กลยุทธ์-สูตรสำเร็จ บอลยุโรป โดยจอมคนเลือดสก๊อต
สารภาพตรง ๆ ว่าช่วงหลังดูบอลน้อยกว่าแต่ก่อนเยอะ ความรับผิดชอบที่มาพร้อมกับอนาคตมันรายล้อมเข้ามาทำให้เวลาว่างที่จะมานั่งจ้อประจำการดูกีฬาซึ่งเป็นที่โปรดปราน(ฟุตบอล)นั้นเหลือกระปิดกระปอยจริง ๆ

แต่อย่างน้อยก็ขอไม่พลาดทุกนัดที่ขุนพลปีศาจแดงลงสนาม(อันนี้ใจมันเรียกร้อง) ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก็หลายช่วงแล้วในซีซั่นนี้ ซึ่ง ณ ปัจจุบันแฟนผีทั้งหลายคงจะยิ้มกันได้บ้างกับผลงานของทีมในเวลานี้
หยิบแชมป์แรกได้แล้ว แม้จะเป็นถ้วยเล็กอย่างลีกคัพ แต่ก็เปรียบเสมือนยาชูกำลังชนิดหนึ่ง ส่วนในลีกก็ปีนขึ้นไปแตะส่วนที่อยู่บนสุดของตารางได้แล้ว แม้ยังไม่ใช่หลังจากนัดที่ 38 แต่อย่างน้อยทำให้แฟนบอลหลาย ๆ คน ที่หนุนหลังอยู่รับรู้ถึงบรรยากาศอันชื่นมื่นยามยืนอยู่บนตำแหน่งจ่าฝูง
เสร็จแล้วลองหลับตาแล้วตื่นมาดูโลกกว้างกว่าเดิมอย่างรายการ 'ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก' ที่เปรียบดั่งเจ้าหญิงในนิยายจนหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่จากหลายดินแดนอาทิเช่น ลาลีก้า กัลโช่ แม้กระทั่งพรีเมียร์ชิพ ต่างถวิลหาหมายปองที่จะครอบครองด้วยกันทั้งสิ้น
คงไม่มีใครปฏิเสธความเคี่ยว-ความยาก ในการทวงหาความสำเร็จ เพราะสิ่งเหล่านี้คือเครื่องการันตีคุณภาพของสโมสรที่จะเถลิงแชมป์หรือหลุดเข้ามารอบลึก ๆ ได้
โดยที่ผ่านมามีหลายแท็กติคหลายมันสมองจากยอดกุนซือพาทีมทะลุเข้ามาตามหาฝันได้สำเร็จแม้กระทั่งกุนซือหน้าใหม่อย่าง 'เป๊ป กวอร์ดิโอล่า' ที่ทำเรื่อง Wonderful ให้คนทั่วโลกได้ประจักษ์ในปีที่ผ่านมา
แต่ส่วนตัวแล้วสิ่งที่ผมติดใจมากที่สุดก็คือมันสมองของ 'ป๋าเฟอร์กี้' ขุนพลเอกแห่งเมืองแมนเชสเตอร์นี่เอง
ใชครับกับคำพูดที่ว่า 'อย่านำอดีตมาขีดเขียนปัจจุบัน' ย้อนกลับไป 2 ปีที่แล้วแมนยูนำความชื่นมื่นมาให้เหล่าสาวกเรด เดวิลส์ ด้วยการหอบถ้วยฟุตบอลยุโรปกลับมายังโอลด์ แทรฟฟอร์ด ส่วนปีที่ผ่านมาแม้จะอกหักในรอบชิงดำ แต่อย่างน้อยการหลุดเขามาถึงนัดสุดท้ายของรายการน่าจะบ่งบอกถึงคุณภาพ หรืออะไรหลาย ๆ ในตัวป๋าและลูกทีมได้เป็นอย่างดี
กลยุทธ์-สูตรสำเร็จ ของเซอร์อเล็กซ์ไม่มีอะไรซับซ้อน แต่คุณภาพของเกมส์นั้นคับแก้วจริง ๆ
ส่วนแรกคือแผนการเล่นที่เฟอร์กูสันเองก็ยอมเปลี่ยนความเป็นยูไนเต็ดจาก (4-4-2) มาเป็น (4-5-1) ที่กลายเป็นฟอร์เมชั่นยอดฮิตติดลมบนไปแล้ว

