Home

10 นักฟุตบอลที่ดีที่สุดของโลก!!!

อัพเดทข่าว พูดคุยสนทนา เกี่ยวกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

โพสต์โดย manutd_girl_w » ศุกร์ มี.ค. 12, 2010 14:32

Ferenc Puskas
มีคนนี้ที่รู้จักน้อยสุด ไม่ค่อยรู้ข้อมูลมากนัก
รูปภาพ

><
manutd_girl_w
สต๊าฟโค้ช
สต๊าฟโค้ช
 
โพสต์: 6619
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ก.ย. 23, 2008 11:29

โพสต์โดย คาริโต๊ส เทพเวซ » ศุกร์ มี.ค. 12, 2010 16:10

ดูทันแค่ Zidane

:P
รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
คาริโต๊ส เทพเวซ
ผู้เล่นชุดใหญ่
ผู้เล่นชุดใหญ่
 
โพสต์: 4091
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ก.ย. 23, 2008 08:54

โพสต์โดย gotjisolo » ศุกร์ มี.ค. 12, 2010 16:11

เฟเรนซ์ ปุสกัส
ตำนานสมบูรณ์แบบแห่งลูกหนังแม็กย่าร์
หนึ่งชีพที่ดับสูญมีความหมายถึงหลายชีวิต
เป็นชีวิตของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย
เป็นชีวิตของกองหน้าอัจฉริยะแห่งฮังการีและเรอัล มาดริด ที่เคยฝากผลงานไว้มากล้น
ศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน เฟเรนซ์ ปุสกัส ผ่อนลมหายใจเฮือกสุดท้ายในวัย 79 ปี ในแผ่นดินฮังการี ที่ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดว่าจะลาจากไปตลอดกาลระหว่างการถูกเนรเทศอันเจ็บปวดหลังเหตุการณ์ในปี 1956

