จนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเสียผลประโยชน์จากเกมนี้หลายต่อหลายจังหวะ
เฟอร์กี้มองว่า"หงส์แดง"อยู่ในสภาพหลังพิงฝาจนแฟนบอลทำทุกวิถีทางเพื่อประโยชน์ของทีมตัวเอง
และตรงนี้เองที่ทำให้มาร์ริเนอร์ถึงกับถูกอิทธิพลจน เป่าเข้าข้างเจ้าถิ่นอย่างชัดเจน
"ที่นี่มันเป็นบรรยากาศที่หินมาก เกมนี้พวกเขาเหมือนสัตว์ป่าที่บาดเจ็บและมันเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถเอาชนะได้"
"ผมคิดว่ามันมีผลกระทบต่อนักเตะของเราและมันส่งผลต่อผู้ตัดสิน มีเรื่องโต้เถียงเกิดขึ้นหลายอย่างที่ผมต้องรู้สึกเสียใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้"
"ใบเหลืองของวิดิชเป็นการตัดสินใจที่แย่มาก มันเป็นการฟาว์ลอันนี้ใช่ แต่นักเตะเล่นต่อ
เขาเอาชนะบอลจังหวะสองและสกัดออกข้างเป็นลูกทุ่ม แต่เขากลับถูกจดชื่อ มันทำให้เนมันย่าต้องเล่นแบบกดดัน"
"ที่น่ากังขาที่สุดก็จังหวะที่คาร์ราเกอร์ดึงไมเคิ่ล โอเว่นล้มลงนี่แหละ เขากำลังหลุดเดี่ยวแล้ว"
"กฏของเกมถูกแก้ไขเพื่อขัดขวางการทำโปรเฟสชั่นนอล ฟาว์ลและถ้าคาร์ราเกอร์ถูกไล่ออกเขาเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดของพวกเขา
เป็นกัปตัน รูปเกมก็คงออกมาอีกอย่าง พวกเขาก็จะอยู่ภายใต้ความกดดัน"
"ผู้ตัดสินก็อยู่ห่างไป 4-5 หลาจากจุดนั้น เขาจะใช้ข้อก้ตัวว่ามีกองหลังรองอยู่ก็ไม่ได้ด้วย ไมเคิ่ลหลุดทะลุแล้ว
และด้วยความเร็วของไมเคิ่ลเขาจะกระชากหลุดคาร์ราเกอร์ได้แน่"
ในขณะเดียวกันเฟอร์กี้ไม่ลืมจังหวะที่"เอ๋อ"สไลด์ทั้งตัวเสียบไมเคิ่ล คาร์ริคในกรอบเขตโทษครึ่งแรกแต่กรรมการกลับไม่ให้จุดโทษต่อด้วย
"เขาพุ่งเสียบเหนือลูกบอล ถ้าเป็นนอกกรอบรับรองเป็นฟรีคิกและบางทีอาจใบเหลืองด้วย"
"แต่มันเกิดขึ้นในกรอบเขตโทษและผู้ตัดสินก็อยู่ห่างแค่ 6 หลา มันเป็นอีกการตัดสินใจแย่ๆของเขากันเลยทีเดียว"
อย่างไรก็ตามเฟอร์กี้กล่าวชมลิเวอร์พูลที่เล่นดีสมควรกับเป็นผู้ชนะในเกมนี้อย่างแท้จริง
"ลิเวอร์พูลเป็นทีมที่ดีกว่าและผมคงไม่หันเหอะไรไปจากพวกเขาแน่"
"พวกเขาสมควรเอาชนะในขณะที่เราเองก็เล่นแย่ เราไม่ดีพอ"
credit : soccersuck















