ไม่มีอะไีรมากครับ
อยากแลกเปลี่ยนแง่มุมความคิด และ(ที่สำคัญที่สุด)บ่นตามสไตล์คนแก่
ผมเป็นพยานอีกหนึ่งคนที่นั่งพิจารณาซากของยูไนเต็ดที่โดนยูงทองจิืกตายคาขุมนรกเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา(ด้วยฟอร์มที่ห่วยแตกกันเล่นหมาไม่แหลกกันถ้วนหน้า)
เป็นหนึ่งในอีกหลายๆนัดที่ผ่านตาผม นับตั้งแต่เริ่มเชียร์ยูไนเต็ดมาตั้งแต่ปี 93-94 (จำปีไม่ได้แน่นอน)
เว่ากันซื่อๆไปเลย ตอนนั้น เชียร์ตามกระแสแบบสุดๆ
ไม่อาจเรียกตัวเองว่าเป็นประเภทแฟนพันธ์แท้เก๋ากึ๊ก รักแท้มากมายอะไรนะครับ แต่ก็ดูทีมนี้มาได้ซักระยะเวลานึงพอสมควร
ตอนนั้นผมยังอ่านชื่อยอดกองหน้าจอมเหินเวหาของยูไนเต็ด อดีตพ่อบ้านแมนซิตี้ อย่างภูมิใจเลยครับว่า "มาร์ค ฮูเกส" 555
ยูไนเต็ดที่ผมรู้จักไม่เคยเปลี่ยนไปเลยครับ ในแต่ละปีจะมีนัดนึง สองนัด สามนัด ไปจนถึง แปด เก้านัด ที่นักเตะนัดกันเองนอกสนาม โดยไม่ได้นัดแฟนบอลไว้ด้วยว่า จะเล่นแบบห่วยแตกให้เสียดายเวลาอดหลับอดนอน
นัดที่โดนเซาท์แธมป์ตันยิงหลอนกระจายคาเดอะเซนต์ ผมเองก็นั่งหน้าเป็นทู้ดดอยู่หน้าทีวีเช่นเดียวกัน(พลางคิด พรุ่งนี้เอาไงดีกรู)
ผมพลาดอยู่หลายนัดเช่นกันสำหรับ วันที่ยูไนเต็ดห่วยแตก เท่าที่จำได้น่าจะเป็นคืนฝนตกที่มิลานและเป็นจุดกำเนิดของผีกาก้าอันโด่งดัง ณ ซังกะบ๊วย
และแน่นอนทีมนี้ก็เป็นทีมเดียวกับที่ผมนั่งดู ไรอั้น กิ๊ก ลากผ่านผู้เล่นอาร์เซน่อลไป 4-5 คน ลากเข้าไปยิงแสกหน้า ซีแมน
หรือจะเป็น ลูกฮาร์ฟวอลเลย์ของ เดอะ คิง ที่ยิงใส่หงส์ ที่ไม่รู้ว่าให้ยิงอีก 10 ลูกจะได้เหมือนเดิมรึเปล่า แต่ถ้าไปถาม เดอะคิงว่า ทำได้มั้ย คันโตน่า คงตอบว่า แหงแซะไอ้หนู ถ้าเขาไม่สกายคิก ใส่คุณซะก่อน
2 เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในรายการเดียวกับที่ ลีดส์ เพิ่งเขี่ยเราพ้นทางไปนั่นเอง
นี่ก็สิ่งที่ยูไนเต็ดก็ไม่เคยเปลี่ยนเช่นกัน และทุกเหตุการณ์ที่ผมพูดถึง มีอยู่อย่างหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยเหมือนเช่นยูไนเต็ด คือ ป๋า
เขาคนนี้เป็นคนปั้นให้นักเตะทุกคนผลิตฟอร์มที่สุดยอดให้เราได้ครางหงิงๆหน้าจอ และก็เป็นคนๆเดียวกับที่อยู่เบื้องหลังหายนะเที่ยวล่าสุดนี้เช่นกัน
บางทีถ้าจะโทษใครที่ทำให้เรามานั่ง โกรธ หวัง รัก บ้าบอ อยู่ทุกวันนี้ ก็เพราะ ป๋าเองนั่นแหละ
ป๋าทำให้เรารู้จักยูไนเต็ด ในแบบที่ประสบผลสำเร็จมากเกินไป ป๋าทำให้เราเรารู้จักยูไนเต็ดในวันที่มีสตาร์มากมายในทีมมากเกินไป ป๋าทำให้เราเรารู้จักยูไนเต็ดในแบบมีลีลาตื่นเต้นเร้าใจมากเกินไป ป๋าปั้นให้เบอร์เจ็ดเพอร์เฟคไปซะทุกอย่างมากเกินไป
ในวันที่ยูไนเต็ดห่วยแตก และ พ่ายหมดรููป มันจึงกลายเป็นเหมือน โลกจะถล่ม ซะงั้น...