สำหรับ ปุสกัส เขาคือบางสิ่งบางอย่างที่เป็นสัญลักษณ์อันสมบูรณ์แบบของความสูญเสียและความรุนแรงที่เขารับมือกับมันมาอย่างกร้าวแกร่งเพราะเขาคือขบถโดยกำเนิด
จู่ๆกองทัพโซเวียตก็ย่ำเท้าเข้าสู่บูดาเปสต์ ในปี 1956 และนั่นคือจุดสิ้นสุดของทีมชาติที่วิเศษสุดชุดหนึ่งของโลก คือบทยุติแห่งการผจญภัยของเหล่านักเตะแม็กย่าร์ หากทว่าชะตาชีวิตที่พลิกผันดังกล่าวได้ทำให้อัจฉริยะขนานแท้คนนี้ได้พานพบโชคชะตาอีกแบบหนึ่งซึ่งรุ่งโรจน์และหลากหลายกว่าเดิม
ปุสกัส ลืมตาดูโลกในปี 1927 ที่คิสเปสต์ ในย่านที่ยากจนข้นแคว้นแห่งนครหลวงของฮังการี เขาก็เหมือนเด็กหนุ่มทุกคนที่รู้จักและเล่นบอลข้างถนนก่อนบอลในสนาม เขาเริ่มต้นชีวิตในฐานะนักฟุตบอลที่ โคบานย่า กัปตันทีมของเขาชื่อ ลาสโล่ คูบาล่า ซึ่งเคยมีอาชีพค้าแข้งที่รุ่งโรจน์กับบาร์เซโลน่าในช่วงทศวรรษ 1950-60 เขาย้ายมาอยู่กับคิสเปสต์ ทีมที่พ่อของเขาเป็นเฮดโค้ชในเวลาอันรวดเร็ว ตอนนั้นเพื่อนที่ดีที่สุดและเป็นนักเตะร่วมทีมเดียวกันของเขามีนามว่า โยเซฟ บอสซิค ว่าที่มันสมองของทีมชาติฮังการี เรื่องราวอันยิ่งใหญ่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว...
ในปี 1943 ในวัย 16 ปี เฟเรนซ์ ได้ติดทีมชุดใหญ่ รูปร่างที่ค่อนข้างเล็ก และใบหน้ากลมๆของเขาทำให้ใครๆเรียกเขาว่า “Ocsi” หรือ “น้องเล็ก” นั่นเป็นฉายาแรกก่อนที่จะมีฉายาอื่นๆตามมาอีกมากมาย
คุณสมบัติแห่งความเป็นนักฟุตบอลของเขาทำเอาทุกสายตาต้องจับจ้อง พลังสังหารจากเท้าซ้ายของเขาล้นเหลือ เทคนิคในการเคลื่อนไหวน่าชมเชย และที่ยิ่งไปกว่านั้นอาจเป็นสัญชาตญาณในการฉีกหนีการประกบซึ่งไม่เคยห่างหายไปจากเขาเลย ทั้งในสนามและในชีวิตของเขา ปุสกัส กล้าไปยังที่ๆ ไม่มีใครกล้า และอยู่ในที่ที่ไม่มีใครคาดหมาย
ในปี 1945 ในวัย 18 ปี เขาติดทีมชาติฮังการีนักแรกในเกมพบกับออสเตรีย คู่แข่งตลอดกาลของทีมแม็กย่าร์ ปุสกัสใช้เวลาไม่นานในการกลายเป็นตัวหลักและกัปตันทีมชาติ
ในอีกภาคหนึ่ง เขาเป็นคนงานในโรงงานประกอบเครื่องมือแห่งหนึ่ง และเขาก็ได้เจอกับชีวิตที่ผันผวนตามสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศ ในปี 1948 เขากลายเป็นทหารแบบไม่ทันตั้งตัวเหมือนเช่นเพื่อนร่วมทีมคิสเปสต์ของเขาทุกคน ทีมเดียวกันนี้ได้เปลี่ยนชื่อเป็น ฮอนเว็ด ในเวลาต่อมาและกลายเป็นทีมบอลของกองทัพภายใต้การปกครองระบอบใหม่ที่ชื่อว่าระบอบคอมมิวนิสต์ ที่ชนชั้นปกครองเข้าใจในเวลาอันรวดเร็วถึงประโยชน์ของสื่อในการกระจายชื่อเสียงของทีมฟุตบอล
ภายใต้ระบบเผด็จการ ปุสกัส และเพื่อนร่วมทีมคือผู้สร้างความสนุกสนานผ่านเกมลูกหนัง นั่นอาจเป็นภาพพจน์ในแง่บวกประการเดียวของระบอบที่ถูกมองในแง่ลบ ไม่เคยมีทีมชาติชุดไหนของประเทศจะรุ่งโรจน์และเป็นหนึ่งของวงการได้เท่าชุดนั้น และว่ากันอีกว่าอาจไม่มีทีมไหนยกเว้นบราซิลชุดปี 1970 ที่จะสมบูรณ์แบบได้เท่าพวกเขา
ปุสกัส กลายเป็นทหาร จึงได้อีกฉายาหนึ่งว่า The Galloping Major (แปลตามศัพท์หมายถึง นายพลควบม้า) อันเป็นฉายาที่เขาเย้าหยอกไม่หยุดหย่อนว่า “ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่เคยเป็นผู้บังคับบัญชา”
ว่าไปแล้วเขาเป็นทหารก็แต่ในนามเท่านั้น เขายังคงมีอาชีพนักฟุตบอล และไม่เคยรับหน้าที่ทางราชการใดๆ เขาได้รับการปกป้องจากพรสวรรค์อันเลิศเลอของเขาแท้ๆ แต่เขาก็ชอบล้อเลียนพวกเผด็จการในยุคนั้นไม่เลิก วันหนึ่งเขาถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกีฬาที่มาชมเกมการแข่งขันในชุดลายทางอย่างประชดประชันและต่อหน้าสาธารณชนว่าเขามาสนามในชุดนอนหรืออย่างไร นั่นทำให้เขาถูกเรียกไปรายงานตัวต่อรัฐมนตรีคนดังกล่าวพร้อมกับที่ได้รับการอบรมกลับมา รวมถึงการข่มขู่ แต่เขาไม่เคยใส่ใจกับสิ่งเหล่านั้น
สำหรับเขาและดาวดังคนอื่นๆของทีมชาติฮังการีที่ตกเป็นผู้เคราะห์ร้ายจากระบบการปกครอง ฟุตบอลคืองานเลี้ยงฉลอง คือความสุข คือการปลดปล่อย โค้ชจอมเข้มอย่าง กุสตาฟ เซเบส ซึ่งได้ตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกีฬากับเขาด้วย เข้าใจดีว่าเขาสามารถจะดึงพรสวรรค์ของลูกทีมคนไหนออกมาใช้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็น ปุสกัส, บอสซิค, ซิบอร์, ค็อกซิซ, กร็อกซิซ, โลรันท์ หรือ ไฮเด๊กกูติ
ในเดือนตุลาคม ปี 1956 ที่บูดาเปสต์สะท้านสะเทือน ปุสกัส ติดทีมชาติแล้วทั้งสิ้น 84 ครั้ง ยิงได้ถึง 83 ประตูตามคำแนะนำของ อิมเร นากี นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ทีมฮอนเว็ดเดินสายไปโชว์แข้ง นักเตะชุดนั้นลงเล่นด้วยกันเป็นนัดสุดท้าย (3-3) ในสนามกลางที่บรัสเซลส์ ในเกมกลางหมอกกับบิลเบาในวันที่ 20 ธันวาคม 1956 ในศึกยูโรเปี้ยน คัพ ครั้งแรก ในห้องแต่งตัว บรรดานักเตะล่ำลากันอย่างน่าใจหาย
ผู้มีอำนาจคนใหม่สั่งการให้พวกที่หลบหนีออกนอกประเทศกลับสู่ฮังการี มีเพียงสองคนเท่านั้นที่เชื่อฟังในทันทีส่วนคนอื่นๆค่อยๆกลับสู่บ้านเกิดเมืองนอนทีหลัง ยกเว้นเพียง...เฟเรนซ์ ปุสกัส ผู้ปฏิเสธเผด็จการและเลือกอิสรภาพหลังได้ทราบว่าภรรยาและบรรดาลูกสาวของเขาสามารถจะแอบตามมาสมทบที่ออสเตรียด้วยการเดินเท้า
เฟเรนซ์ ปุสกัส จึงกลายเป็นบุคคลต้องห้าม ฟีฟ่าลงโทษแบนเขา 18 เดือน ตามคำร้องเรียนของสหพันธ์ฟุตบอลฮังการี เมื่อไม่ได้ทำงานที่เขาถนัด เขาต้องอยู่อย่างลำบากลำบนในค่ายผู้อพยพที่ออสเตรีย โดยได้รับเงินช่วยเหลือจากอดีตกัปตันทีมของเขาที่โคบานย่า คือ ลาสโล่ คูบาล่า ที่ส่งเงินมาให้จากบาร์เซโลน่า ที่ที่เขาไปลี้ภัยอยู่ตั้งแต่ปี 1951
ปุสกัสอ้วนขึ้น 20 กิโลกรัมและกินเหล้าเป็นประจำ แล้วในตอนที่อดีตโค้ชที่ฮอนเว็ด เอมิล ออสแต-ไรเชอร์ ซึ่งกลายมาเป็นผู้อำนวยการเทคนิคที่เรอัล มาดริด มาตามตัวหรือพูดอีกแบบคือมาช่วยชีวิตเขา ข่าวการเซ็นสัญญากับปุสกัส ที่ยังไม่พ้นโทษแบนทำให้ทั้งมาดริดแตกตื่น
เรย์มงด์ โคป้า อดีตเพื่อนร่วมทีมชุดขาวยุคเดียวกันบอกใครต่อใครในตอนนั้นว่า “เขาได้รับการต้อนรับอย่างดูแคลนและบางครั้งก็หยาบคาย แต่เขาเป็นคนมีคลาส สิ่งที่เขายังขาดอยู่มีเพียงความฟิต ให้เวลาเขาหน่อย”
ปุสกัส ได้รับฉายาใหม่ว่า “ซานโช่” (Sancho) จากความฉุของเขา เขาต้องลดน้ำหนักมหาศาลก่อนจะได้อีกฉายาว่า “กานอนซิโต้ ปูม” (Canoncito Poum) สมญานามที่กองเชียร์ชุดขาวตั้งให้จากพลังสังหารอย่างแรงของเขา อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ ตัวบงการเกมของเรอัล ยอมรับในพรสวรรค์ของปุสกัสในที่สุด
ปุสกัส พลาดการลงสนามนัดชิงชนะเลิศยูโรเปี้ยน คัพ ปี 1959 ที่เรอัลพบกับแรงส์ (2-0) ที่สตุ๊ตการ์ท ที่เยอรมันไม่ยอมให้อภัยเขาจากคดีเก่าที่เขาเคยพูดในทำนองที่ว่าทีมชาติเยอรมนีชุดแชมป์โลก 1954 โด๊ปยา และปฏิเสธที่จะให้วีซ่าเข้าประเทศแก่เขา
ปฏิบัติการเอาคืนเกิดขึ้นในอีกหนึ่งปีต่อมา ในปี 1960 ที่กลาสโกว์ เรอัล ลงเล่นนัดชิงชนะเลิศ ยูโรเปี้ยน คัพ ครั้งที่ 5 และได้แชมป์เป็นสมัยที่ 5 ติดต่อกันในการพบกับไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต ของเยอรมนี ที่ถูกทีมชุดขาวบอมบ์เละถึง 7-3 และ 4 ประตูในเกมนั้นมาจาก ปุสกัส ล้วนๆนั่นคือผลงานชิ้นเอกของเขาในเวทียุโรป
ในวัย 35 ปี ในปี 1962 ปุสกัสยังยิงอีก 3 ประตู ในชัดชิงชนะเลิศยูโรเปี้ยน คัพ แต่หนนี้ เรอัลพ่ายต่อเบนฟิก้า 3-5 ระหว่างนั้น “ซานโช่” กลายสัญชาติเป็นเอสปันญ่อล เขาลงสนามทำศึกฟุตบอลโลก 1960 ที่ชิลีร่วมกับทีมชาติสเปนแต่ไม่ประสบความสำเร็จ
ปุสกัส เป็นที่รักของแฟนบอล และเป็นแชมป์สเปน 5 สมัย นอกจากนั้นยังเป็นดาวยิงสูงสุดของลา-ปรีเมร่า ลีกา ถึง 4 สมัย เขาลงเล่นนัดสุดท้ายให้กับทีมชุดขาวในปี 1969 ขณะอายุ 42 ปี ปิดฉากชีวิตยอดนักเตะที่ทำผลงานไปทั้งสิ้น 418 ประตู ในแมตช์ทางการ ซึ่งหากนับรวมแมตช์ไม่เป็นทางการเข้าไปด้วยน่าจะเกินพันประตู
เขากลายมาเป็นโค้ช และไปคุมพานาธิไนกอสในกรีซ ซึ่งเขาพาเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศยูโรเปี้ยน คัพ ในปี 1971 ก่อนที่ทีมของเขาจะแพ้ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม 0-2 ตลอด 5 ปีที่นั่น เขาพาทีมคว้าแชมป์ลูกหนังกรีซ 2 ครั้ง ก่อนจะย้ายไปคุม เรอัล มูร์เซีย และกลายเป็นกุนซือจอมเดินสาย คุมทีมต่างๆรวม 7 ทีมก่อนจะปักหลักกับเซาธ์ เมลเบิร์น เอลลาส ในออสเตรีย ที่เขาพาคว้าแชมป์เนชั่นแนล ซอคเก้อร์ ลีก ในปี 1991 หลังอยู่ที่นั่น 3 ปี เขากลับบ้านเกิดในที่สุดเพื่อคุมฮังการี แต่ก็อยู่ในตำแหน่งเพียงปีเดียวก่อนจะวางมือจากวงการที่เขารัก
