วผมก็เห็นว่ามันแย่จริงๆ ผมใช้เนื้อที่ในการวิ่งในทุกพื้นที่ของสนามเป็นอันดับที่ 9 ในทีม"
"ผมเป็นคนแบบนี้แหละ บางทีขี้เกียจแล้วชอบมองเพื่อนเล่น แต่เมื่อจบฤดูกาลที่แล้ว ผมขึ้นมาเป็นที่ 4 เลยนะ และผมก็หวังด้วยว่าจบซีซั่นนี้ผมจะเป็นที่หนึ่ง"
"แต่ขอให้คุณเข้าใจว่า.. บางครั้งมันก็เป็นสไตล์ของผม ผมจะไม่วิ่งถ้าไม่มีเหตุผล แต่ผมจะตื่นตัวและพร้อมตลอด"
"แฟนๆไม่ผิดหรอกที่ด่าผม ผมผิดเอง ผมเองที่ควรเปลี่ยน"
"แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเป็นสโมสรของพวกเขา และเขาก็ปฏิบัติต่อผมด้วยดีมาตลอด"
"ตอนนี้ผมเริ่มพอใจกับฟอร์มการเล่นของตัวเองในฤดูกาลที่สองกับทีมแล้ว"
"ผมรู้สึกว่า ผมเข้ากับทีมได้มากขึ้น ผมแข็งแกร่งขึ้น ฟิตมากขึ้น แต่ยังไงก็อยากยิงให้เยอะขึ้นอยู่ดี"
"ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องค่าตัวมหาศาลที่ซื้อตัวผมมานะ ถ้าผมคิดก็บ้าแล้ว ผมไม่เอามันมาคิดให้รกสมอง"
"ผมรู้แค่ว่าผมเป็นนักฟุตบอลที่เล่นให้สโมสรที่ดีที่สุดในโลก"
"ผมเล่นร่วมกับตำนานอย่างสโคลส์ , กิ๊กส์ และรูนี่ย์ และฝึกสอนโดยคนอย่างเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แค่นี้ก็เยี่ยมมากแล้ว ผมจะไม่มีความสุขได้ยังไง"
และรูน ยังได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ว่า
"เบอร์บาตอฟเล่นได้ดี และได้รับคำวิจารณ์ที่ไม่ยุติธรรม"
"บางครั้งภาษากายของเขาอาจดูว่าขี้เกียจ แต่จริงๆแล้วเขาทำงานหนักตลอด
เขาแสดงให้เราเห็นถึงเซ้นส์บอลที่ยอดเยี่ยม และเขาก็สร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูได้เสมอ เหมือนเกมกับโวล์ฟสบวร์กไง"
บ่อนชูกิ๊กส์แข้งพีเอฟเอ - ชี้โอเว่นวืดบอลโลก
สกาย เบท บ่อนชื่อดังเปิดราคารับความร้อนแรงของไรอัน กิ๊กส์ จะคว้าแข้งยอดเยี่ยมพีเอฟเออีกสมัย
อัตรา 8/1 รวมทั้ง 7/1 ซิวยอดเยี่ยมสมาคมนักข่าว นอกจากนี้ยังเพิ่มจ่ายโอเว่นไปบอลโลกจากเดิม 11/8 เป็น 13/8 และ 4/9
ไม่มีทางกลับมาอยู่ในทีมของ ฟาบิโอ คาเปลโล่ อีกต่อไป
บูชา ปีกพ่อมด!!จารึกยิงครบ 150 ตุง
ตอนนี้ กิ๊กส์ กำลังเล่นแบบลืมแก่ เขามีส่วนอย่างมากต่อเกมรุกที่ดีของทีม
โดยจาก 13 ประตูที่ ยูไนเต็ด ทำได้ใน 5 นัดหลังสุดที่ กิ๊กส์ ลงเล่น เขาจะมีส่วนร่วม ไม่ยิงก็จ่ายถึง 9 ลูก
โดย กิ๊กส์ วัยย่าง 36 ปี ที่ช่วงนี้ถ่างไปเลื้อยริมเส้นตามถนัดเหมือนสมัยรุ่งๆ โดยกิ๊กส์กล่าวว่า
"นักเตะแต่ละคนต่างมีช่วงเวลาที่เล่นได้ดี และผมเองก็กำลังสนุกอยู่ตอนนี้ ผมช่วยทีมยิงประตูได้ และหวังว่าจะเป็นแบบนี้ต่อไป"
ขณะที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กล่าวชมศิษย์เอกที่ปลุกปั้นเลี้ยงดูมากับมือว่า
"เขาเป็นนักเตะที่น่าเหลือเชื่อ และจากเสียงยกย่องเขาต่างๆ นานาตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ผมไม่รู้ว่าคุณจะหาอะไรมาชมเขาได้อีก เขาเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่จริงๆ"
สรุปนักเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ยิงได้ถึง 150 ลูก (ที่มา - เดลี่ เทเลกราฟ)
เซอร์ บ๊อบบี้ ชาร์ลตัน (1956-73) - ลงเล่น 754 นัด ยิงได้ 247 ประตู เฉลี่ย 3.05 เกมต่อ 1 ประตู
เดนิส ลอว์ (1962-73) - ลงเล่น 399 นัด ยิงได้ 236 ประตู เฉลี่ย 1.69 เกมต่อ 1 ประตู
แจ็ค โรว์ลี่ย์ (1937-55) - ลงเล่น 422 นัด ยิงได้ 208 ประตู เฉลี่ย 2.03 เกมต่อ 1 ประตู
จอร์จ เบสต์ (1963-74) - ลงเล่น 466 นัด ยิงได้ 178 ประตู เฉลี่ย 2.62 เกมต่อ 1 ประตู
เดนนิส ไวโอเลต (1952-62) - ลงเล่น 291 นัด ยิงได้ 178 ประตู เฉลี่ย 1.63 เกมต่อ 1 ประตู
โจ สเปนซ์ (1919-33) - ลงเล่น 510 นัด ยิงได้ 168 ประตู เฉลี่ย 3.13 เกมต่อ 1 ประตู
มาร์ค ฮิวจ์ส (1983-86, 1988-95) - ลงเล่น 462 นัด ยิงได้ 162 ประตู เฉลี่ย 2.85 เกมต่อ 1 ประตู
รุด ฟาน นิสเตลรอย (2001-06) - ลงเล่น 219 นัด ยิงได้ 150 ประตู เฉลี่ย 1.46 เกมต่อ 1 ประตู
ไรอัน กิ๊กส์ (1992-) - ลงเล่น 814 นัด ยิงได้ 150 ประตู เฉลี่ย 5.43 เกมต่อ 1 ประตู
........By manutd4ever














