MANU NEWS !!
สมอลลิ่งรับตื่นเต้นเตรียมย้ายเข้ารังผี

คริส สมอลลิ่ง เซนเตอร์ฮาล์ฟพรสวรรค์ ฟูแล่ม รับคงตื่นเต้นมิใช่ย่อย เมื่อถึงวันต้องย้ายไปอยู่กับต้นสังกัดใหม่ อย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด แต่ยันการลงเล่นกับดาวเตะระดับบิ๊กเนม จะไม่ทำให้รู้สึกประหม่าแน่นอน
คริส สมอลลิ่ง ปราการหลัง ฟูแล่ม ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก ยอมรับ เมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า คงรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย เมื่อถึงวันที่ต้องย้ายไปอยู่ท่ามกลางดาวเตะชื่อดังในรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้นสังกัดใหม่
สมอลลิ่ง เซ็นสัญญากับ แมนฯ ยูไนเต็ด ล่วงหน้า เมื่อช่วงเปิดตลาดนักเตะเดือนมกราคมที่ผ่านมา และจะย้ายจาก "เจ้าสัวน้อย" ไปสวมชุด "ปีศาจแดง" ลงสนามอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ซีซั่นหน้าเป็นต้นไป
สมอลลิ่ง กล่าวว่า "มันเร็วมาก และทุกอย่างก็เกิดขึ้นเร็วมาก มันน่าตื่นเต้น การย้ายไปยัง ยูไนเต็ด ของผมมาแบบไม่ทันตั้งตัว ผมกำลังจดจ่ออยู่กับการทำผลงานให้ดีกับ ฟูแล่ม และเพิ่งติดทีมชาติชุดยู-21 จากนั้นการย้ายสังกัดครั้งนี้ก็เกิดขึ้น และมันก็เป็นโอกาสทองสำหรับผม"
"เมื่อมีหนึ่งในสโมสรที่ดีที่สุดในโลกมองว่า คุณดีพอสำหรับพวกเขา มันถือเป็นคำยกย่องที่ยอดเยี่ยมมาก ผมคิดว่าเมื่อถึงตอนนั้น ผมคงตื่นเต้นไปกับนักเตะชื่อดังที่อยู่รายรอบตัวแน่ แต่ผมไม่ได้ปอดกระเส่านะ ตอนผมเริ่มต้นเล่นให้ ฟูแล่ม ผมก็ประหม่าเหมือนกัน แต่ตอนนี้ผมได้ลงเล่นไปแล้ว และเคยชินกับมันแล้ว" กองหลังร่างโย่ง ทิ้งท้าย
รูนเจ๋งซิวพีเอฟเอ แฟนส์เดือนก.พ.

เวย์น รูนี่ย์ หัวหอกจอมถล่มประตู แมนฯ ยูไนเต็ด รับรางวัลจนเมื่อยมือ ล่าสุดซิวตำแหน่ง พีเอฟเอ แฟนส์ เพลเยอร์ ออฟ เดอะ มันธ์ ประจำเดือน ก.พ. ไปครองเรียบร้อย ด้าน เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มหากุนซือ "ผีแดง" ยกตอนนี้ "รูน" ฟอร์มฮอตที่สุดในโลกแล้ว
เวย์น รูนี่ย์ กองหน้าทีมชาติอังกฤษของ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มหาอำนาจลูกหนังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก คว้ารางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยม จากการโหวตของแฟนบอลของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ (พีเอฟเอ) หรือ พีเอฟเอ แฟนส์ เพลเยอร์ ออฟ เดอะ มันธ์ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ ไปครอง หลังทำผลงานได้อย่างร้อนแรงตลอดเดือนที่ผ่านมา