ฉากชีวิตต่อจากนั้นมีความสุขน้อยลง แต่ก็ไม่อาจลบเลือนภาพความเป็นนักเตะผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของวงการได้ การล่มสลายของระบอบคอมมิวนิสต์ทำให้เขาและภรรยาได้กลับไปยังบูดาเปสต์ที่รักและคิดถึงอีกครั้งในปี 1993 เขาแวะเวียนไปหาเพื่อนเก่าในทีมไมตี้ แม็กย่าร์อยู่บ่อยๆและในเดือนสิงหาคม ปี 2005 สโมสรเรอัล มาดริด ได้จัดแมตช์เกียรติยศเพื่อรำลึกถึงเขาและยังเพื่อช่วยเหลือเขาด้านการเงินอีกด้วย
ก่อนหน้านั้น 3 ปี สนามเนปสตาดิโอนในบูดาเปสต์ถูกเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น สตาอิโอน เฟเรนซ์ ปุสกัส เพื่อเป็นการให้เกียรติเขา เขายังได้รับการประกาศให้เป็นนักเตะฮังกาเรียนที่ดีที่สุดในช่วง 50 ปีหลังโดยสหพันธ์ฟุตบอลฮังการี ในงานแจกรางวัลของยูฟ่าในเดือนพฤศจิกายนปี 2003
ทว่าตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา แพทย์ระบุว่าเขาป่วยด้วยโรคอัลไซเมอร์ เขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลที่บูดาเปสต์หลายครั้งโดยล่าสุดเกิดขึ้นในวันที่ 13 กันยายน 2006 และเขาก็อยู่ที่นั่นจนสิ้นลมด้วยอาการแทรกซ้อนของโรคปอดอักเสบ
ทิ้งเรื่องราวของให้ฮังกาเรียนชนรุ่นหลังได้แต่หาอ่านเอาจากหนังสือพงศาวดารลูกหนังและตำราประวัติศาสตร์ของประเทศ...
แฟ้มชีวิตปุสกัส
เฟเรนซ์ ปุสกัส เสียชีวิตในวัย 79 ปี เขาเกิดเมื่อวันที่ 2 เมษายน 1927 ที่บูดาเปสต์ ตำแหน่งถนัดของเขาคือในซ้าย ในระดับสโมสรเขาเล่นให้กับคิสเปสต์, ฮอนเวด บูดาเปสต์ (1943-1956) และเรอัล มาดริด (1959-1965)
กับทีมชาติฮังการีเขาร่วมพาทีมเป็นรองแชมป์ฟุตบอลโลก 1954 ที่กรุงเบิร์น และแชมป์โอลิมปิก ปี 1952 ในศึกโอลิมปิกที่เฮลซิงกิ เขาติดทีมชาติ 84 ครั้ง ในระหว่างปี 1945-1956 และยิงได้ถึง 83 ประตู ซึ่งถือเป็นสถิติโลกจวบจนปัจจุบัน
นับจากปี 1961 เขารับใช้ทีมชาติสเปน 4 ครั้ง และร่วมแข่งขันฟุตบอลโลก 1962 ที่ชิลีด้วย
กับเรอัล มาดริด ปุสกัส ร่วมคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ 1960 โดยในนัดชิงชนะเลิศกับไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต ที่กลาสโกว์ เขาเป็นผู้ยิงคนเดียว 4 ใน 7 ประตู ของเรอัลและยังพาทีมชุดขาวคว้าแชมป์อินเตอร์คอนดิ-เนนตัล คัพ ปีเดียวกันด้วย ปุสกัส เป็นแชมป์สเปน 5 สมัย ระหว่างปี 1961-1965 และได้แชมป์ โกปา เดอ เรย์ ปี 1962 และก่อนจะย้ายมาค้าแข้งในยุโรปตะวันตก ปุสกัส เป็นแชมป์ฮังการี 4 สมัยกับฮอนเว็ด บูดาเปสต์ ในปี 1950, 1952, 1954 และ 1955
บุรุษผู้พิชิตอังกฤษคาเวมบลีย์
ปี 1953 ปุสกัส มีส่วนร่วมในความพ่ายแพ้ครั้งแรกของทีมชาติอังกฤษ ในสังเวียนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขา...เวมบลีย์...อย่างมาก ครั้งนั้น โค้ชทีมชาติฮังการี กุสตาฟ เซเบส ได้คิดค้นกลยุทธ์โททัล ฟุตบอล สำหรับนักเตะฝีเท้าเลิศเลอของเขา คือเกมการเล่นอย่างอิสระซึ่งเป็นทฤษฎีที่ตรงกันข้ามกับประเทศที่พวกเขาเป็นตัวแทนอย่างยิ่ง มันกลายเป็นสิ่งที่สร้างความปั่นป่วนให้กับคู่แข่งของพวกเขา ระหว่างปี 1950-1956 ทีมชาติฮังการี ลงทำการแข่งขัน 55 นัด และประสบความพ่ายแพ้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
ในปี 1952 ทีมแม็กย่าร์กลายเป็นแชมป์โอลิมปิก ในการแข่งขันที่เฮลซิงกิ ด้วยผลงานชนะ 5 นัด จาก 5 แมตช์ ยิงประตูได้ถึง 20 ประตู ขณะที่เสียเพียง 2 ประตูเท่านั้น ในปี 1953 ที่เวมบลีย์ ฮังการีชุดนั้นยังกลายเป็นทีมนอกสหราชอาณาจักรทีมแรกที่สอยสิงโตคำรามผู้หยิ่งผยองร่วงคาบ้าน เหตุเกิดในวันที่ 25 พฤศจิกายน ปุสกัส ยิง 2 ประตู ซึ่ง 1 ใน 2 เป็นประตูระดับปรากฏการณ์ เป็นการลากบอลขึ้นด้วยทางขวาก่อนยิงไขว้ด้วยเท้าซ้ายส่งบอลเสียบมุมบนอีกฝั่ง เกมนั้น ไฮเด๊กกูติ ซัดแฮตทริกสำเร็จ ฮังการีชนะ 6-3 ไม่กี่เดือนให้หลัง ก่อนหน้าฟุตบอลโลกที่สวิตเซอร์แลนด์ การล้างแค้นเกิดขึ้นที่บูดาเปสต์ อังกฤษอัดฮังการีร่วง 7-1 สบายใจเฉิบ
ตอนนั้นไม่ว่าใครก็ไม่กล้าคิดว่าตำแหน่งแชมป์โลกจะหนีไปจากมือของนักเตะแม็กย่าร์ได้ ในรอบแบ่งกลุ่ม พวกเขาบอมบ์นักเตะเยอรมันซะเละ 8-3 พรสวรรค์แข้งท่วมท้นของปุสกัส ทำให้ ลิบรีช กองหลังเยอรมัน เกิดอาการหมั่นไส้และทำให้เขาได้รับบาดเจ็บอย่างแรง ฮังการีเขี่ยบราซิล ในรอบก่อนรองชนะเลิศ โดยไร้ซึ่งเงาของกัปตันทีมคนเก่งของพวกเขา จากนั้นสอยอุรุกวัย ที่ยังไม่แพ้ใครในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายร่วงในรอบรองชนะเลิศ และได้ประจันหน้ากับทีมอินทรีเหล็กอีกครั้งในรอบชิงชนะเลิศที่กรุงเบิร์น
ปุสกัส ยังไม่หายเจ็บดี แต่เขาไม่อยากพลาดฉากที่สวยที่สุดของการแสดงด้วยประการทั้งปวง แม้จะยังวิ่งได้ไม่เต็มที่ แต่ ปุสกัส ก็คือผู้เบิกสกอร์แรกให้ทีมก่อนที่ ซิบอร์ จะเติมสกอร์ให้ฮังการีนำ 2-0 อย่างไรก็ดี พวกเขาจะแพ้ฝนที่ตกไม่หยุดทำให้สนามเละเทะ ลูกบอลเริ่มหนักและเกมก็ช้าลง เข้าทางนักเตะเยอรมัน ที่กลับมายิงรวดเดียว 3 ประตู และนั่นทำให้ฮังการียังคงไม่เคยได้เป็นแชมป์ฟุตบอลโลกจวบจนปัจจุบัน
หลังแขวนสตั๊ด ปุสกัส สารภาพว่า “ไม่มีอะไรที่เกิดขึ้นกับผมในสนามฟุตบอลจะเลวร้ายไปกว่านัดชิงชนะเลิศที่พ่ายแพ้ครั้งนั้น และไม่มีอะไรที่เกิดขึ้นกับผมจะวิเศษไปกว่าชัยชนะที่เวมบลีย์ 8 เดือนก่อนหน้านั้นได้”
แด่ปุสกัส...
เรย์มงด์ โคป้า (อดีตเพื่อนร่วมทีมเรอัล มาดริด) : “เขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่ผมรู้จักรวมทุกยุคสมัย เขาคือขวัญใจของผม หลายปีมานี้เรากลัวการจากไปของเขา ผมได้รับการแจ้งข่าวอยู่เสมอ ผมรู้สึกเสียใจ ผมได้รู้จักเขาครั้งแรกที่เวมบลีย์ในปี 1953 ในชัยชนะแห่งตำนานของทีมชาติฮังการีนัดเจออังกฤษ (6-3) มันคือการตอบแทนของเรา แก่นักเตะทุกคนของสต๊าด เดอ แรงส์ ที่ได้แชมป์ฝรั่งเศส ในฐานะนักบอล เขามีคุณสมบัติที่วิเศษมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาอยู่ในระยะ 35 เมตรจากประตู ผู้รักษาประตูทุกคนในโลกต่างกลัวเขา เขาเป็นคนยิงแม่นและยิงแรงอย่างเหลือเชื่อ”
ชุสต์ ฟงแตน (อดีตกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส) : “เขาเป็นนักเตะมีคลาสทั้งในและนอกสนาม เขาสมควรได้มีชื่ออยู่ในรายชื่อ 22 นักฟุตบอลที่ดีที่สุดในโลกตลอดกาล ปุสกัส น่าจะได้แชมป์ฟุตบอลโลกเมื่อปี 1954 ตอนที่เราเตะกับฮังการี ผมรู้สึกประทับใจนักเตะคนนี้มาก แต่หลังจากผ่านช่วงที่ล่อแหลมมาได้ เขาได้มาอยู่กับเรอัล มาดริด ซึ่งหลังจากการฝึกหนักอย่างไม่คิดชีวิต เขาระเบิดฟอร์มจนได้”
อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ (ประธานกิตติมศักดิ์ของเรอัล มาดริด และอดีตเพื่อนร่วมทีมของปุสกัส) : “ในฐานะคนคนหนึ่ง เขาเยี่ยมกว่าการเป็นนักฟุตบอลเสียอีก และเขาเป็นนักเตะที่พิเศษมาก เป็นคนที่ซื่อตรง, อ่อนโยน และวิเศษมาก เป็นคนที่มีคุณธรรมสูง ผมรู้สึกสะเทือนใจแต่โชคร้ายที่ผมไม่สามารถจะเดินทางไปจนถึงฮังการีเพื่อคาราวะเขาเป็นครั้งสุดท้าย”
ราม่อน กัลเดรอน (อดีตประธานสโมสรเรอัล มาดริด) : “นี่เป็นหนึ่งในวันที่เศร้าที่สุดสำหรับเรอัล ปุสกัส เคยเป็นนักเตะที่เป็นสัญลักษณ์แห่งยุคหนึ่งท่ามกลางแนวรุกแห่งตำนาน เขามีเพื่อนมากมายที่นี่เพราะเขาเป็นคนที่ทุกคนรักเขามาก ผมยังจำประตูมากมายของเขาได้ เขาเคยเป็นดาวยิงสูงสุดของสเปนถึง 4 สมัย วันนี้คนรุ่นผมสูญเสียหนึ่งในฮีโร่ในวัยเด็กไปเสียแล้ว”
อ๊อตมาร์ วอลเตอร์ (แชมป์ฟุตบอลโลก 1954 กับทีมชาติเยอรมัน) : “ผมรู้สึกเศร้าใจมาก เพราะผมเป็นเพื่อนกับ เฟเรนซ์ ปุสกัส มานานหลายปี ครั้งสุดท้ายเมื่อเราได้เจอกันก็เมื่อสองสามปีก่อน ที่บูดาเปสต์ ปุสกัส ซึ่งเป็นคนตลกทำให้ทั้งทีมได้หัวเราะกัน เขาเป็นคนตลกเฮฮา เขาไม่เคยทำให้คนอื่นรู้สึกว่าเขาคือหนึ่งในนักฟุตบอลที่ดีที่สุดในโลก และพอเราได้เป็นแชมป์โลก เขาก็ยอมรับจากใจจริงว่าทีมที่ดีกว่าคือผู้ชนะในนัดชิงจริงๆ มันแสดงให้เห็นถึงสปิริตแฟร์เพลย์ของเขา และนั่นเป็นสิ่งที่เขาแสดงให้เห็นจวบจนครั้งสุดท้ายที่เราได้พบกัน”


