คงไม่มีใครปฏิเสธว่า ดาบิด บีย่า ซานเชซ เป็นหัวหอกเนื้อหอมคนหนึ่งของวงการฟุตบอลยุโรป เขาเกือบจะ ย้ายเข้าสังกัดทีมยักษ์ใหญ่อย่าง บาร์เซโลน่า กับ เรอัล มาดริด ตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่บาเลนเซียยืนยันว่าไม่ต้องการขายดาวยิงวัย 27 ปีก่อนที่ทีมอาซูลกราน่าจะหันไปเซ็นสัญญากับ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เช่นเดียวกับทีมชุดขาวที่เบนเข็มไปคว้าตัว คาริม เบนเซม่า
การชวดโอกาสย้ายทีมครั้งนั้นสร้างความผิดหวังให้ 'เอล กวาเฆ่' ไม่น้อย แต่เขาต้องปฏิบัติตามพันธะสัญญาที่มีอยู่กับทีมค้างคาว ในเมื่อต้นสังกัดไม่ยินยอมพร้อมใจขาย นักเตะก็ต้องอยู่กับทีมต่อไป
ทว่าสถานการณ์ในปัจจุบันแปรเปลี่ยนไป บาเลนเซีย ลดศักดินามาเป็นทีมระดับสามัญชนมีโอกาสประสบความสำเร็จไม่มากนักเมื่อเทียบกับบรรดาทีมดังอย่าง บาร์เซโลน่า, เรอัล มาดริด หรือแม้แต่ เซบีย่า ทีมค้างคาวไม่มีส่วนร่วมบนเวทีแชมเปี้ยนส์ ลีก ในช่วง 2 ปีหลังกลายเป็นทีมเล็กเกินไปสำหรับนักเตะที่ยิ่งใหญ่อย่าง ดาบิด บีย่า
นอกจากเหตุผลข้างต้น ปัญหาเรื่องภาระหนี้สินจำนวนมหาศาลของสโมสรมีส่วนทำให้ข่าวการย้ายสังกัดของ 'เอล กวาเฆ่' ถูกโหมกระพือรุนแรงอีกครั้ง ซึ่งไม่ใช่สองคู่ขาเก่าอย่าง บาร์เซโลน่า หรือ เรอัล มาดริด แต่เป็นทีมเงินถุงเงินถังของอังกฤษอย่าง แมนฯยูไนเต็ด กับ เชลซี นั่นเอง
สื่ออังกฤษระบุว่า เชลซี พร้อมจ่ายเงินมากกว่า 35 ล้านยูโรเพื่อแลกกับ 'เอล กวาเฆ่' ซึ่งเป็นหนึ่งในนักเตะที่ โรมัน อบราโมวิช ชื่นชอบ แต่มันติดขัดตรงที่ว่าทีมสิงห์น้ำเงินกำลังอยู่ในช่วงอุทธรณ์โทษแบนห้ามซื้อ ขายนักเตะจนถึงช่วงซัมเมอร์ปี 2011 จากกรณีเซ็นสัญญากับ กาแอล กากูต้า แบบผิดกฎ การเจรจากับดาวยิงทีมชาติสเปนจึงยุติไปโดยปริยาย
กระแสข่าวจาก 'เดอะ บริดจ์' ยังโน้มเอียงมาทาง เซร์คิโอ อเกวโร่ กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ของ แอตเลติโก มาดริด อีกด้วย เนื่องจากกุนเป็นนักเตะตรงสเป็คของ คาร์โล อันเชล็อตติ
คาร์เล็ตโต้กล่าวชื่นชมกุนจนออกนอกหน้าหลังเห็นด้วยตากับฟอร์มการ เล่นอันโดดเด่นของกุนจากการซัลโวคนเดียวสองประตูในเกมที่ทีมตราหมีเจ๊ากับ ทีมสิงห์น้ำเงินบนเวทีแชมเปี้ยนส์ ลีก 2-2
อันเชล็อตติจึงพยายามโน้มน้าวให้เจ้าสัวโรมันเบนเป้าหมายมาดำเนิน การเซ็นสัญญากับกุนมากกว่า'เอล กวาเฆ่'ซึ่งจะเป็นผลดีสำหรับอนาคตของสโมสรเพราะกองหน้าชาวอาร์เจนไตน์มี ระดับฝีเท้าใกล้เคียงหัวหอกทีมชาติสเปนและน่าจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเมื่อ ดูจากอายุการใช้งานของนักเตะที่มีอายุเพียง 21 ปีเท่านั้น
การเบนเป้าหมายของ เชลซี มิได้ทำให้กระแสข่าวการย้ายสังกัดของ บีย่า ตกลงแต่อย่างใด ทว่าดูจะทวีความร้อนแรงมากขึ้นด้วยซ้ำเพราะเป้าหมายใหม่ของ 'เอล กวาเฆ่' อยู่ที่ 'โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด'