"รูน" ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในฤดูกาลนี้ โดยกระซวกตาข่ายให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้ว 28 ประตู จากการลงเล่นทุกรายการ และล่าสุดเพิ่งจะโหม่งประตูชัย ช่วยให้ต้นสังกัด ชนะ แอสตัน วิลล่า 2-1 ครองแชมป์คาร์ลิ่ง คัพ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
ขณะที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือ "ผีแดง" ออกมาเผยว่า ไม่มีนักเตะคนไหนในโลกนี้ที่จะมีฟอร์มการเล่นสุดยอดเหมือนกับ รูนี่ย์ ในตอนนี้อีกแล้ว และคงเป็นเรื่องยากที่จะหาใครสักคนที่จะไม่เห็นด้วยในเรื่องนี้
กิลล์เดือด!จวกแฟนตื๊อเทกโอเวอร์ผี

ศึกในมุ้ง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ท่าจะบานปลายหนัก เมื่อ เดวิด กิลล์ ซีอีโอคนเก่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เฉ่งบรรดาแฟนบอล "เร้ด อาร์มี่" ที่กำลังระดมเงินเข้ามาซื้อสโมสร พร้อมตบท้ายไม่มีทางสมหวัง เพราะ ตระกูลเกลเซอร์ ไม่มีทางปล่อยให้ "ปีศาจแดง" หลุดมือไปแน่
เดวิด กิลล์ ประธานบริหาร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดทีมแห่ง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกโรงจวกบรรดาแฟนบอล และกลุ่มนักลงทุน ที่พยายามยื่นข้อเสนอซื้อกิจการของสโมสร ซึ่งมีหนี้สินมหาศาลไปบริหารงานต่อ
บิ๊กบริหารแห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ตั้งคำถามกลับไปให้เหล่าคนที่อยากได้ "ปีศาจแดง" ไปครอบครองต่อจาก ตระกูลเกลเซอร์ ได้ขบคิดว่า "เร้ด เดวิลส์" จะทำการบริหารงานในฐานะองค์กรธุรกิจอย่างไร และจะดำเนินการตัดสินใจแบบไหน "หากต้องดำเนินงานภายใต้เศรษฐี 20, 30 หรือ 40 คน"
กิลล์ กล่าวต่อไปว่า กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "เร้ด ไนท์ส (อัศวินแดง)" จะไม่สามารถขับไล่เหล่าเจ้าสัวมะกัน ออกจากสโมสรได้ เนื่องจาก ตระกูลเกลเซอร์ ต้องการเก็บสโมสรเอาไว้ต่อไปอีกหลายปีข้างหน้า นอกจากนั้น ยังโจมตี คีธ แฮร์ริส หัวหน้ากลุ่ม โดยระบุว่า "สถิติบนเส้นทางลูกหนังของผม ไม่มีอะไรต้องสาธยายอีกต่อไปแล้ว"
ทั้งนี้เหล่าสาวก "เร้ด อาร์มี่" กำลังโกรธเคืองอย่างหนัก ที่สโมสรมีตัวเลขหนี้พุ่งพรวดกว่า 716.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 40,124 ล้านบาท) หลังจากถูกเจ้าของชาวอเมริกัน เข้ามาเทกโอเวอร์ เมื่อปี 2005
ฉาว!จอห์นสันถูกจับอัดแฟนผีในผับ

ไมเคิ่ล จอห์นสัน กองกลาง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถูกตำรวจแดนผู้ดีรวบตัวไปสอบปากคำ หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยข้อหาทำร้ายร่างกายสาวก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รายหนึ่งในไนต์คลับกลางเมืองแมนเชสเตอร์ เมื่อช่วงเดือนธันวาคมปีที่แล้ว โดยดาวเตะ "เรือใบสีฟ้า" ได้รับการประกันตัวออกไปจนกว่าจะมีการการสอบสวนเพิ่มเติมในช่วงกลางเดือนเมษายนนี้
เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ออกมาเปิดเผยเมื่อวันพุธที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า ไมเคิ่ล จอห์นสัน มิดฟิลด์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมดังในศึก พรีเมียร์ลีก ถูกจับกุมและนำตัวไปสอบปากคำ หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยทำร้ายร่างกาย โดยถูกกล่าวหาว่าใช้ศีรษะโขกแฟนบอลรายหนึ่งของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอริร่วมเมือง ที่กำลังร้องเพลงเชียร์ "ปีศาจแดง" อยู่กับเพื่อนๆ ในไนต์คลับชื่อ โฟร์ตี้ เซคคันด์ สตรีท (42nd Street) กลางเมืองแมนเชสเตอร์
ทั้งนี้ เป็นที่คาดกันว่า เหยื่อผู้เคราะห์ร้าย ซึ่งมีอายุ 22 ปี เท่ากับ จอห์นสัน นั้น น่าจะแจ้งเหตุต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจที่ผ่านมาในบริเวณที่เกิดเหตุว่าตนถูกทำร้ายร่างกายในช่วงเช้ามืดของวันอาทิตย์ที่ 6 ธ.ค.ปีที่แล้ว ส่งผลให้มีการรวบตัวดาวเตะ "เรือใบสีฟ้า" ก่อนที่เจ้าตัวจะได้รับการประกันตัวจนกว่าจะถึงวันพุธที่ 14 เม.ย.นี้
โฆษกตำรวจเกรทเตอร์ แมนเชสเตอร์ ระบุเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า "ในช่วงหลังตี 1 ของวันอาทิตย์ที่ 6 ธ.ค.2009 (ตรงกับเวลาประเทศไทย 08.00 น.ของช่วงเช้าวันเดียวกัน) รถสายตรวจถูกโบกให้จอด ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะได้รับแจ้งว่ามีชายคนหนึ่งถุกทำร้ายร่างกาย เหยื่อวัย 22 ปี แจ้งว่าเขาถูกทำร้ายร่างกายที่ไนต์คลับชื่อ โฟร์ตี้ เซคคันด์ สตรีท โดยชายคนดังกล่าวมีบาดแผลที่ใบหน้า แต่ไม่มีอาการบาดเจ็บอื่นๆ แต่อย่างใด"
"ชายวัย 22 ปีคนหนึ่งถูกจับกุมหลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยในข้อหาทำร้ายร่างกาย แต่ได้รับการประกันตัวออกไป จนกว่าจะมีการการสอบสวนเพิ่มเติมในวันพุธที่ 14 เม.ย.2010 ขณะที่ชายอีก 2 คน วัย 21 และ 22 ปี ถูกนำตัวมาสอบปากคำและถูกกันตัวไว้เป็นพยาน" กระบอกเสียงโปลิศ เกรทเตอร์ แมนเชสเตอร์ ระบุ
สำหรับ จอห์นสัน กองกลางวัย 22 ปี ขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงประสบปัญหาอาการบาดเจ็บเข่า และต้องพักยาว ทำให้ไม่ได้ลงเล่นให้กับทีม แมนฯ ซิตี้ มาเป็นเวลานานแล้ว
เจมส์ฟันธงรูนคือดาวเด่นบอลโลกตัวจริง

