
มาถึงฤดูกาล 2436 - 2437 (ค.ศ. 1893 - 1894) ทีมมีปัญหาด้านการเงินอย่างหนัก จนต้องมีการรื้อระบบการบริหารทีมครั้งใหญ่ และเปลี่ยนชื่อเป็น แมนเชสเตอร์ซิตีฟุตบอลคลับ จนถึงปัจจุบัน
ทีมได้เริ่มต้นความยิ่งใหญ่ ด้วยการเป็นแชมป์ ฟุตบอลลีกดิวิชั่น 2 ของอังกฤษ เป็นแชมป์แรก เมื่อปี พ.ศ. 2442 (ค.ศ. 1899) ทำให้พวกเขาเถียบตัวเองขึ้นไปอยู่ใน ดิวิชั่น 1 ลีกสูงสุดของอังกฤษ (ในเวลานั้น) ก่อนจะมาได้แชมป์เอฟเอคัพ หลังเฉือนชนะ โบลตัน 1-0 ในรอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2447 (ค.ศ. 1904)

ขณะที่ผลงานกำลังไปได้ดี แต่กลับเกิดเพลิงไหม้ สนาม "ไฮด์โรด" ในปี พ.ศ. 2463 (ค.ศ. 1920) อัฒจันทร์หลักเสียหายอย่างมาก จนทำให้ต้องย้ายไปใช้ สนาม "เมนโรด" เป็นสนามเหย้าแห่งใหม่ ในปี พ.ศ. 2466 (ค.ศ. 1923)

กระทั่งในปี พ.ศ. 2546 (ค.ศ. 2003) ได้ย้ายสนามเหย้าอีกครั้ง ไปที่ สนาม "ซิตีออฟแมนเชสเตอร์" ซึ่งเป็นสนามปัจจุบัน ที่มีความโอ่อ่า ทันสมัย มีความจุถึง 48,000 ที่นั่ง โดยเช่าจากสภาเมืองแมนเชสเตอร์เป็นเวลาถึง 250 ปี และใช้เงินอีกราว 35 ล้านปอนด์ ในการปรับปรุงสนาม หลังจากใช้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาเครือจักรภพ ในปี พ.ศ. 2545 (ค.ศ. 2002)

การย้ายมาใช้สนามเหย้าแห่งใหม่ ทำให้สามารถรองรับแฟนบอลได้มากขึ้น เนื่องจากเป็นทีมที่มีแฟนบอลมากเป็นพิเศษ และติดตามเชียร์อย่างเหนียวแน่นมาตลอด แม้ทีมจะตกลงไปสู่ดิวิชั่นต่ำๆ ในหลายครั้งก็ตาม ปัจจุบัน ทีมมียอดผู้ชมในนัดเหย้า เฉลี่ยกว่า 39,000 คน ต่อนัด และคาดว่าจะมีชาวอังกฤษไม่ต่ำกว่า 400,000 คน และคนทั่วโลก อีกกว่า 2 ล้านคน ที่เป็นแฟนบอลของทีม
--


ในยุคที่นับว่ารุ่งเรืองที่สุด คือ ช่วงปลายปี พ.ศ. 2500เรื่อยมา เนื่องจากทีมชุดนี้ สามารถขึ้นไปถึงตำแหน่งแชมป์ได้หลายรายการ โดยมี โจ เมอร์เซอร์ เป็นผู้จัดการทีม และ มัลคอล์ม อัลลิสสัน เป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีม รวมถึง มียอดนักเตะชื่อดังมากมาย อาทิ โคลิน เบลล์
แต่หลังจากเป็นแชมป์ลีกคัพ ในปี พ.ศ. 2519 (ค.ศ. 1976) พวกเขาก็ไม่ได้ขึ้นถึงตำแหน่งแชมป์ ในรายการสำคัญอีกเลย และยังมีผลงานไม่ค่อยดีนักมาตลอด โดยเฉพาะ ในช่วงปี พ.ศ. 2530 พวกเขาต้องตกชั้น 2 ครั้ง ในรอบ 3 ปี จนลงไปอยู่ใน ดิวิชั่น 3 เดิม อยู่ถึง 1 ปี
อย่างไรก็ตาม ทีมก็สามารถกลับขึ้นมาสู่ลีกสูงสุด และยังคงรักษาตัวไว้ได้อย่างมั่นคง แม้ผลงานของทีม มักอยู่ในช่วงกลางตาราง ค่อนไปทางท้ายก็ตาม โดยจบ ฤดูกาล 2006-2007 ในอันดับที่ 14 ของพรีเมียร์ลีก
ทีมร่วมเมือง