ผมเคยลงประวัติท่านนี้เอาไว้ครั้งนึง
ภาพประจำตัวสมาชิก
gotjisolo
ผู้เล่นชุดใหญ่
ผู้เล่นชุดใหญ่
 
โพสต์: 3065
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ก.ย. 11, 2006 22:49
ที่อยู่: Surabaya, Indonesia

โพสต์โดย c.kong » ศุกร์ มี.ค. 12, 2010 16:29

gotjisolo เขียน:เฟเรนซ์ ปุสกัส
ตำนานสมบูรณ์แบบแห่งลูกหนังแม็กย่าร์
หนึ่งชีพที่ดับสูญมีความหมายถึงหลายชีวิต
เป็นชีวิตของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย
เป็นชีวิตของกองหน้าอัจฉริยะแห่งฮังการีและเรอัล มาดริด ที่เคยฝากผลงานไว้มากล้น
ศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน เฟเรนซ์ ปุสกัส ผ่อนลมหายใจเฮือกสุดท้ายในวัย 79 ปี ในแผ่นดินฮังการี ที่ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดว่าจะลาจากไปตลอดกาลระหว่างการถูกเนรเทศอันเจ็บปวดหลังเหตุการณ์ในปี 1956

สำหรับ ปุสกัส เขาคือบางสิ่งบางอย่างที่เป็นสัญลักษณ์อันสมบูรณ์แบบของความสูญเสียและความรุนแรงที่เขารับมือกับมันมาอย่างกร้าวแกร่งเพราะเขาคือขบถโดยกำเนิด
จู่ๆกองทัพโซเวียตก็ย่ำเท้าเข้าสู่บูดาเปสต์ ในปี 1956 และนั่นคือจุดสิ้นสุดของทีมชาติที่วิเศษสุดชุดหนึ่งของโลก คือบทยุติแห่งการผจญภัยของเหล่านักเตะแม็กย่าร์ หากทว่าชะตาชีวิตที่พลิกผันดังกล่าวได้ทำให้อัจฉริยะขนานแท้คนนี้ได้พานพบโชคชะตาอีกแบบหนึ่งซึ่งรุ่งโรจน์และหลากหลายกว่าเดิม
ปุสกัส ลืมตาดูโลกในปี 1927 ที่คิสเปสต์ ในย่านที่ยากจนข้นแคว้นแห่งนครหลวงของฮังการี เขาก็เหมือนเด็กหนุ่มทุกคนที่รู้จักและเล่นบอลข้างถนนก่อนบอลในสนาม เขาเริ่มต้นชีวิตในฐานะนักฟุตบอลที่ โคบานย่า กัปตันทีมของเขาชื่อ ลาสโล่ คูบาล่า ซึ่งเคยมีอาชีพค้าแข้งที่รุ่งโรจน์กับบาร์เซโลน่าในช่วงทศวรรษ 1950-60 เขาย้ายมาอยู่กับคิสเปสต์ ทีมที่พ่อของเขาเป็นเฮดโค้ชในเวลาอันรวดเร็ว ตอนนั้นเพื่อนที่ดีที่สุดและเป็นนักเตะร่วมทีมเดียวกันของเขามีนามว่า โยเซฟ บอสซิค ว่าที่มันสมองของทีมชาติฮังการี เรื่องราวอันยิ่งใหญ่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว...
ในปี 1943 ในวัย 16 ปี เฟเรนซ์ ได้ติดทีมชุดใหญ่ รูปร่างที่ค่อนข้างเล็ก และใบหน้ากลมๆของเขาทำให้ใครๆเรียกเขาว่า “Ocsi” หรือ “น้องเล็ก” นั่นเป็นฉายาแรกก่อนที่จะมีฉายาอื่นๆตามมาอีกมากมาย
คุณสมบัติแห่งความเป็นนักฟุตบอลของเขาทำเอาทุกสายตาต้องจับจ้อง พลังสังหารจากเท้าซ้ายของเขาล้นเหลือ เทคนิคในการเคลื่อนไหวน่าชมเชย และที่ยิ่งไปกว่านั้นอาจเป็นสัญชาตญาณในการฉีกหนีการประกบซึ่งไม่เคยห่างหายไปจากเขาเลย ทั้งในสนามและในชีวิตของเขา ปุสกัส กล้าไปยังที่ๆ ไม่มีใครกล้า และอยู่ในที่ที่ไม่มีใครคาดหมาย
ในปี 1945 ในวัย 18 ปี เขาติดทีมชาติฮังการีนักแรกในเกมพบกับออสเตรีย คู่แข่งตลอดกาลของทีมแม็กย่าร์ ปุสกัสใช้เวลาไม่นานในการกลายเป็นตัวหลักและกัปตันทีมชาติ
ในอีกภาคหนึ่ง เขาเป็นคนงานในโรงงานประกอบเครื่องมือแห่งหนึ่ง และเขาก็ได้เจอกับชีวิตที่ผันผวนตามสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศ ในปี 1948 เขากลายเป็นทหารแบบไม่ทันตั้งตัวเหมือนเช่นเพื่อนร่วมทีมคิสเปสต์ของเขาทุกคน ทีมเดียวกันนี้ได้เปลี่ยนชื่อเป็น ฮอนเว็ด ในเวลาต่อมาและกลายเป็นทีมบอลของกองทัพภายใต้การปกครองระบอบใหม่ที่ชื่อว่าระบอบคอมมิวนิสต์ ที่ชนชั้นปกครองเข้าใจในเวลาอันรวดเร็วถึงประโยชน์ของสื่อในการกระจายชื่อเสียงของทีมฟุตบอล
ภายใต้ระบบเผด็จการ ปุสกัส และเพื่อนร่วมทีมคือผู้สร้างความสนุกสนานผ่านเกมลูกหนัง นั่นอาจเป็นภาพพจน์ในแง่บวกประการเดียวของระบอบที่ถูกมองในแง่ลบ ไม่เคยมีทีมชาติชุดไหนของประเทศจะรุ่งโรจน์และเป็นหนึ่งของวงการได้เท่าชุดนั้น และว่ากันอีกว่าอาจไม่มีทีมไหนยกเว้นบราซิลชุดปี 1970 ที่จะสมบูรณ์แบบได้เท่าพวกเขา
ปุสกัส กลายเป็นทหาร จึงได้อีกฉายาหนึ่งว่า The Galloping Major (แปลตามศัพท์หมายถึง นายพลควบม้า) อันเป็นฉายาที่เขาเย้าหยอกไม่หยุดหย่อนว่า “ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่เคยเป็นผู้บังคับบัญชา”
ว่าไปแล้วเขาเป็นทหารก็แต่ในนามเท่านั้น เขายังคงมีอาชีพนักฟุตบอล และไม่เคยรับหน้าที่ทางราชการใดๆ เขาได้รับการปกป้องจากพรสวรรค์อันเลิศเลอของเขาแท้ๆ แต่เขาก็ชอบล้อเลียนพวกเผด็จการในยุคนั้นไม่เลิก วันหนึ่งเขาถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกีฬาที่มาชมเกมการแข่งขันในชุดลายทางอย่างประชดประชันและต่อหน้าสาธารณชนว่าเขามาสนามในชุดนอนหรืออย่างไร นั่นทำให้เขาถูกเรียกไปรายงานตัวต่อรัฐมนตรีคนดังกล่าวพร้อมกับที่ได้รับการอบรมกลับมา รวมถึงการข่มขู่ แต่เขาไม่เคยใส่ใจกับสิ่งเหล่านั้น
สำหรับเขาและดาวดังคนอื่นๆของทีมชาติฮังการีที่ตกเป็นผู้เคราะห์ร้ายจากระบบการปกครอง ฟุตบอลคืองานเลี้ยงฉลอง คือความสุข คือการปลดปล่อย โค้ชจอมเข้มอย่าง กุสตาฟ เซเบส ซึ่งได้ตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกีฬากับเขาด้วย เข้าใจดีว่าเขาสามารถจะดึงพรสวรรค์ของลูกทีมคนไหนออกมาใช้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็น ปุสกัส, บอสซิค, ซิบอร์, ค็อกซิซ, กร็อกซิซ, โลรันท์ หรือ ไฮเด๊กกูติ
ในเดือนตุลาคม ปี 1956 ที่บูดาเปสต์สะท้านสะเทือน ปุสกัส ติดทีมชาติแล้วทั้งสิ้น 84 ครั้ง ยิงได้ถึง 83 ประตูตามคำแนะนำของ อิมเร นากี นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ทีมฮอนเว็ดเดินสายไปโชว์แข้ง นักเตะชุดนั้นลงเล่นด้วยกันเป็นนัดสุดท้าย (3-3) ในสนามกลางที่บรัสเซลส์ ในเกมกลางหมอกกับบิลเบาในวันที่ 20 ธันวาคม 1956 ในศึกยูโรเปี้ยน คัพ ครั้งแรก ในห้องแต่งตัว บรรดานักเตะล่ำลากันอย่างน่าใจหาย
