วันอาทิตย์ ที่ 21 มี.ค. เวลา 20.30 น., ช่อง trueSport 1
นัดสำคัญอีกนัดหนึ่งของฤดูกาลมาถึง...
ต่างเป้าหมายแต่ต้องการชัยชนะเหมือนกัน ฝั่งหนึ่งลุ้นแชมป์อีกฝั่งลุ้นที่ 4 แต่อะไรไม่น่าติดตามเท่ากับความต้องการของผองแฟนปีศาจแดงที่แพ้ลิเวอร์พูลมาสามนัดติดต่อกัน เกมนี้พวกเขาต้องการทั้งชนะและล้างตาให้ได้ในเกมเดียว
นับตั้งแต่ราฟาเอล เบนิเตซ คุมทีมลิเวอร์พูล 4 ปีแรกเขาชนะแมนฯยูฯ แค่เกมเดียวคือเอฟเอ คัพ เมื่อปี 2006 ขณะที่ในลีกนั้นดีสุดคือเสมอแค่เกมเดียว ยิงได้ลูกเดียว พึ่งจะมีสามนัดล่าสุดในสองปีที่ผ่านมา เด็กหงส์ชนะรวด แถมปีกลายยิงได้ถึง 4-1 ในโอลด์ แทรฟฟอร์ด นั่นคือครั้งแรกในรอบ 80 ปี
แทบไม่ต้องสงสัยเลยว่าด้วยสถานการณ์ใกล้งวดเข้ามาทุกที ทั้งเดิมพันที่สองทีมไม่ต้องการแพ้ในเกมนี้ ด้วยจะมีผลต่อเป้าหมายตัวเอง เกมนี้จึงเป็นเกมที่ต่อสู้กันอย่างดุเดือดแน่นอน
โดยสถิติแล้วทั้งสองทีมพบกันทุกรายการดังนี้
ปีศาจแดงพร้อม รูนีย์ ทอปฟอร์ม
แทบไม่ต้องสงสัยเลยว่าชั่วโมงนี้ เวย์น รูนีย์ และนักเตะแมนฯยูไนเต็ด ทุกคนกำลังเข้าฝักเข้าฟอร์ม ทำคะแนนจี้จนเชลซีหนาวๆร้อนๆ กระทั่งแซงขึ้นจ่าฝูงก่อนวันเสาร์ที่ 20 มี.ค. ไม่เฉพาะพรีเมียร์ลีกเท่านั้นยังรวมถึง แชมเปี้ยนส์ ลีกอีกด้วย
สัปดาห์นี้หากแมนฯยูฯ ชนะลิเวอร์พูล พวกเขาจะยืดช่องว่างห่างจากเชลซีไปเป็น 5 แต้ม โดยเชลซีแข่งช่วง 23.00 น. หลังทราบผลคู่แดงเดือดแล้วนั่นเอง
เกมนัดนี้เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ต้องการแก้ไขสามเกมหลังสุดที่แพ้ลิเวอร์พูล ปีนี้พลาดไม่ได้สำหรับความพ่ายแพ้ที่อาจมีผลต่อการลุ้นแชมป์ ซึ่งเชลซี ได้เปรียบเกมในมือ ดังนั้นการจัดตัวผู้เล่นของพวกเขาจึงต้องออกมาในแนวทางที่พร้อมชนหงส์แดงด้วยเช่นกัน
ดังนั้นนักเตะอย่าง พาร์ค ชี ซอง, ดาร์เรน เฟลทเชอร์ และ ไมเคิล คาร์ริค อาจได้โอกาสลงสนามโดยมี พอล สโกลส์ เป็นตัวคุมเกมทั้งหมดใช้ประสบการณ์เล่นเกมนี้โดยเฉพาะ นั่นทำให้ นานี หรือแม้กระทั่ง วาเลนเซีย คนใดคนหนึ่งสำรอง โดย เวย์น รูนีย์ นำทีม ร่วมกับ เบอร์บาตอฟ ในแนวรุก
แทกติกของเซอร์ อเล็กซ์ จะออกมาแบบ 4-4-2
ราฟา ลังเลใจ อาควิหรือ ลูคัส
หลายคนสนับสนุนให้ราฟาเอล เบนิเตซ ใช้ 11 คนแรกชุดชนะ พอร์ตสมัธ ลงสนามซดแมนฯยูฯ แต่เกมทั้งสองแบบคนละเรื่องเดียวกัน คู่แข่งขันก็คนละสไตล์ อย่างไรก็ตามทั้งหมดขึ้นกับเกมนัดพบลีลล์ ในยูโรปา ลีก ซึ่งมีผลต่อการโรเตชั่น นักเตะมาใช้ในเกมนี้ด้วย
ถ้า ลูคัส ลงเตะกับลีลล์ นั่นเป็นโอกาสของ อาควิลานี ในนัดแดงเดือดแต่ถ้าไม่ ขาประจำแอนตี้ ลูคัส ก็ต้องทำใจล่วงหน้าว่าอาจมีลุ้นลงเตะกับผีแดง เพราะสามนัดหลังสุดเขาคือตัวหลักในการชนะแมนฯยูไนเต็ด ส่วนตำแหน่งอื่นๆนั้นอย่าง เดิร์ค เคาต์ เองก็ต้องลุ้นด้วยหลังจากพักหลังขยันมากไปหน่อย จนทำให้เล่นพลาดไปหมด
