และรู้ตัวว่าจะเจอเดอะค็อปโห่อย่างเนืองแน่นแน่นอน
"เบบี้โกล์"อยู่ในระหว่างรักษาตัวอาการเจ็บขาหนีบและตั้งเป้าจะกลับมาล่าตาข่ายอดีตทีม"หงส์แดง"
เนื่องจากกำหนดการคืนสนามจะพบโบลตันในวันที่ 17 ตุลาคม
"มันจะไม่ใช่แบบเดิม เสียงจะดังขึ้นแน่นอน!!"
"ผมเคยกลับมาเล่นที่นี่ก่อนหน้านี้กับนิวคาสเซิ่ล 2 หนดังนั้นผมเคยมาเล่นในฐานะทีมฝ่ายตรงข้ามแต่ผมกำลังใจจดใจจ่อกับเกมนี้มาก"
"มันเป็นเรื่องปกติสำหรับแมนฯยูไนเต็ดและลิเวอร์พูล มันจะเป็นเกมระหว่างสองยอดทีมของโลก
ทีมที่ทุกๆอย่างทัดเทียมเท่ากันหมดบางทีมากกว่าตอนที่ผมกลับไปนิวคาสเซิ่ลซะอีก
ดังนั้นมันน่าจะเป็นเกมที่ดีและวันที่น่าตื่นเต้นไม่น้อย"
โอเว่น ฮากรีฟส์: "ผมจะกลับมาอย่างแข็งแกร่งกว่าเดิมให้ได้!"
การผ่าตัดหัวเข่าทั้ง 2 ข้าง กว่าขวบปีที่ต้องทนดูเพื่อนๆเล่น การต่อสู้อันแสนยาวนาน
ทุกอย่างล้วนรุมเร้าเปรียบเสมือนมรสุมครั้งใหญ่ในอาชีพค้าแข้งของชายชื่อ โอเว่น ฮากรีฟส์
วันนี้ ManUtd.com จับมิดฟิลด์พันธุ์ดุคนนี้มาพูดคุยกันในแคมป์แคร์ริงตัน
ถาม: หลังการผ่าตัด คุณยังคงอยู่รักษาตัวที่อเมริกา มันช่วยคุณได้มากน้อยแค่ไหน?
ตอบ: ช่วยได้แน่ครับ ถ้าอาการผมมันแค่กล้ามเนื้ออักเสบ ผมคงจะพักรักษาตัวแค่ 2 สัปดาห์ และคาดหวังว่าจะกลับมาลงเล่นในเร็ววัน
แต่ด้วยอาการบาดเจ็บที่หนักหนาขนาดนี้ ทั้งทางด้านกายภาพ และทางด้านจิตใจ สิ่งสำคัญที่จะช่วยคุณได้คือ
การพยายามทำในทุกๆวิธีเท่าที่จะอำนวย และมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ที่สุด ที่อังกฤษนั้นฟุตบอลเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับชีวิตประจำวันมาก
และสำหรับคนที่ไม่สามารถลงเล่นได้อย่างผมแล้ว คงทนรับรู้ข่าวคราวทั้งหลายนี้ทุกๆวันไม่ไหวหรอกครับ
ผมจึงเลือกที่จะอยู่ในที่ที่ผมสามารถมุ่งสมาธิไปที่การฟื้นฟูตัวเองได้อย่างเต็มที่ และฝึกร่างกายโดยไม่มีอะไรมากวนใจจะดีกว่า
และมันก็ช่วยได้จริงๆครับ การฟื้นฟูสภาพร่างกายเป็นไปอย่างยอดเยี่ยม
ถาม: ตอนอยู่ที่นู่น วันๆนึงคุณทำอะไรบ้าง?
ตอบ: ก็แล้วแต่นะครับ ในช่วงแรกๆหลังการผ่าตัด ผมก็จะพยายามเดินไปเดินมาโดยมีไม้เท้าช่วยพยุง ซึ่งแค่นั้นก็สาหัสแล้วล่ะครับ!
พอผ่านมาได้สักพัก ผมก็เริ่มไปๆมาๆคลินิกและพยายามจะงอเข่าให้ได้แม้เพียง 2-3 องศาก็ยังดี ช่วง 6-8 สัปดาห์แรกผมแทบงอไม่ได้เลยด้วยซ้ำ!
นอกนั้นผมก็มีทำการภาพบำบัดวันละ 2 ครั้ง ในช่วงเช้าและบ่าย มันเป็นไปแบบนี้ตลอดช่วง 2 เดือนแรกหลังการผ่าตัดครั้งที่ 2
มันเป็นไปแบบนี้อย่างช้าๆแล้วผมถึงค่อยๆทำสิ่งอื่นๆเพิ่มเมื่อรู้สึกว่าแผล อักเสบมันหายสนิทแล้วจริงๆ
รวมๆแล้วที่ผมทำตอนอยู่ที่นู่นก็คือการไปหาหมอนั่นแหละครับ นั่นก็เพื่อให้หัวเข่าของผมกลับมาเป็นปกติไวๆ
ถาม: ในช่วงเวลาที่เลวร้ายนั้น อะไรเป็นแรงผลักดันให้คุณสู้ต่อ?