ผมไม่ได้จะมานั่งอวย ป๋า และไม่ได้คิดว่า นักเตะจะพากันฮึดเร่งฟอร์มซะจนถล่ม ซิตี้ ได้ในวันพรุ่งนี้ที่จะเจอกันในถ้วยเล็ก
และ ฟอร์มกระฉูด ชนะติดต่อกันจนกวาดแชมป์ที่เหลือในฤดูกาลนี้ทั้งหมด
ถ้ายูไนเต็ดแพ้อีกพรุ่งนี้ ความรู้สึกนี้ก็จะยังคงเป็นเช่นเดิมคือ เชียร์ต่อไป
ผมอาจแก่เกินไปที่จะไปแจกจ่ายความรักไว้กับสิ่งต่างๆ เพราะเมื่อเรารักมาก มันก็จะห่วงมาก ซะจนกลายเป็นหวงไป ทั้งที่ทุกอย่างมันไม่ใช่ของเรา ตั้งแต่แรกและจะไม่มีวันเป็นของเราเลย ไม่ว่าอะไร
เมื่อคนมันผ่านเวลา เหตุการณ์ คน หรือที่เราเรียกว่ามันว่า ประสบการณ์ (ไม่ได้อวยตัวเองว่าผ่านอะไรมาเยอะแยะ ก็แค่เด็กคนนึงที่มันอายุมากขึ้นไม่กี่ปีจากเดิม) มาซักระยะหนึ่ง มันจะเริ่ง ปลง
ในอดีตช่วงที่ของยังแรง ยูไนเต็ด คือสิ่งที่แตะต้องไม่ได้ มันทำให้ผมต่อยกับเพื่อน ลืมสิ่งที่เคยช่วยเหลือจุนเจือกันมา แสดงความรัก ยูไนเต็ด ซะเต็มประดา ทั้งที่เมื่อมาคิดในวันนี้ ข้อเท็จจริงคือ โกรธที่เพื่อนมันว่ากระทบกระเทียบเราต่างหาก
ในอดีตวันที่ยูไนเต็ดแพ้แทนที่ผมจะมานั่งวิเคราะห์ว่าอะไรเป็นอะไร ใครฟอร์มห่วยกว่าใคร กลับกลายเป็นว่า พรุ่งนี้ กรูจะพูดหรือทำหน้ายังไง ตอนไปเจอแฟนทีมอื่น ซะงั้น
สรุปรักตัวเอง รึยูไนเต็ด บอกไปเลย สำหรับผม รักยูไนเต็ดคือข้ออ้าง...
ในวันที่อายุึเท่านี้ ผมกับเพื่อนนั่งคุยเรื่องบอลในมุมที่ต่างออกไปจากเดิมมากถึงมากที่สุด เน้นชนแก้วและปรึกษาเรื่องต่างๆกันมากกว่า ในสังคมอายุสั้นเช่นทุกวันนี้การได้มีโอกาสแบบนี้ก็ถือว่้าเป็นเรื่องที่น่าพอใจแล้ว เพราะจะเดินเข้าร้านแต่ละที ก็กลัวไปเหยียบทีน ลูกนักการเมือง... เพราะมีมากซะเหลือเกิน
โลกนี้มีอะไรน่าตลกกว่าที่เราจะคิดเสมอ เช่น ตราโอเร่(นักเตระดับเทพสถิตย์เวอร์ช่น หงส์ เทียบชั้น พ่อน้ำ้ตาลของเรา) ได้แชมป์ยุโรป หรือ คีแรน เดอะเงาะ ริชาร์ดสัน ได้แชมป์พรีเมียร์มากกว่าเชียร์เรอร์ หรือ เจอราร์ด
ฟอร์มของยูไนเต็ดในวันที่แพ้ลีดส์มันน่าตลก มากกว่า หดหู่ สำหรับผมอะนะ
บอกกันไปโต้งๆเลยครับว่า
ป๋าคือคนที่ทำให้ผมได้มานั่งเชียร์ ยูไนเต็ดอยู่ทุกวันนี้เพราะ ถ้วยเอฟเอ ในวันนั้น ผมไม่ได้ติดตามฟุตบอลมานานก่อนหน้าจากที่กล่าวไปแล้ว แต่ก็ได้ยินมาเหมือนกันว่า กว่าจะมาเป็นเซอร์ในวันนี้ ก็เพราะ เอฟเอ ใบนี้นี่แหละที่ลาก ป๋ามาจากนรก...