แมนฯยูไนเต็ด เคยยื่นข้อเสนอเป็นเงิน 55 ล้านยูโรแลกกับ ดาบิด บีย่า ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่ บาเลนเซีย บอกปัดข้อเสนอดังกล่าว แต่ลมกำลังพัดหวนให้ทีมปีศาจแดงกลับมาตามจีบ 'เอล กวาเฆ่' อีกครั้งและที่สำคัญคือทีมผีแดงอาจไม่ต้องจ่ายแพงเหมือนช่วงซัมเมอร์ซะด้วย
แหล่งข่าวใกล้ชิดของดาวยิงทีมชาติสเปนระบุว่าดาบิดเกือบจะย้ายเข้า สังกัดเชลซีตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ แต่นักเตะต้องการย้ายไปเล่นกับยูไนเต็ดมากกว่าเพราะเขายังสงสัยเกี่ยวแนวทาง ของทีมสิงห์น้ำเงินที่เพิ่งแต่งตั้งอันเชล็อตติเป็นเทรนเนอร์คนใหม่
กระจอกข่าวคนเดียวกันยังยืนยันเพิ่มเติมว่าหาก ดาบิด บีย่า ตัดสินใจย้ายมาค้าแข้งในลีกเมืองผู้ดี แมนฯยูไนเต็ด จะเป็นทางเลือกอันดับแรกของหัวหอกชาวอัสตูเรียโน่ แต่ติดปัญหาตรงเรื่องค่าตัวกับอายุของนักเตะ แต่หากทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงกันได้ เราอาจมีโอกาสเห็น 'เอล กวาเฆ่' ในคราบปีศาจแดงในอนาคตอันใกล้
ดาบิด บีย่า เริ่มต้นค้าแข้งกับ สปอร์ติ้ง คิฆอน ตั้งแต่ปี 2000 ก่อนโยกมาอยู่กับ เรอัล ซาราโกซ่า เมื่อปี 2003 จากนั้นจึงย้ายมาเข้าสังกัด บาเลนเซีย ในช่วงซัมเมอร์ปี 2005 ด้วยสนนราคาเพียง 12 ล้านยูโร
ตลอดช่วง 4-5 ปีในถิ่นเมสตาย่า 'เอล กวาเฆ่' สร้างผลงานโดดเด่นเตะตาบรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่ทั้งในและนอกประเทศ เขาทำสถิติยิง 94 ประตูจากการลงเล่นให้ทีมค้างคาว 139 นัด
นอกจากนี้หัวหอกชาวอัสตูเรียโน่ยังสะดุดตากว่าคู่หูอย่าง เฟร์นานโด ตอร์เรส ในการเล่นให้ทีมชาติสเปนอีกด้วย หลัง 'เอล กวาเฆ่ 'ทำสถิติกระทุ้ง 33 ประตู จากการลงเล่น 52 นัด สูงสุดเป็นอันดับ 2 รองจาก ราอูล กอนซาเลซ (44 ประตู) เพียงคนเดียว ส่วน 'เอล นินโญ่' ยิงได้เพียง 23 ประตูจากการลงเล่น 71 นัด
ดาบิด บีย่า พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถทั้งระดับสโมสรและทีมชาติว่าเขาเป็นของจริงที่ คุ้มค่าสำหรับการลงทุน แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ว่าจะยอมเจียดเงินรายได้จากค่าตัวของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มาเซ็นสัญญากับ 'เอล กวาเฆ่' ตามกระแสข่าวข้างต้นหรือไม่เท่านั้น
สื่อเมืองกระทิงฟันธงว่า ดาบิด บีย่า จะย้ายออกจากถิ่นเมสตาย่าแน่ เพียงแต่จะเกิดขึ้นตั้งแต่ในช่วงเดือนมกราคมนี้หรือรอจนถึงช่วงซัมเมอร์หน้า หลังเสร็จภารกิจกับทีมชาติสเปนในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่แอฟริกาใต้
เครดิต เอสปันญ่า ..ค็อกเทล : โดย..JOKE


