ผู้มีอำนาจคนใหม่สั่งการให้พวกที่หลบหนีออกนอกประเทศกลับสู่ฮังการี มีเพียงสองคนเท่านั้นที่เชื่อฟังในทันทีส่วนคนอื่นๆค่อยๆกลับสู่บ้านเกิดเมืองนอนทีหลัง ยกเว้นเพียง...เฟเรนซ์ ปุสกัส ผู้ปฏิเสธเผด็จการและเลือกอิสรภาพหลังได้ทราบว่าภรรยาและบรรดาลูกสาวของเขาสามารถจะแอบตามมาสมทบที่ออสเตรียด้วยการเดินเท้า
เฟเรนซ์ ปุสกัส จึงกลายเป็นบุคคลต้องห้าม ฟีฟ่าลงโทษแบนเขา 18 เดือน ตามคำร้องเรียนของสหพันธ์ฟุตบอลฮังการี เมื่อไม่ได้ทำงานที่เขาถนัด เขาต้องอยู่อย่างลำบากลำบนในค่ายผู้อพยพที่ออสเตรีย โดยได้รับเงินช่วยเหลือจากอดีตกัปตันทีมของเขาที่โคบานย่า คือ ลาสโล่ คูบาล่า ที่ส่งเงินมาให้จากบาร์เซโลน่า ที่ที่เขาไปลี้ภัยอยู่ตั้งแต่ปี 1951
ปุสกัสอ้วนขึ้น 20 กิโลกรัมและกินเหล้าเป็นประจำ แล้วในตอนที่อดีตโค้ชที่ฮอนเว็ด เอมิล ออสแต-ไรเชอร์ ซึ่งกลายมาเป็นผู้อำนวยการเทคนิคที่เรอัล มาดริด มาตามตัวหรือพูดอีกแบบคือมาช่วยชีวิตเขา ข่าวการเซ็นสัญญากับปุสกัส ที่ยังไม่พ้นโทษแบนทำให้ทั้งมาดริดแตกตื่น
เรย์มงด์ โคป้า อดีตเพื่อนร่วมทีมชุดขาวยุคเดียวกันบอกใครต่อใครในตอนนั้นว่า “เขาได้รับการต้อนรับอย่างดูแคลนและบางครั้งก็หยาบคาย แต่เขาเป็นคนมีคลาส สิ่งที่เขายังขาดอยู่มีเพียงความฟิต ให้เวลาเขาหน่อย”
ปุสกัส ได้รับฉายาใหม่ว่า “ซานโช่” (Sancho) จากความฉุของเขา เขาต้องลดน้ำหนักมหาศาลก่อนจะได้อีกฉายาว่า “กานอนซิโต้ ปูม” (Canoncito Poum) สมญานามที่กองเชียร์ชุดขาวตั้งให้จากพลังสังหารอย่างแรงของเขา อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ ตัวบงการเกมของเรอัล ยอมรับในพรสวรรค์ของปุสกัสในที่สุด
ปุสกัส พลาดการลงสนามนัดชิงชนะเลิศยูโรเปี้ยน คัพ ปี 1959 ที่เรอัลพบกับแรงส์ (2-0) ที่สตุ๊ตการ์ท ที่เยอรมันไม่ยอมให้อภัยเขาจากคดีเก่าที่เขาเคยพูดในทำนองที่ว่าทีมชาติเยอรมนีชุดแชมป์โลก 1954 โด๊ปยา และปฏิเสธที่จะให้วีซ่าเข้าประเทศแก่เขา
ปฏิบัติการเอาคืนเกิดขึ้นในอีกหนึ่งปีต่อมา ในปี 1960 ที่กลาสโกว์ เรอัล ลงเล่นนัดชิงชนะเลิศ ยูโรเปี้ยน คัพ ครั้งที่ 5 และได้แชมป์เป็นสมัยที่ 5 ติดต่อกันในการพบกับไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต ของเยอรมนี ที่ถูกทีมชุดขาวบอมบ์เละถึง 7-3 และ 4 ประตูในเกมนั้นมาจาก ปุสกัส ล้วนๆนั่นคือผลงานชิ้นเอกของเขาในเวทียุโรป
ในวัย 35 ปี ในปี 1962 ปุสกัสยังยิงอีก 3 ประตู ในชัดชิงชนะเลิศยูโรเปี้ยน คัพ แต่หนนี้ เรอัลพ่ายต่อเบนฟิก้า 3-5 ระหว่างนั้น “ซานโช่” กลายสัญชาติเป็นเอสปันญ่อล เขาลงสนามทำศึกฟุตบอลโลก 1960 ที่ชิลีร่วมกับทีมชาติสเปนแต่ไม่ประสบความสำเร็จ
ปุสกัส เป็นที่รักของแฟนบอล และเป็นแชมป์สเปน 5 สมัย นอกจากนั้นยังเป็นดาวยิงสูงสุดของลา-ปรีเมร่า ลีกา ถึง 4 สมัย เขาลงเล่นนัดสุดท้ายให้กับทีมชุดขาวในปี 1969 ขณะอายุ 42 ปี ปิดฉากชีวิตยอดนักเตะที่ทำผลงานไปทั้งสิ้น 418 ประตู ในแมตช์ทางการ ซึ่งหากนับรวมแมตช์ไม่เป็นทางการเข้าไปด้วยน่าจะเกินพันประตู
เขากลายมาเป็นโค้ช และไปคุมพานาธิไนกอสในกรีซ ซึ่งเขาพาเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศยูโรเปี้ยน คัพ ในปี 1971 ก่อนที่ทีมของเขาจะแพ้ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม 0-2 ตลอด 5 ปีที่นั่น เขาพาทีมคว้าแชมป์ลูกหนังกรีซ 2 ครั้ง ก่อนจะย้ายไปคุม เรอัล มูร์เซีย และกลายเป็นกุนซือจอมเดินสาย คุมทีมต่างๆรวม 7 ทีมก่อนจะปักหลักกับเซาธ์ เมลเบิร์น เอลลาส ในออสเตรีย ที่เขาพาคว้าแชมป์เนชั่นแนล ซอคเก้อร์ ลีก ในปี 1991 หลังอยู่ที่นั่น 3 ปี เขากลับบ้านเกิดในที่สุดเพื่อคุมฮังการี แต่ก็อยู่ในตำแหน่งเพียงปีเดียวก่อนจะวางมือจากวงการที่เขารัก
ฉากชีวิตต่อจากนั้นมีความสุขน้อยลง แต่ก็ไม่อาจลบเลือนภาพความเป็นนักเตะผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของวงการได้ การล่มสลายของระบอบคอมมิวนิสต์ทำให้เขาและภรรยาได้กลับไปยังบูดาเปสต์ที่รักและคิดถึงอีกครั้งในปี 1993 เขาแวะเวียนไปหาเพื่อนเก่าในทีมไมตี้ แม็กย่าร์อยู่บ่อยๆและในเดือนสิงหาคม ปี 2005 สโมสรเรอัล มาดริด ได้จัดแมตช์เกียรติยศเพื่อรำลึกถึงเขาและยังเพื่อช่วยเหลือเขาด้านการเงินอีกด้วย
ก่อนหน้านั้น 3 ปี สนามเนปสตาดิโอนในบูดาเปสต์ถูกเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น สตาอิโอน เฟเรนซ์ ปุสกัส เพื่อเป็นการให้เกียรติเขา เขายังได้รับการประกาศให้เป็นนักเตะฮังกาเรียนที่ดีที่สุดในช่วง 50 ปีหลังโดยสหพันธ์ฟุตบอลฮังการี ในงานแจกรางวัลของยูฟ่าในเดือนพฤศจิกายนปี 2003
ทว่าตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา แพทย์ระบุว่าเขาป่วยด้วยโรคอัลไซเมอร์ เขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลที่บูดาเปสต์หลายครั้งโดยล่าสุดเกิดขึ้นในวันที่ 13 กันยายน 2006 และเขาก็อยู่ที่นั่นจนสิ้นลมด้วยอาการแทรกซ้อนของโรคปอดอักเสบ
ทิ้งเรื่องราวของให้ฮังกาเรียนชนรุ่นหลังได้แต่หาอ่านเอาจากหนังสือพงศาวดารลูกหนังและตำราประวัติศาสตร์ของประเทศ...
แฟ้มชีวิตปุสกัส
เฟเรนซ์ ปุสกัส เสียชีวิตในวัย 79 ปี เขาเกิดเมื่อวันที่ 2 เมษายน 1927 ที่บูดาเปสต์ ตำแหน่งถนัดของเขาคือในซ้าย ในระดับสโมสรเขาเล่นให้กับคิสเปสต์, ฮอนเวด บูดาเปสต์ (1943-1956) และเรอัล มาดริด (1959-1965)
กับทีมชาติฮังการีเขาร่วมพาทีมเป็นรองแชมป์ฟุตบอลโลก 1954 ที่กรุงเบิร์น และแชมป์โอลิมปิก ปี 1952 ในศึกโอลิมปิกที่เฮลซิงกิ เขาติดทีมชาติ 84 ครั้ง ในระหว่างปี 1945-1956 และยิงได้ถึง 83 ประตู ซึ่งถือเป็นสถิติโลกจวบจนปัจจุบัน
นับจากปี 1961 เขารับใช้ทีมชาติสเปน 4 ครั้ง และร่วมแข่งขันฟุตบอลโลก 1962 ที่ชิลีด้วย