ตอบ: จริงๆผมไม่ค่อยได้เจอช่วงเวลาเลวร้ายอะไรนักนะครับ ผมจะพยายามมองโลกในแง่ดีให้มากที่สุด เพราะโดยมากแล้วผมไม่ใช่คนคิดลบอยู่แล้ว
บางทีวันหนึ่งข้างหน้าผมอาจจะย้อนกลับมาถามตัวเองว่า “ทำไมต้องเป็นเรานะที่มาเจอเรื่องแบบนี้?” แต่คุณก็รู้
คำถามแบบนั้นมันไม่ช่วยอะไรหรอกครับ ในชีวิตเราทุกคนย่อมต้องพบประสบการณ์หลากหลาย ทั้งที่ดี และที่แย่
แน่นอนล่ะว่าถ้าเลือกได้ผมก็ไม่อยากเจอเรื่องแบบนี้หรอก แต่เมื่อเจอแล้วก็ต้องผ่านมันไปให้ได้ ผมได้เรียนรู้อะไรมากมาย
ได้พบปะผู้คนดีดีหลายต่อหลายคน ผมหวังว่าสิ่งที่ได้รับมานี้จะช่วยผมได้ในวันหนึ่งข้างหน้า ผมตั้งใจจะเก็บประสบการณ์เหล่านี้ไปใช้เป็นประโยชน์ต่อไปครับ
ถาม: แล้วประสบการณ์ที่ว่ามา มันเปลี่ยนแปลงคุณไปในทางใดไหม?
ตอบ: ครับ ผมคิดว่ามันช่วยผมนะ ในเรื่องของจิตใจแล้ว คนที่เคยเจอกับอุปสรรคร้ายๆแล้วผ่านพ้นมันไปได้
ก็มักจะได้เปรียบเหนือคนที่มีพร้อมในทุกๆเรื่องมาตลอด คุณได้เรียนรู้หลายๆอย่างจากประสบการณ์ร้ายๆในชีวิต และอย่างที่บอก
ผมเรียนรู้เยอะเลยแหละครับ มันจะมีบ้างบางวันที่ผมรู้สึกไม่อยากมาบำบัด หรือในบางวันที่ผมรู้สึกปวดหัวเข่าอย่างรุนแรง
แต่ผมก็จะคิดถึงวันที่ผมสามารถงอหัวเข่าได้ถึง 5 องศา – นั่นเปรียบเสมือนชัยชนะครั้งใหญ่ของผมเลยนะครับ
และนั่นก็ช่วยเป็นแรงบันดาลใจ และช่วยให้ผมผ่านมันไปได้ ผมอยากให้คุณได้เห็นตารางพัฒนาการของผมจริงๆ
ผมมักจะเอามันมาเป็นแรงบันดาลใจของผมเลยครับ
ถาม: แล้วนอกเหนือจากการบำบัดล่ะ คุณมีงานอดิเรกอะไรใหม่ๆบ้างไหม?
ตอบ: ผมมีหยิบหนังดีวีดีไปที่นู่นประมาณ 10 แผ่น เพราะคิดว่าผมต้องมีเวลาที่ไม่มีอะไรทำแน่ๆ แต่เชื่อไหมครับ
ผมไม่ได้ดูเลยสักแผ่น! ผมเฝ้าคิดถึงการฟื้นฟูร่างกายกลับมาให้ได้ สิ่งที่ผมทำคือ รับประทานให้เต็มที่, พักผ่อนให้เพียงพอ และฝึกฝนร่างกาย
ผมมีหาหนังสือมาอ่านบ้าง แต่โดยมากผมก็เพียงแต่สนใจต่อสิ่งที่ผมต้องทำเท่านั้น คุณอาจจะคิดว่าผมคงว่างน่าดู แต่ผมไม่มีเวลาว่างเลยจริงๆครับ!
ผมจะหาโอกาสฝึกซ้อมในทุกครั้งที่สามารถ นั่นคือสิ่งที่ผมทำในเวลาว่างครับ
ถาม: ปฎิกิริยาของเพื่อนร่วมทีมยูไนเต็ดเป็นอย่างไรบ้าง ตอนที่เห็นคุณเดินเข้ามาในสนามซ้อม?
ตอบ: ยอดเยี่ยมสุดๆเลยครับ สิ่งหนึ่งที่ผมคิดถึงอย่างมากคือบรรยากาศตอนได้อยู่ในห้องแต่งตัวกับบรรดาเพื่อนๆร่วมทีมนี่แหละครับ
สโมสรแห่งนี้เป็นสโมสรที่เต็มไปด้วยพลัง ไม่เพียงแต่นักเตะนะครับ แต่เป็นหมดทั้งสโมสรเลยจริงๆ มีพนักงานหลายต่อหลายคนที่อยู่ที่นี่มานานแสนนาน
ที่นี่มีบางอย่างที่มีเสน่ห์ สำหรับผมมันคือบรรยากาศแห่งการไล่ล่าความสำเร็จ พวกเพื่อนๆต้อนรับผมอย่างดีสุดๆ
การได้กลับมาอยู่ร่วมกับพวกเขาอีกครั้งมันช่างเป็นสิ่งวิเศษจริงๆครับ พวกเขามีความแตกต่างที่ลงตัว และมันช่วยผมได้มากทางด้านจิตใจครับ
ถาม: ท้ายสุดแล้ว มันจะเป็นอย่างไรถ้าคุณได้กลับมายืนอยู่ในอุโมงค์ยืนรอที่จะวิ่งลงในสนามอีกครั้ง?
ตอบ: (หยุดคิด และอมยิ้ม) มันคงมหัศจรรย์มากเลยครับ ผมคงจะตื่นเต้นมากๆ ไม่แน่อาจเป็นลมเลยก็ได้นะ!
credit : soccersuck , King Canto [soccersuck]
