เดวิด เจมส์ นายด่าน "สิงโตคำราม" ฟันธงฉับ เวย์น รูนี่ย์ จะสร้างชื่อเป็นตำนานลูกหนังได้แน่ๆ ในศึกฟุตบอลโลก 2010 หนนี้ ชมเปาะ เจมส์ มิลเนอร์ และ โจ ฮาร์ท สำแดงฟอร์มร้อนระอุเหลือเชื่อ พร้อมยกให้ จานลุยจิ บุฟฟ่อน คือจอมหนึบคนโปรด ชี้ สเปน-บราซิล คือคู่แข่งสำคัญของ "ทรี ไลอ้อนส์" ในเวที เวิลด์ คัพ
เดวิด เจมส์ ผู้รักษาประตูจอมเก๋า พอร์ทสมัธ ทีมบ๊วย พรีเมียร์ลีก เชื่อมั่นว่าศึกฟุตบอลโลก 2010 ระหว่างวันที่ 11 มิ.ย.-11 ก.ค.นี้ ที่ประเทศแอฟริกาใต้ จะเป็นเวทีหนุนส่งให้ เวย์น รูนี่ย์ หัวหอกทีมชาติอังกฤษ สังกัด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามารถสร้างชื่อระบือไกลในฐานะสุดยอดนักเตะของโลกได้สำเร็จ
นายด่านวัย 39 กะรัต กล่าวผ่านเว็บไซต์ โกลดอตคอม (Goal.com) ก่อน "สิงโตคำราม" จะมีคิวลงลับแข้งกับ อียิปต์ ที่สนาม เวมบลีย์ คืนวันพุธที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่า "ในฟุตบอลโลกเราจะได้เห็นนักเตะระดับโลกมากมายลงเล่น เวย์น รูนี่ย์ จะกลายเป็นสุดยอดดาวดังอย่างแท้จริง และจะเป็นตำนานในระดับโลกต่อไปได้ ผมคิดว่าฟุตบอลโลกหนนี้ มีอะไรที่สำคัญมากกว่าธรรมดา และมันก็เป็นโอกาสที่ดีที่ เวย์น จะได้สร้างตำนานของเขา"
เจมส์ ที่หวังจะได้เป็นหนึ่งในทัพ "สิงโตคำราม" ชุดออกเดินทางไปลงเตะที่แอฟริกาใต้ซัมเมอร์นี้ ยังออกปากชมเปาะฟอร์มการเล่นของสองดาวรุ่งเพื่อนร่วมทีมผู้ดีอย่าง เจมส์ มิลเนอร์ ปีก แอสตัน วิลล่า และ โจ ฮาร์ท นายทวารตัวยืมของ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ อีกด้วย
"ผมเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ โจ เขามีอนาคตที่สดใสรออยู่ เขากำลังทำได้ดีมากๆ กับ เบอร์มิงแฮม แม้ว่าตอนนี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (ต้นสังกัดของ ฮาร์ท) จะมี เชย์ กิฟเว่น ครองมือ 1 อยู่ก็ตาม แต่เขาก็ได้เปรียบเพราะอายุยังน้อย เขาจะเป็นคนที่จะมีโอกาสได้สวมเสื้อตัวนั้นในอนาคต ผมยังประทับใจ เจมส์ มิลเนอร์ ในฤดูกาลนี้ด้วยเช่นกัน การทุ่มเททำงาน และทักษะการเล่นของเขาเป็นอะไรที่น่าประทับใจมากๆ และเขาก็สมควรจะมีชื่อในทีมชาติชุดนี้"
สำหรับคำถามที่ว่าผู้รักษาประตูรายใดที่น่าจะเป็นอุปสรรคของ อังกฤษ ในศึกฟุตบอลโลกหนนี้นั้น นายทวาร "ปอมปีย์" กล่าวว่า "จานลุยจิ บุฟฟ่อน คือผู้รักษาประตูคนโปรดของผมมาหลายปีแล้ว ไม่ใช่แค่การเป็นจอมเซฟเพียงอย่างเดียวเท่านั้นหรอกนะ หากแต่คุณสมบัติพิเศษของเขาก็ทำให้ผมประทับใจ ผมต้องบอกด้วยว่า อูโก้ ยอริส (ฝรั่งเศส) ก็เป็นอีกคนที่มีความสามารถพอที่จะทำเช่นเดียวกันได้ และทำผลงานได้ดีมากๆ โดยเฉพาะเกมรอบเพลย์ออฟกับ ไอร์แลนด์"