กับเรอัล มาดริด ปุสกัส ร่วมคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ 1960 โดยในนัดชิงชนะเลิศกับไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต ที่กลาสโกว์ เขาเป็นผู้ยิงคนเดียว 4 ใน 7 ประตู ของเรอัลและยังพาทีมชุดขาวคว้าแชมป์อินเตอร์คอนดิ-เนนตัล คัพ ปีเดียวกันด้วย ปุสกัส เป็นแชมป์สเปน 5 สมัย ระหว่างปี 1961-1965 และได้แชมป์ โกปา เดอ เรย์ ปี 1962 และก่อนจะย้ายมาค้าแข้งในยุโรปตะวันตก ปุสกัส เป็นแชมป์ฮังการี 4 สมัยกับฮอนเว็ด บูดาเปสต์ ในปี 1950, 1952, 1954 และ 1955
บุรุษผู้พิชิตอังกฤษคาเวมบลีย์
ปี 1953 ปุสกัส มีส่วนร่วมในความพ่ายแพ้ครั้งแรกของทีมชาติอังกฤษ ในสังเวียนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขา...เวมบลีย์...อย่างมาก ครั้งนั้น โค้ชทีมชาติฮังการี กุสตาฟ เซเบส ได้คิดค้นกลยุทธ์โททัล ฟุตบอล สำหรับนักเตะฝีเท้าเลิศเลอของเขา คือเกมการเล่นอย่างอิสระซึ่งเป็นทฤษฎีที่ตรงกันข้ามกับประเทศที่พวกเขาเป็นตัวแทนอย่างยิ่ง มันกลายเป็นสิ่งที่สร้างความปั่นป่วนให้กับคู่แข่งของพวกเขา ระหว่างปี 1950-1956 ทีมชาติฮังการี ลงทำการแข่งขัน 55 นัด และประสบความพ่ายแพ้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
ในปี 1952 ทีมแม็กย่าร์กลายเป็นแชมป์โอลิมปิก ในการแข่งขันที่เฮลซิงกิ ด้วยผลงานชนะ 5 นัด จาก 5 แมตช์ ยิงประตูได้ถึง 20 ประตู ขณะที่เสียเพียง 2 ประตูเท่านั้น ในปี 1953 ที่เวมบลีย์ ฮังการีชุดนั้นยังกลายเป็นทีมนอกสหราชอาณาจักรทีมแรกที่สอยสิงโตคำรามผู้หยิ่งผยองร่วงคาบ้าน เหตุเกิดในวันที่ 25 พฤศจิกายน ปุสกัส ยิง 2 ประตู ซึ่ง 1 ใน 2 เป็นประตูระดับปรากฏการณ์ เป็นการลากบอลขึ้นด้วยทางขวาก่อนยิงไขว้ด้วยเท้าซ้ายส่งบอลเสียบมุมบนอีกฝั่ง เกมนั้น ไฮเด๊กกูติ ซัดแฮตทริกสำเร็จ ฮังการีชนะ 6-3 ไม่กี่เดือนให้หลัง ก่อนหน้าฟุตบอลโลกที่สวิตเซอร์แลนด์ การล้างแค้นเกิดขึ้นที่บูดาเปสต์ อังกฤษอัดฮังการีร่วง 7-1 สบายใจเฉิบ
ตอนนั้นไม่ว่าใครก็ไม่กล้าคิดว่าตำแหน่งแชมป์โลกจะหนีไปจากมือของนักเตะแม็กย่าร์ได้ ในรอบแบ่งกลุ่ม พวกเขาบอมบ์นักเตะเยอรมันซะเละ 8-3 พรสวรรค์แข้งท่วมท้นของปุสกัส ทำให้ ลิบรีช กองหลังเยอรมัน เกิดอาการหมั่นไส้และทำให้เขาได้รับบาดเจ็บอย่างแรง ฮังการีเขี่ยบราซิล ในรอบก่อนรองชนะเลิศ โดยไร้ซึ่งเงาของกัปตันทีมคนเก่งของพวกเขา จากนั้นสอยอุรุกวัย ที่ยังไม่แพ้ใครในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายร่วงในรอบรองชนะเลิศ และได้ประจันหน้ากับทีมอินทรีเหล็กอีกครั้งในรอบชิงชนะเลิศที่กรุงเบิร์น
ปุสกัส ยังไม่หายเจ็บดี แต่เขาไม่อยากพลาดฉากที่สวยที่สุดของการแสดงด้วยประการทั้งปวง แม้จะยังวิ่งได้ไม่เต็มที่ แต่ ปุสกัส ก็คือผู้เบิกสกอร์แรกให้ทีมก่อนที่ ซิบอร์ จะเติมสกอร์ให้ฮังการีนำ 2-0 อย่างไรก็ดี พวกเขาจะแพ้ฝนที่ตกไม่หยุดทำให้สนามเละเทะ ลูกบอลเริ่มหนักและเกมก็ช้าลง เข้าทางนักเตะเยอรมัน ที่กลับมายิงรวดเดียว 3 ประตู และนั่นทำให้ฮังการียังคงไม่เคยได้เป็นแชมป์ฟุตบอลโลกจวบจนปัจจุบัน
หลังแขวนสตั๊ด ปุสกัส สารภาพว่า “ไม่มีอะไรที่เกิดขึ้นกับผมในสนามฟุตบอลจะเลวร้ายไปกว่านัดชิงชนะเลิศที่พ่ายแพ้ครั้งนั้น และไม่มีอะไรที่เกิดขึ้นกับผมจะวิเศษไปกว่าชัยชนะที่เวมบลีย์ 8 เดือนก่อนหน้านั้นได้”
แด่ปุสกัส...
เรย์มงด์ โคป้า (อดีตเพื่อนร่วมทีมเรอัล มาดริด) : “เขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่ผมรู้จักรวมทุกยุคสมัย เขาคือขวัญใจของผม หลายปีมานี้เรากลัวการจากไปของเขา ผมได้รับการแจ้งข่าวอยู่เสมอ ผมรู้สึกเสียใจ ผมได้รู้จักเขาครั้งแรกที่เวมบลีย์ในปี 1953 ในชัยชนะแห่งตำนานของทีมชาติฮังการีนัดเจออังกฤษ (6-3) มันคือการตอบแทนของเรา แก่นักเตะทุกคนของสต๊าด เดอ แรงส์ ที่ได้แชมป์ฝรั่งเศส ในฐานะนักบอล เขามีคุณสมบัติที่วิเศษมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาอยู่ในระยะ 35 เมตรจากประตู ผู้รักษาประตูทุกคนในโลกต่างกลัวเขา เขาเป็นคนยิงแม่นและยิงแรงอย่างเหลือเชื่อ”
ชุสต์ ฟงแตน (อดีตกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส) : “เขาเป็นนักเตะมีคลาสทั้งในและนอกสนาม เขาสมควรได้มีชื่ออยู่ในรายชื่อ 22 นักฟุตบอลที่ดีที่สุดในโลกตลอดกาล ปุสกัส น่าจะได้แชมป์ฟุตบอลโลกเมื่อปี 1954 ตอนที่เราเตะกับฮังการี ผมรู้สึกประทับใจนักเตะคนนี้มาก แต่หลังจากผ่านช่วงที่ล่อแหลมมาได้ เขาได้มาอยู่กับเรอัล มาดริด ซึ่งหลังจากการฝึกหนักอย่างไม่คิดชีวิต เขาระเบิดฟอร์มจนได้”
อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ (ประธานกิตติมศักดิ์ของเรอัล มาดริด และอดีตเพื่อนร่วมทีมของปุสกัส) : “ในฐานะคนคนหนึ่ง เขาเยี่ยมกว่าการเป็นนักฟุตบอลเสียอีก และเขาเป็นนักเตะที่พิเศษมาก เป็นคนที่ซื่อตรง, อ่อนโยน และวิเศษมาก เป็นคนที่มีคุณธรรมสูง ผมรู้สึกสะเทือนใจแต่โชคร้ายที่ผมไม่สามารถจะเดินทางไปจนถึงฮังการีเพื่อคาราวะเขาเป็นครั้งสุดท้าย”
ราม่อน กัลเดรอน (อดีตประธานสโมสรเรอัล มาดริด) : “นี่เป็นหนึ่งในวันที่เศร้าที่สุดสำหรับเรอัล ปุสกัส เคยเป็นนักเตะที่เป็นสัญลักษณ์แห่งยุคหนึ่งท่ามกลางแนวรุกแห่งตำนาน เขามีเพื่อนมากมายที่นี่เพราะเขาเป็นคนที่ทุกคนรักเขามาก ผมยังจำประตูมากมายของเขาได้ เขาเคยเป็นดาวยิงสูงสุดของสเปนถึง 4 สมัย วันนี้คนรุ่นผมสูญเสียหนึ่งในฮีโร่ในวัยเด็กไปเสียแล้ว”
อ๊อตมาร์ วอลเตอร์ (แชมป์ฟุตบอลโลก 1954 กับทีมชาติเยอรมัน) : “ผมรู้สึกเศร้าใจมาก เพราะผมเป็นเพื่อนกับ เฟเรนซ์ ปุสกัส มานานหลายปี ครั้งสุดท้ายเมื่อเราได้เจอกันก็เมื่อสองสามปีก่อน ที่บูดาเปสต์ ปุสกัส ซึ่งเป็นคนตลกทำให้ทั้งทีมได้หัวเราะกัน เขาเป็นคนตลกเฮฮา เขาไม่เคยทำให้คนอื่นรู้สึกว่าเขาคือหนึ่งในนักฟุตบอลที่ดีที่สุดในโลก และพอเราได้เป็นแชมป์โลก เขาก็ยอมรับจากใจจริงว่าทีมที่ดีกว่าคือผู้ชนะในนัดชิงจริงๆ มันแสดงให้เห็นถึงสปิริตแฟร์เพลย์ของเขา และนั่นเป็นสิ่งที่เขาแสดงให้เห็นจวบจนครั้งสุดท้ายที่เราได้พบกัน”