มีทีมคู่แข่งร่วมเมือง คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่มีที่มาในการเป็นคู่แข่ง แตกต่างกับ สโมสรฟุตบอลร่วมเมืองทีมอื่นๆ เช่น เมืองกลาสโกว์ (เรนเจอร์ส กับ เซลติก) ที่มีความแตกต่างในด้านการเมืองและศาสนา ส่วนในกรณีของ ซิตี และ ยูไนเต็ด นั้น มีต้นเหตุมาจาก ในสมัยก่อน เกิดความยากลำบากในการเดินทางไปมาหาสู่กัน แม้ทุกวันนี้ จะเดินทางได้ด้วยความสะดวกสบายแล้ว แต่ก็สายเกินไป ที่จะกลับมาญาติดีต่อกันได้

อีกประการหนึ่ง คือ แฟนบอลชาวอังกฤษของ ซิตี ส่วนมากอยู่ที่เมืองแมนเชสเตอร์ ส่วนแฟนของ ยูไนเต็ด มีไม่น้อยที่อยู่เมืองอื่นด้วย

การบริหาร
เมื่อวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2550 บริษัท แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จำกัด (มหาชน) มีทุนจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์ มูลค่า 22.72 ล้านปอนด์ โดยมีกำไรก่อนหักภาษี จากผลประกอบการ ในรอบ 1 ปีหลัง สิ้นสุดวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 ราว 16.97 ล้านปอนด์

มีหุ้นที่ซื้อขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ราว 54 ล้านหุ้น มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด คือ จอห์น วอร์เดิล อดีตประธานสโมสร และ เดวิด มาคิน ซึ่งถือหุ้นรวมกัน มีจำนวนถึงร้อยละ 29.95 รองลงมา ได้แก่ สตีเฟน โบเลอร์ เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ร้อยละ 18.75, บริติช สกาย บรอดคาสติ้ง ร้อยละ 9.88 และ ฟรานซิส ลี อดีตประธานสโมสร ร้อยละ 7.13 ส่วนหุ้นที่เหลือ กระจายอยู่กับ ผู้ถือหุ้นรายย่อย นับพันราย


เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2549 สโมสรได้ออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับกรณีที่มีผู้จะเข้ามาซื้อกิจการ โดยมี เรย์ แรนสัน อดีตนักฟุตบอลของทีม ยื่นความจำนงไว้

ต่อมา ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2550 มีกระแสข่าวว่า พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ได้ยื่นข้อเสนอขอซื้อสโมสร ด้วยมูลค่าประมาณ 108 ล้านปอนด์ พร้อมงบประมาณในการซื้อตัวนักฟุตบอลมาเล่นให้กับทีมอีก เป็นจำนวน 50 ล้านปอนด์ รวมทั้งสิ้น 158 ล้านปอนด์

ช่วงเดือนพฤษภาคม ข่าว ดร.ทักษิณ สนใจซื้อกิจการของสโมสร ได้รับการตีพิมพ์อย่างกว้างขวาง ทั้งทางสำนักข่าว และสื่อมวลชนต่างๆ ซึ่งมีความคืบหน้ามาเป็นลำดับ โดยมีรายงานว่า พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ มีแผนที่จะวางตัวบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในสโมสร คือ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล, นายถิรชัย วุฒิธรรม, นายไพโรจน์ เปี่ยมพงษ์ศานต์ เจ้าของกิจการอสังหาริมทรัพย์ ในเครือบ้านฉางกรุ๊ป และ นายวิกรม คุ้มไพโรจน์ อดีตเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงลอนดอน

นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะจัดพิธีเปิดตัวคณะผู้บริหารชุดใหม่ ในวันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม โดยจะมีการเชิญแขกผู้มีเกียรติและแฟนบอล เข้าร่วมชมการแข่งขันนัดพิเศษระหว่างสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี กับสโมสรฟุตบอลบาเลนเซีย ณ สนามซิตีออฟแมนเชสเตอร์ อีกด้วย

ในที่สุด ราวกลางเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2550 พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ได้กลายเป็นเจ้าของสโมสร ด้วยการถือหุ้นรวม 75 เปอร์เซ็นต์ พร้อมกับการเปิดตัว สเวน โยรัน อีริคส์สัน ผู้จัดการทีมคนใหม่ โดย จอห์น วอร์เดิล ขยับลงไปเป็นรองประธานสโมสร และมีชื่อ นายพานทองแท้ และ นางสาวพิณทองทา บุตรชายและบุตรสาวของ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ เป็นกรรมการบริหารสโมสร 2 ใน 4 คนด้วย