ถ้าจะมีใครมองว่าถ้วยนี้มีความสำคัญมันไม่ใช่ผมหรือคุณแน่ๆ เพราะยูไนเต็ดมีทุกวันนี้ เพราะเอฟเอคัพใบนี้ที่ชี้ทางมา ป๋าเคยทำผิดพลาดที่ทิ้งถ้วยนี้เพื่อไปเล่นถ้วยสโมสรโลกที่บราซิล และทุกวันนี้ป๋าเองก้ยังยอมรับว่าทำพลาดไปจนกลายเป็นรอยด่างในชีวิตของเขาไปตลอด
สำหรับผมเหตุการณ์ในวันอาทิตย์คือหนึ่งในนัดที่ห่วยอีกนัดนึงสำหรับยูไนเต็ด มันก็แค่นั้นจริงๆ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะไม่เพิ่มเป็นอีกนัดในวันพรุ่งนี้... และเชียร์ต่อไป
ปล.ผมชอบกระทู้ติมากกว่า กระทู้อวยนะครับ แต่ถ้าใครมาถามผมว่าจะติอะไรป๋า ผมคงบอกว่าไม่รู้จะติอะไร เพราะทีมนี้อยู่คนละซีกโลกกับผม ผมไม่มีข้อมูลอะไรเลยที่จะไปจัดตัวนั้นตัวนี้ลง หรือเลือกใครลงสนาม ดีที่สุดสำหรับผม วันที่ยูไนเต็ดแข่งคือ ใส่เสื้อแข่ง พร้อมกับกำรีโมตในมือรอดูบอล ป๋าอยู่กับนักเตะทุกวันพร้อมทีมงานและข้อมูลในมือ ป๋าจัดใครลงก็คงตามเชียร์ไปตามนั้น ถึงจะมีหลายนัดที่มันน่าละเหี่ยใจก็ตาม
ปล2.เพราะป๋าทำให้ยูไนเต็ดกลายเป็นที่รัก เพราะฉะนั้นถ้ามันเกิดข้อผิดพลาดเขาก็ต้องเป็นคนแรกๆที่ต้องรับผิดชอบ แต่ถ้าถามผมว่า ใครกันที่รักยูไนเต็ด มากที่สุดในโลก แน่นอนคำตอบมันไม่ใช่ผมหรือคุณ
ปล3. สองนัดถึงสามนัดล่่าสุด ที่ผมนั่งดูยูไนเต็ดแพ้ และผมเห็นข้อที่เด่นชัดที่สุดและเชื่อว่าป๋าก็มองออกแต่ยังหาทางแก้ไม่ได้ เหมือนอย่างที่ทีมอื่นมองออกแล้วในจุดบอดของทีมเราคือ การโยนยาวให้กองหน้าที่มีวามเร็วเข้าจัดการเช่น อัคบอลลาฮอล์ในเกมส์กับวิลล่า หรือกองไซส์ยักษ์ที่พักบอลแล้วเล่น อย่างซาโมร่า ณ ฟูแล่ม หรือล่าสุด เบ็คฟอร์ด ณ ลีดส์ที่มีรวมกันทั้งแกร่งและเร็ว โยนมาทีไรหลังเรายวบทุกที นัดกับ ฟูแล่มพอให้อภัยเพราะมิใช่หลังอาชีพ ส่วนนัดล่าสุด มีเมรพ บราวนี่กะ แกรี่ ในวัยอันโรยรา ก็ละไว้ในฐานที่เข้าใจแล้วกันนะครับ จะซื้อหรือปั้นก็รอลุ้นป๋ากันต่อไป


















</center>