ผมเคยลงประวัติท่านนี้เอาไว้ครั้งนึง
ขอบคุณข้อมูลนะครับผม

ทำให้รู้จักปุสกัสขึ้นเยอะเลย (จากที่ได้ยินแต่ชื่อ)

อ่านเสร็จขอตัวไปนอนก่อนนะท่าน ตาลาย อิอิ
You Are Number 1!!!
รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
c.kong
ผู้เล่นชุดใหญ่
ผู้เล่นชุดใหญ่
 
โพสต์: 3210
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ ก.ย. 14, 2008 21:33
ที่อยู่: Manchester

โพสต์โดย spiritza » ศุกร์ มี.ค. 12, 2010 16:58

เดวๆก้มี
คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ !!
spirit_of_foam@live.com
แอดมาเป็นเพื่อนได้นะคับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
spiritza
ผู้เล่นชุดใหญ่
ผู้เล่นชุดใหญ่
 
โพสต์: 2507
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ม.ค. 30, 2009 20:49
ที่อยู่: โรงละครแห่งความฝัน

โพสต์โดย haymafia » ศุกร์ มี.ค. 12, 2010 17:02

มันเหมือนคนละยุคกับปัจจุบันมากกว่า

ถ้ามาเทียบกันก็คงไม่ได้
There's Only One David Beckham

รูปภาพ
haymafia
ผู้เล่นชุดใหญ่
ผู้เล่นชุดใหญ่
 
โพสต์: 1977
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 26, 2009 16:00
ที่อยู่: samutsakorn

โพสต์โดย gotjisolo » ศุกร์ มี.ค. 12, 2010 17:58

cheque เขียน:พูดถึง Johan Cruff หน้าเหมือนลูก้า โมดริชเลยน่ะ

ส่วนอันดับน่าจะเปนมาราโดน่าอันดับ 1 มากกว่าน่ะ แล้วเปเล่ อันดับ 2 ส่วนครั้ฟฟ์อันดับ 3 น่าจะเหมาะกว่า

แต่สุดท้ายผมชอบอัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่มากที่สุดแล้ว เปนนักเตะสไตล์ปิดบัญชีขนานแท้ ยิงได้คมมากๆ พ่อผมเคยเล่าให้ฟัง

ปล. สุดท้ายผมขอนึกไปถึงดันแคน เอ็ดเวิร์ดสล่ะกัน ผมเชื่อว่าถ้าเขาไม่เสียชีวิตตั้งแต่อายุ 19 ยังไงคนนี้ที่หนึ่งแน่นอน เปนนักเตะที่เล่นได้ทั้งสนามฟุตบอล ส่งไปเล่นตำแหน่งไหนขอให้บอก เล่นได้หมด