ส่วนทีมที่น่าจะเป็นอุปสรรคสำหรับอังกฤษในการคว้าแชมป์โลกนั้น เจมส์ ระบุว่า "สเปน คือคู่ปรับทีมเดียวที่เอาชนะเราได้มากกว่า 1 ประตู (อุ่นเครื่องพ่าย 0-2 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่ผ่านมา) คืนนั้นพวกเขาแข็งแกร่งมากๆ แถมการผ่านบอล และการเคลื่อนไหวของพวกเขา ก็ถือได้ว่าสุดยอดมากๆ ดังนั้น พวกเขากับ บราซิล จึงเป็นทีมคู่แข่งที่น่ากลัวมากๆ"
"แต่เราก็ทำได้สุดยอดในรอบคัดเลือก เราเล่นได้ดีมากๆ ในเกมที่พบกับทีมดีๆ หลายทีม และนั่นก็ทำให้เรามีความมั่นใจอย่างใหญ่หลวง ไม่มีทีมไหนที่เราต้องหวาดกลัวเป็นพิเศษ มันเป็นฟุตบอลโลก ดังนั้น อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะมีโชคเข้าข้างไปตลอดเส้นทาง" นายทวารจอมเก๋าปิดท้าย
นานี่หนุนผีคว้าเวโลโซ่เต็มสูบ

นานี่ ปีกจอมเลื้อยแดนฝอยทองของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนับสนุนเต็มพิกัดให้ต้นสังกัดคว้าตัว มิเกล เวโลโซ่ กลางรับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน มาร่วมทีมให้ได้ หลังมียักษ์ใหญ่หลายทีมกำลังจ้องฉกตัวไปเช่นกัน ยืนยัน อดีตเพื่อนร่วมทีมเป็นนักเตะคุณภาพ พร้อมลงเล่นให้กับทีมใหญ่อย่าง "ปีศาจแดง" ได้แน่ๆ
นานี่ ปีกจอมเลื้อย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หนุนสโมสรเต็มที่ในการคว้าตัว มิเกล เวโลโซ่ กองกลางตัวรับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน มาร่วมทีมให้ได้ หลังแข้งดังแดนฝอยทองวัย 23 ปี กลายเป็นนักเตะที่กำลังถูกจับตามองจากทีมยักษ์ใหญ่มากที่สุดในทวีปยุโรปนับตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เชลซี และ อาร์เซน่อล
ดาวเตะทีมชาติโปรตุเกส กล่าวว่า "ผมรู้ว่ามีข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับความสนใจในตัว เวโลโซ่ ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ผมไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าเขาจะมาหรือไม่ ผมรู้จักเขาดีเพราะเขาเคยเป็นเพื่อนร่วมทีมเก่าของผม ผมรู้ว่าเขาเป็นนักเตะที่มีคุณภาพพอที่จะเล่นให้กับสโมสรอย่าง ยูไนเต็ด ฟุตบอลที่นี่เล่นยาก แต่เขาก็เป็นนักเตะที่สามารถทำได้ดีกับทีมใหญ่ และผมก็รู้ด้วยว่าเขากำลังจะได้รับโอกาสที่ดีในการย้ายออกจาก สปอร์ติ้ง"
ริโอเผยรู้ตัวได้เป็นกัปตันสิงโตจากทีวี

ริโอ เฟอร์ดินานด์ กัปตันทีมชาติอังกฤษคนใหม่ รับรู้ตัวได้รับการแต่งตั้งให้สวมปลอกแขนแทน จอห์น เทอร์รี่ จากการดูทีวี ชี้ตอนนั้นยังไม่ได้พูดคุยกับ ฟาบิโอ คาเปลโล่ กุนซือ "สิงโตคำราม" แต่อย่างใดทั้งสิ้น พร้อมซูฮกนายใหญ่ชาวอิตาเลียนเป็นโค้ชที่ยอดเยี่ยมพอๆ กับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นายใหญ่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เลยทีเดียว