1 กันยายน 2551, บริษัท อาบูดาบี ยูไนเต็ดกรุ๊ป อินเวสทเมนท์ แอนด์ ดีเวลลอปเมนท์ ลิมิเต็ด ได้ทำบันทึกข้อตกลงกับสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี้ เพื่อเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนในการลงทุนที่ไม่เพียงแต่จะเสริมความสามารถทางการเงินของสโมสรในการดึงตัวนักฟุตบอลชั้นนำ แต่แผนการลงทุนร่วมกันดังกล่าวยังจะช่วยเสริมแผนการพัฒนาสโมสรและวิสัยทัศน์ของประธานสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ดร. ทักษิณ ชินวัตร เพื่อทำให้ ซิตี้ กลายเป็นชื่อของไลฟสไตล์และแบรนด์ของกีฬายอดนิยมอันใหม่ทั่วทั้งภูมิภาคตะวันออกกลางและเอเชีย

ผู้บริหารของทั้งสโมสรฟุตบอลแเมนเชสเตอร์ ซิตี้ และอาบูดาบี ยูไนเต็ดกรุ๊ป ได้ร่วมกันแถลงแผนงานซึ่งรวมถึงความร่วมมือในอนาคตอันใกล้ทั้งในด้านการซื้อตัวนักฟุตบอลและการเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับสโมสรฟุตบอลหนึ่งหรือหลายแห่งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยหวังให้เป็นการกระตุ้นความสนใจในภูมิภาคนั้น และเพื่อเป็นการสร้างฐานความนิยมและแฟนคลับของสโมสรในภูมิภาค นอกจากนี้ แผนการดังกล่าวยังมีการลงทุนเพิ่มและการริเริ่มโครงการใหม่ๆ เพื่อส่งเสริมสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ พร้อมๆ กันทั้งในภูมิภาคตะวันออกกลางและเอเชีย โดยอาศัยเครือข่ายต่างๆ ที่ทั้งสองฝ่ายมีอยู่ และยังมีแผนที่จะพัฒนา แบรนด์ ของซิตี้ให้ล้ำสมัยและส่งเสริมให้เป็นแบรนด์ทางด้านอสังหาริมทรัพย์ สินค้าไลฟ์สไตล์และมัลติมีเดียอีกด้วย

การลงทุนในสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยกลุ่มอาบูดาบี ยูไนเต็ดกรุ๊ป เป็นการลงทุนในทีมฟุตบอลในระดับพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกของนักลงทุนจากตะวันออกกลาง โดยมีเป้าหมายชัดเจนที่จะมีส่วนร่วมในการส่งเสริมกิจกรรมของสโมสรฟุตบอลและแบรนด์สินค้าของ ซิตี้ ทั่วทั้งภูมิภาค และสิ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กันก็คือการลงทุนในสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ร่วมกับครอบครัวของ ดร. ทักษิณ ชินวัตร โดยกลุ่มทุนชั้นนำอย่าง อาบูดาบี ยูไนเต็ดกรุ๊ป เป็นสิ่งที่สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ภูมิภาคตะวันออกกลาง และเป็นที่มั่นใจว่าการร่วมทุนกันครั้งนี้จะเป็นแรงจูงใจให้แฟนฟุตบอลนับล้าน ทั้งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันและที่จะเพิ่มจำนวนอย่างมหาศาลทั่วภูมิภาคตะวันออกกลางและเอเชีย
ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท อาบูดาบี ยูไนเต็ดกรุ๊ป อินเวสต์เมนท์ แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ ลิมิเต็ด