ตำนานวัย 20 ปีของแมนฯยู และเปนคนเดียวที่เซอร์บ๊อบบี้ ชาร์ลตันยอมรับว่าหากเขาไม่เสียชีวิตเร็ว เขาจะเก่งกว่าผมอย่างแน่นอน (โอ๊ยยยย ขนลุก อีกกี่ล้านปีจะมีนักเตะแบบนี้อีกหน่า)


ผมก็เสียดายมากๆ ป่านนี้ลุงเอดเวิร์ดคงสร้างตำนานขึ้นมากมาย อย่างว่าแหละครับยังดีที่ทีมเราฟื้นตัวได้นะ ทีมโตริโน่ก็เคยประสบอุบัติเหตุแบบนี้มาก่อนคือเครื่องบินไปชนภูเขา นักเตะในทีมโตริโน่ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นตัวสำคัญของทีมชาติอิตาลี่ ตายเกือบหมด จากนั้นหมดยุคที่ยิ่งใหญ่ของโตริโน่ ยูเว่ผงาดขึ้นมาครองความยิ่งใหญ่ในตูรินและเซเรียอา
ภาพประจำตัวสมาชิก
gotjisolo
ผู้เล่นชุดใหญ่
ผู้เล่นชุดใหญ่
 
โพสต์: 3065
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ก.ย. 11, 2006 22:49
ที่อยู่: Surabaya, Indonesia

โพสต์โดย redarmor » ศุกร์ มี.ค. 12, 2010 19:03

เปเล่ ทำทุกอย่างที่ มาราโดน่า ทำมาก่อน (พูดง่ายๆ คือ ลูกเล่นต่างๆ ของมาราโดน่า เปเล่ทำมาแล้วนั่นแหละ) แทบทุกอย่างละครับ (บอ.บู๋ พูดเอง) จะได้อันดับ 1 ก็ไม่แปลก เพราะเหมือนแกเป็นสัญลักษณ์ของ ฟุตบอล ไปแล้ว จัดยังไงก็ต้องให้แก อันดับ 1 ละครับ เพราะเป็นคนเดียวที่ได้แชมป์ โลก 3 สมัย + เป็นนักเตะที่ยิงประตูมากที่สุดตลอดกาลละนะ

จะ น่าเสียดายก็ตรง Bobby Charlton ไม่ติด ...
รูปภาพ
redarmor
ผู้เล่นชุดใหญ่
ผู้เล่นชุดใหญ่
 
โพสต์: 880
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ธ.ค. 07, 2005 00:46

โพสต์โดย ลูกชายไรอันกิ๊กส์ » ศุกร์ มี.ค. 12, 2010 20:42

เก่าไปมั้ง เอาปัจจุบันดีกว่า
<center>
ทำเพื่อใครสักคนฉันได้ทำเพื่อความรัก ร้องให้ใครสักคนฉันก็ร้องจากหัวใจ รักที่มันต้องจบมันก็ยังงดงามฉันยีงจำไว้</center>
ภาพประจำตัวสมาชิก
ลูกชายไรอันกิ๊กส์
ผู้เล่นชุดใหญ่
ผู้เล่นชุดใหญ่
 
โพสต์: 722
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. พ.ย. 08, 2007 12:36
ที่อยู่: อยู่ในใจใครซักคน

โพสต์โดย Mr.Donut » ศุกร์ มี.ค. 12, 2010 20:49

ซีดานสุดยอด เบสอย่างหล่อ
รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr.Donut
ผู้เล่นชุดใหญ่
ผู้เล่นชุดใหญ่
 
โพสต์: 4865
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร พ.ย. 14, 2006 14:03
ที่อยู่: Manchester United/RedarmyFC

โพสต์โดย jonmufc » ศุกร์ มี.ค. 12, 2010 21:12

จอร์จ เบสต์ สุดยอด :lol:
jonmufc
ผู้เล่นสำรอง
ผู้เล่นสำรอง
 
โพสต์: 332
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ ม.ค. 25, 2009 14:45

โพสต์โดย tiantawaiza » ศุกร์ มี.ค. 12, 2010 22:47

ป๋าเปรี้ยว เขียน:ไม่มี Rooney - -


ในอนาคตข้างหน้า ต้องมีชื่อรูนี่เเน่นอนครับ..

ชัวๆ
รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
tiantawaiza
ผู้เล่นชุดใหญ่
ผู้เล่นชุดใหญ่
 
โพสต์: 2787
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ ต.ค. 10, 2009 20:49
ที่อยู่: 12/12

โพสต์โดย Firetermart » ศุกร์ มี.ค. 12, 2010 23:19

ทำไมไม่มี คันแคน น่ะ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Firetermart
ผู้เล่นชุดใหญ่
ผู้เล่นชุดใหญ่
 
โพสต์: 3260
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ ก.ค. 15, 2006 14:49

โพสต์โดย gnz » เสาร์ มี.ค. 13, 2010 00:08

ถ้าเป็น 20 อันดับ อยากรู้ว่าจะมี นักเตะที่ยังไม่แขวนสตั๊ดติดมั้ย
gnz
ผู้เล่นเยาวชน
ผู้เล่นเยาวชน
 
โพสต์: 151
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. พ.ค. 04, 2006 22:20

โพสต์โดย Darren_Pique » เสาร์ มี.ค. 13, 2010 20:23

ไม่มีอะไรคอมเมนต์
อยากเห็นคนไทยรักกัน
รูปภาพ
Darren_Pique
ทดสอบฝีเท้า
ทดสอบฝีเท้า
 
โพสต์: 70
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ก.พ. 26, 2010 21:35

ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง เรด อาร์มี่ แฟนคลับ

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน




F168   MB66   Sunwin   CM88   OK9   trực tiếp bóng đá   ok9   SHBET   https://cm88viet.com/   MB66   go88   68 game bài   https://vnsc88.net/   Ufabet   23win   RR88   https://mm88.directory/   XIN88   BET88   Lương Sơn TV   NEW88   MB66   lô đề online   go88   game bài đổi thưởng   Sunwin   SHBET   F168   XX88   iwin   iwin   rikvip   rikvip   NEW88   789club   sun win   sunwin   https://f168.limo/   MB66   MM88   https://f8bet.me/   XX88   mm88   kèo bóng đá hôm nay   rikvip   sunwin   sunwin   ku bet   https://789bets.biz/   iwin   33win   sunwin   https://ok8386.finance/   F168   78win   tỷ lệ kèo nhà cái   b52   s8   s8   Sunwin   hi88   789club   789club   HITCLUB   b52   SHBET   SHBET   CM88   FLY88   https://fly88.deal/   hi88com   go88   sunwin   b52   MM88   keo nha cai   https://xx88.pro/   28bet   78win   789win   https://789bet.agency/   CM88   https://sc88.today/   NEW88   Cakhiatv   https://hi88.tours/   GO88   SUNWIN   hit club   F168   789BET   Bet88   PG88   go99   https://sc88.locker/   NEW88   https://sc88.training/   https://apexc.in.net/   https://open88.marketing/   qq88   u888   kèo nhà cái   nhà cái uy tín   789BET   BK8   qq88   https://qq88.money/   Mb66   https://mm88.center/   Socolive   OK9   cakhiatv   pgslot   slotxo   สล็อตเว็บตรง   MB66   BONGDALU   F8bet   lô đề online   new88   https://bshbet.com/   MB66   SHBET   Go88   sunwin   truc tiep bong da   hi88   Fly88.com   79win   https://xx88.ac/   OPEN88   OK9   sunwin   https://fun88.supply/   JBO   fly88   https://open881.net/   gg88   gg88   OK9   f168   แทงบอล   https://kjc.bike/   https://kjc88.io/   F8bet   ok9   สล็อตเว็บตรง   เว็บสล็อต   b52club   F168   link kubet   F168   Fun88 ทางเข้า   JBO   ok8386   FLY88   rik vip   go88   xóc đĩa 88   fly88   nhà cái uy tín   iwin   trang cá cược bóng đá   MB66   https://789winco.com/   bongdalu   OK9   OK9   98win   rr88   rr88   Fun88   bomwin   MM88   SC88   fly88   78win   sunwin   gemwin   zowin   hit club   https://3245.cn.com/   https://sc88.group/   Taladball แทงบอล UFABET   https://fun88.support/   CM88   https://qq88.movie/   https://f168.onl/   cm88   go88   https://soikeo.africa/   vaobet   cm88   go88   go88   sc88   JBO   บอลสด   สล็อต   สล็อต   ดูบอลสด   สล็อตเว็บตรง   สล็อตเว็บตรง   สล็อต999   ทดลองเล่นสล็อต   สล็อต