ซึ่งบ้างก็ใช้ได้ผลดีบ้างก็ยังไม่แจ่มเท่าที่ควร ตรงส่วนนี้มันต่างกันที่รายละเอียดในจุดที่กุนซือแต่ละคนต้องทำการบ้านและปรับให้เข้ากับศักยภาพของลูกทีมตัวเองให้มากที่สุด
(4-5-1) By Sir Alex Ferguson ของปีศาจแดงนั้นมีดีอะไรทำไมถึงค่อนข้างประสบความสำเร็จในเวทียุโรปช่วง 2-3 ขวบปีหลังขนาดนี้
แผงหลังไม่มีอะไรมากสิ่งสำคัญที่สุดคือการสอดประสานกันอย่างรู้ใจของนักเตะที่สี่คนที่ยืนอยู่ในแนวเดียวกัน
เขยิบมาดูแดนกลาง ส่วนที่บอกตรง ๆว่ากว่า 50% เป็นตัวตัดสินเกมส์ได้เลย โดยท่านเซอร์นั้นเลือกใช้กลางสามคนที่ต่างก็มีคาแรคเตอร์ไม่เหมือนกัน
หนึ่งคนทำหน้าที่รองบอลเพื่อน ป้ายบอลสั้น ๆ และใช้วิธียืนดักพื้นที่หน้าแผงหลัง ส่วนอีกหนึ่งคนจะทำหน้าที่เก็บบอล คุมจังหวะเกมส์ช้า-เร็ว รวมถึงวางบอลยาวเมื่อมีโอกาส
ส่วนอีกหนึ่งที่ว่างนั้นเว้นไว้ให้กับผู้ที่ทำหน้าที่ผึ้งงานให้กับทีม คอยไล่บอลจนหมดลมหายใจสุดท้าย
ด้านปีกอีกสองข้างสังเกตุได้ว่าป๋าจะกำชับหนึ่งอย่างนี้อยู่เสมอนั่นคือต้องช่วยไล่บอลและลงไปช่วยเกมส์รับยามโดนอีกฝ่ายลุกไล่ แม้กระทั่งหมูพลิ้วที่เราจะเห็นเจ้าตัวลงไปซ้อนเอฟร่าอยู่บ่อยครั้ง หลังโดนจับถ่างไปยืนฝั่งซ้ายตอนโรนัลโด้ยังวาดลวดลายอยู่ในถิ่นโรงละครแห่งความฝัน
ส่วนตำแหน่งหน้าเป้านั้นจะต้องมีคุณสมบัติสองอย่างคือไวและเก็บบอลได้ ส่วนจะคมหรือไม่อีกเรื่อง เพราะถ้ามีสองสิ่งที่กล่าวมาแล้วเกมส์สวนกลับจะดูน่ากลัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
สังเกตุดูดี ๆ หากโดนบุกนักเตะแมนยูทุกคนจะช่วยกันเล่นเกมส์รับอย่างมีวินัย ตรงจุดนี้พูดเหมือนง่ายแต่ทำนยากน่ะครับ ต้องปลูกฝังวินัยกันมาอย่างดี
ซึ่งโชคดีที่ขุนพลปีศาจแดงนั้นมีค่า Workrate(เล่นตามใบสั่ง) ค่อนข้างสูงโดยเฉพาะอาตี๋ปาร์คและเฟรทเชอร์ที่โดดเด่นกว่าใครเพื่อน จนสัมปทานตำแหน่งตัวจริงในเกมส์ใหญ่ไปเรียบร้อย

สุดยอดนักเตะจะไปไม่ค่อยเป็นก็เพราะมาเจอนักเตะจำพวกนี้แหละที่กัดไม่ปล่อย ตอดเล็กตอดน้อยตลอดเวลา
มุมกลับกัน หากปีศาจแดงเป็นฝ่ายเปิดเกมส์รุกก็ไม่มีขั้นตอนที่ยุ่งยากซับซ้อน เพียงแค่พาบอลขึ้นไปยังพื้นที่อันตรายให้ได้เร็วที่สุด และขอยืมคำพูดของนักพากย์ท่านนึง(จำชื่อไม่ได้) เขาบอกว่า 'นักเตะแมนยูมีความเข้าใจเกมส์สูง รู้ว่าจังหวะใหนควรทำอะไรและควรอยู่ตรงใหน'
ตรงนี้แหละโดนใจเต็ม ๆ ผมเองนั่งคิดและหาคำตอบเสมอว่าลองยกผู้เล่นแมนยูทั้งทีมไปเทียบปอนด์ต่อปอนด์กับเหล่าขุนพลบาร์เซโลนา รีล มาดริด หรือแม้กระทั่งเชลซี อาร์เซน่อล นั้นค่อนข้างเป็นรองเรื่องความสามารถ หรือเทคนิกเฉพาะตัว แต่สิ่งที่พาแมนยูต่อกรกับทีมระดับนี้มาได้สมน้ำสมเนื้อก็คือ 'ความเข้าใจเกมส์ของผู้เล่นแต่ละคนนี่เอง'
อีกปัจจัยสำคัญเลยคงหนีไม่พ้นประสบการณ์ของลูก ๆ เฟอร์กี้ทีทุกคนต่างก็สุกงอมได้ที่แล้ว นักเตะอย่างรูนี่ย์ เฟรทเชอร์ และอีกหลาย ๆ คนภายในทีมผ่านช่วงเวลาดาวรุ่ง ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้ สัมผัสถึงความล้มเหลวมาแล้วทั้งสิ้นโดยเฉพาะปีที่ตกรอบแบ่งกลุ่ม
ฉะนั้นผมค่อนข้างเชื่อว่าอย่างน้อย ๆ ทีมอย่างปีศาจแดงที่มีบรมครูอย่างอเล็กซ์ เฟอร์กูสันนั่งบงการอยู่ข้างสนามน่าจะประสบความสำเร็จในเวทียุโรป ที่แม้เส้นทางมันยังมีขวากหนามอยู่อีกมากมาย แต่ก็น่าจะทะลุเข้าไปรอบท้าย ๆ ได้เป็นประจำ
ฟุตบอลมันก็แค่ลูกกลม ๆ อย่างที่เขาว่ากัน แต่หากมีกลยุทธ์-สูตรสำเร็จที่ดี ชัยชนะคงไม่ไกลเกินเอื้อม
ขอบคุณรูปสวย ๆ จาก ไบรท์@soccersuck







</center>