บริษัท อาบูดาบี ยูไนเต็ดกรุ๊ป อินเวสต์เมนท์ แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ ลิมิเต็ด เป็นกลุ่มบริษัทที่ตั้งอยู่ที่กรุงอาบูดาบี ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การลงทุน การให้บริการทางการเงิน การค้าและการทำธุรกิจทั่วไป การให้บริการสารสนเทศ การให้บริการและจัดอุปกรณ์บริการทางการแพทย์และสาธารณสุข การให้บริการเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจขุดเจาะน้ำมัน เช่น การติดตั้งและบำรุงรักษาถังน้ำมัน การสื่อสาร รวมถึงสื่อมวลชน การเป็นตัวแทนบริษัทต่างประเทศ การบริหารกิจการฟาร์มและการออกแบบภูมิทัศน์ การขายยุทโธปกรณ์และอุปกรณ์ทางทหาร อุปกรณ์ทางการบิน และการบริหารการกำจัดของเสีย
ผู้เล่นปัจจุบัน และทีมงาน
เบอร์ ตำแหน่ง รายชื่อ
1 GK เชย์ กิฟเวน
2 DF ไมกา ริชาร์ดส์ (รองกัปตันทีม)
3 DF เวย์น บริดจ์
4 DF เนดุม โอนูโอฮา
5 DF พาโบล ซาบาเลตา
6 MF ไมเคิล จอห์นสัน
7 MF สตีเฟน ไอร์แลนด์
8 MF ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์
10 FW โรบินโญ่
12 GK สจ๊วต เทย์เลอร์
14 FW โรเก้ ซานตา ครู้ส
15 DF ฆาเบียร์ การ์ริโด้
16 DF ซิลวินโญ่
17 MF มาร์ติน เปตรอฟ
18 MF แกเร็ธ แบร์รี่
19 DF โจลีออน เลสคอตต์
25 DF เอ็มมานูเอล อาเดบายอร์
27 FW เบนจานี่ เอ็มวารูวารี
28 DF โคโล ตูเร (กัปตัน)
32 FW คาลอส เตเวส
33 MF แวงซองต์ คอมปานี
34 MF ไนเจล เดอ ยอง
39 FW เคร็ก เบลลามี
40 MF วลาดิมีร์ ไวสส์
การยกเลิกหมายเลข 23
เบอร์ ตำแหน่ง รายชื่อ
23 MF มาร์ค วิเวียน โฟเอ้
สโมสรได้ยกเลิก เสื้อหมายเลข 23 ตั้งแต่ ค.ศ. 2003 เพื่อเป็นเกียรติแก่ มาร์ค วิเวียน โฟเอ้ ซึ่งเป็นนักเตะของสโมสร ที่ยืมตัวมาจาก โอลิมปิก ลียง และเสียชีวิตในสนาม ระหว่างการแข่งขันร่วมทีมฟุตบอลทีมชาติแคเมอรูน ในการแข่งขันฟุตบอลคอนเฟดเดอเรชันส์คัพ 2003
ทีมงาน
ผู้จัดการทีม มาร์ค ฮิวจ์ส
ผู้ช่วยผู้จัดการทีม มาร์ค โบเวน
โค้ชทีมชุดใหญ่ เอ็ดดี นีดซ์วีคกี
โค้ชผู้รักษาประตู เควิน ฮิตช์คอคก์
โค้ชกายภาพ เดเมียน โรเดน
ผู้จัดการทีมทีมสำรอง กลิน ฮอดจ์ส
หัวหน้าทีมแพทย์ อัลลี บีทตี้
แมวมอง เกรแฮม คาร์
ผู้อำนวยการสถาบันเยาวชน จิม คาสเซลล์
เกียรติประวัติ
ดิวิชั่นหนึ่ง/พรีเมียร์ลีก(ลีกชั้นที่1)
ชนะเลิศ 2479-80, 2510-11
รองชนะเลิศ 2446-47, 2463-64, 2519-20
ดิวิชั่นสอง/ดิวิชั่นหนึ่ง(ลีกชั้นที่2)
ชนะเลิศ 2441-42, 2445-46, 2452-53, 2470-71, 2489-90, 2508-09, 2544-45 (สถิติทีมชนะเลิศมากที่สุด 7 สมัย)
รองชนะเลิศ 2438-39, 2493-94, 2531-32, 2542-43
ดิวิชั่นสอง(ลีกชั้นที่3)
ชนะเลิศ เพลย์ออฟ 2541-42
เอฟเอ คัพ
ชนะเลิศ 2447, 2477, 2499, 2512
รองชนะเลิศ 2469, 2476, 2498, 2524
ลีกคัพ
ชนะเลิศ 2513, 2519
รองชนะเลิศ 2517
ยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส คัพ
ชนะเลิศ 2513
เอฟเอ คอมมิวนิตี้ ชิลด์/แชริตี้ ชิลด์
ชนะเลิศ 2480, 2511, 2515
รองชนะเลิศ 2477, 2499, 2512, 2516
ฟูล เม็มเบอร์ส คัพ
รองชนะเลิศ 2529
อ้างอิง วิกิพีเดีย เรียบเรียง Peeeikq