ริโอ เฟอร์ดินานด์ ปราการหลังทีมชาติอังกฤษ ออกมายอมรับว่าตนรู้ตัวว่าได้เป็นกัปตันทีมชาติคนใหม่จากข่าวทางโทรทัศน์ หลัง ฟาบิโอ คาเปลโล่ กุนซือ "สิงโตคำราม" สั่งปลด จอห์น เทอร์รี่ กัปตันทีมคนเก่า พ้นตำแหน่งเนื่องจากก่อคดีฉาวแอบเล่นชู้กับอดีตแฟนสาวของ เวย์น บริดจ์ อดีตเพื่อนร่วมทีมชาติ และอดีตเพื่อนร่วมทีม เชลซี ก่อนจะแต่งตั้งให้เซนเตอร์ฮาล์ฟ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รับหน้าที่สวมปลอกแขนนำทีมลงสนามแทนเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
ดาวเตะ "ปีศาจแดง" ยอมรับว่าช่วงเวลาที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกัปตันคนใหม่ "ทรี ไลอ้อนส์" นั้น ตนไม่ได้พูดคุยกับ คาเปลโล่ เรื่องการรับตำแหน่งต่อจาก เทอร์รี่ เลย โดยเผยผ่านหนังสือพิมพ์ "เดอะ การ์เดี้ยน" ในแดนผู้ดี ว่า "ตอนนั้นผมยังไม่ได้คุยกับผู้จัดการทีมเลย ทีมชาติยังไม่ได้แจ้งอะไรมาทั้งสิ้น เรายังไม่ได้คุยกับผู้จัดการทีมเลยด้วย เขาเองก็ยังไม่ได้คุยกับพวกนักเตะ เขาทำทุกอย่างตามแนวทางที่วางเอาไว้ เราคงต้องรอจนถึงตอนที่เรามารวมทีมกัน ผมได้รู้จากทีวีว่าตัวเองได้เป็นกัปตันทีม"
ขณะเดียวกัน เฟอร์ดินานด์ ซึ่งจะยังไม่ได้สวมปลอกแขนในเกมที่ "สิงโตคำราม" จะเปิดรังอุ่นแข้งกับ อียิปต์ ในวันพุธที่ 3 มี.ค.นี้ เนื่องจากยังมีอาการบาดเจ็บรบกวนนั้น ยังยกย่องชื่นชมสไตล์การทำทีมของ คาเปลโล่ โดยเปรียบเทียบกับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือ "ปีศาจแดง" เลยทีเดียว ด้วยการระบุว่า "เขายอดเยี่ยมมากๆ เขาคล้ายกับผู้จัดการทีมของเราที่ ยูไนเต็ด เลยทีเดียว"
"สิ่งที่ดีที่สุดในตัวเขาคือเขาเป็นคนที่มีความชัดเจน คุณจะได้ทราบอย่างชัดเจนว่าเขาต้องการอะไรจากคุณบ้าง ก่อนที่คุณจะก้าวลงสู่สนาม และนั่นคือสิ่งที่เราขาดไปในช่วง 2-3 ทัวร์นาเมนต์ที่ผ่านมา เขาจะบอกว่า "นี่คือสิ่งที่ผมต้องการ นี่คือสิ่งที่ผมคาดหวังไว้ และนี่คือสิ่งที่ผมเรียกร้อง และถ้าคุณทำไม่ได้ คุณก็จะไม่ได้ลงสนาม โดยไม่สนว่าคุณจะเป็นใครมาจากไหนก็ตาม" " เฟอร์ดินานด์ ทิ้งท้าย
เบิร์บตั้งเป้าพาบัลแกเรียไปยูโร2012

ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ดาวยิงเชิงสูงทีมชาติบัลแกเรีย รับภูมิใจสุดๆ ที่ได้เป็นเจ้าของสถิติยิงประตูให้ทีมชาติสูงสุดคนปัจจุบัน พร้อมตั้งเป้าช่วยทีมคว้าตั๋วไปโชว์ฝีเท้าในศึก "ยูโร 2012" รอบสุดท้ายให้ได้ แม้จะยอมรับว่าศักยภาพของทีมไม่อาจเทียบเท่าชาติยักษ์ใหญ่ในวงการลูกหนังได้ และการที่ทีมจะประสบความสำเร็จเหมือนทีมในยุค 90 นั้นคงเป็นเรื่องที่ยากมากๆ เลยทีเดียว
ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ หัวหอกทีมชาติบัลแกเรีย ออกมาระบุว่าตนภาคภูมิใจสุดๆ ที่ทำลายสถิติยิงประตูให้กับทีมชาติได้มากที่สุดของ ฮริสโต้ โบเนฟ และ ฮริสโต้ สตอยช์คอฟ ได้สำเร็จ หลังดาวเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พังตาข่ายในสีเสื้อทีมชาติไปแล้ว 48 ลูก แต่ยังยอมรับว่ายังหวังที่จะได้โชว์ฝีเท้าในรอบสุดท้ายรายการใหญ่อีกครั้งในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป "ยูโร 2012" และหวังที่จะประสบความสำเร็จตามรอยทีมในยุคทศวรรษ 1990 ให้ได้
อย่างไรก็ตาม หัวหอก "ปีศาจแดง" ยอมรับว่าศักยภาพของ บัลแกเรีย ซึ่งกำลังเตรียมตัวอุ่นแข้งกับ โปแลนด์ ในวันพุธที่ 3 มี.ค.นี้ ยังไม่อาจเทียบเท่าบรรดาชาติยักษ์ใหญ่ในวงการลูกหนังได้ โดยกล่าวว่า "เพราะเราเป็นชาติเล็กๆ ไม่เหมือน อังกฤษ, อิตาลี หรือ บราซิล เราจึงมีนักเตะฝีเท้าดีไม่มากเท่าพวกเขา และเมื่อมีนักเตะบางคนได้รับบาดเจ็บ มันจึงเป็นเรื่องยากที่จะหานักเตะมาทดแทน แต่ผมคิดว่าเราก็มีนักเตะดาวรุ่งฝีเท้าดีอายุน้อยๆ อยู่หลายคนเหมือนกัน"
นอกจากนี้ เบอร์บาตอฟ ยังยอมรับว่าการที่ บัลแกเรีย จะประสบความสำเร็จเหมือนทีมในยุคทศวรรษ 1990 ซึ่งเป็นยุคที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายทัวร์นาเมนต์ใหญ่ได้ถึง 3 รายการ แถมยังคว้าอันดับ 4 ในฟุตบอลโลก 1994 ได้สำเร็จอีกด้วยนั้น ถือเป็นเรื่องที่ยากมากๆ แถมความสำเร็จดังกล่าวยังเป็นสิ่งที่สร้างความกดดันให้กับทีมมาตลอดอีกด้วย
"ผู้คนมักจะพยายามนำทีมชุดต่างๆ มาเปรียบเทียบกันอยู่เสมอ ทั้งในอดีต, ปัจจุบัน และอนาคต ซึ่งมันก็สร้างความกดดันให้กับเหล่านักเตะด้วยเช่นกัน ในทีมชุดนั้นมันแตกต่างจากปัจจุบัน ตอนนั้นเรามีนักเตะชั้นยอดหลายคน พวกเขาทำในสิ่งที่หลายคนคาดไม่ถึง และมันก็ยังคงอยู่ในความทรงจำของพวกเราอยู่" ดาวยิงวัย 29 ปี กล่าว
ท้ายที่สุด เบอร์บาตอฟ หวังว่า บัลแกเรีย ซึ่งอยู่กลุ่มเดียวกับ อังกฤษ ในรอบคัดเลือกศึก "ยูโร 2012" นั้น จะคว้าตั๋วไปโชว์ฝีเท้ารอบสุดท้ายที่ โปแลนด์ และ ยูเครน ได้สำเร็จ หลังเจ้าตัวเคยผ่านการลงเล่นในทัวร์นาเมนต์ใหญ่มาแค่ครั้งเดียวเท่านั้นในศึก "ยูโร 2004" ที่โปรตุเกส ซึ่งทัพนักเตะจากแดนโยเกิร์ตกระเด็นตกรอบแรกกลับบ้านโดยไม่มีคะแนนติดไม้ติดมือกลับบ้านแม้แต่แต้มเดียว
"ผมกำลังรอคอยที่จะทำศึกในรอบคัดเลือกศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ซึ่งถ้าเราผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายได้สำเร็จ ผมคงมีความสุขมากๆ เราจะยังคงต่อสู้และทำงานหนักต่อไป จนกว่าเราจะประสบความสำเร็จ" ดาวยิงจอมลีลา กล่าวในที่สุด
www.siamsport.co.th
และ จาก SS