ดูแล้ว....ราฟา น่าจะมีปัญหากับสองตำแหน่งนี้ ส่วนตำแหน่งอื่นๆนั้นไม่มีเปลี่ยนกองหลังทั้ง แอกเกอร์, คาร์ราเกอร์, จอห์นสัน และ อินซัว ส่วนกองกลางนั้นอาจเป็น อาควิลานี กับ มาสเชราโน โดย เจอร์ราร์ด เล่นข้างหลัง ตอร์เรส ขณะที่ริมเส้น เบนายูนกับ มักซี โรดริเกซ
เกมรุกผีดีกว่า
เจ้าของดาวซัลโว 25 ลูกและ 32 รวมทุกรายการฮอตสุดในปีนี้ ทุกรูปแบบของการทำประตู พร้อมฟอร์มที่มั่นใจ ทำให้ รูนีย์ มีผลงานชัดเจนกว่า ตอร์เรส ซึ่งเจ็บซะเป็นส่วนใหญ่ ขณะเดียวกันวิธีการเล่นเกมรุกของผีแดงยังเอื้อให้ รูนีย์ ซัลโวประตูได้ง่ายกว่า ตอร์เรส ที่โดดเดี่ยวมากเกินไป ลิเวอร์พูลเล่นเกมรุกไม่ดีเอาซะเลย ถ้ากองหลังผีแดงไม่เลินเล่อเหมือนที่ผ่านมา ลอคติด....มีโอกาสตัด ตอร์เรส ออกจากเกมได้
จุดนี้ต้องยอมรับ ณ วันนี้ ถ้าเทียบแนวรุกจากสองทีม และสองหัวหอก.... ฝั่งผีแดงชนะ
แดนกลางสูสี ระวัง เจอร์ราร์ด ใบแดง
แดนกลางของผีแดงมีบทเรียนจากสามเกมล่าสุดที่สู้ลิเวอร์พูลไม่ได้เลย นัดนี้อาจปรับเปลี่ยนวิธีการเล่น หันมาลุยสู้ โดยใช้ลูกหนักเข้าแลกด้วยเหมือนกันเพื่อชิงพื้นที่แดนกลาง เกมแบบนี้น่าทำให้มีจังหวะปะทะกันบ่อย โอกาสนอกเกมมีสูง โดยเฉพาะฝั่งลิเวอร์พูลต้องระวัง เจอร์ราร์ดซึ่งสองเกมหลังออกอาการหลุดอย่างน่าตกใจ ให้สัญลักษณ์เพศหญิงกับผู้ตัดสินในนัดพบวีแกน รอดตัวไม่โดนลงโทษ มาเกมล่าสุดใช้ท่อนแขนฟาด ไมเคิล บราวน์ของ พอร์ตสมัธ ก็ไม่โดนลงโทษ จนราฟา ต้องรีบเปลี่ยนตัวออก
เชื่อว่า เซอร์ อเล็กซ์ ละเอียดพอที่จะสั่งลูกทีมเล่นแทกติกยั่ว เจอร์ราร์ด ให้หลุดสมาธิ คุมสติไม่อยู่ ไล่เตะคนแทน มีโอกาสใบแดงเช่นกัน
ตรงกลางถือว่า 50-50 ไม่มีใครเหนือกว่า แต่แฟนหงส์ต้องลุ้นไม่ให้ เจอร์ราร์ด ฟุ้งซ่านเกินไป อาจโดนใบแดงได้
กองหลัง....ผีดีกว่าเล็กน้อย
ปีนี้เกมรับทั้งสองทีมผิดพลาดง่ายเหมือนกัน แมนฯยูฯ ดีช่วงต้นซีซั่น มาออกทะเลช่วงหลังปีใหม่ ส่วนลิเวอร์พูลแย่ช่วงแรก มาช่วงหลังเริ่มดีขึ้นบ้าง แต่ไม่ถึงกับแน่นอนมาก ปัญหาแนวรับของทั้งสองทีมอยู่ที่ความผิดพลาดส่วนตัว เล่นพลาดกันง่าย เลยโดนยิง
อย่างไรก็ตามเทียบโดยภาพรวมกองหลังแมนฯยูฯ ดีกว่าเล็กน้อย ผู้รักษาประตูถือว่าเหนียวพอๆ กัน
แทกติก บู๊ทั้งคู่ เกมน่าเดือด
เชื่อว่าเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คงไม่ปล่อยให้ ราฟาเอล เบนิเตซ วางกลยุทธ์เหมือนที่ผ่านมาคือ เน้นเกมถึงลูกถึงคนเล่นเหมือนสุนัขจนตรอก กัดไม่ปล่อย ไล่บี้เน้นความดุดันเพื่อตัด เกมรุกผีแดงออกไป ไม่ให้ รูนีย์ ได้มีโอกาสเหมือนที่ผ่านมาซึ่งลิเวอร์พูลทำได้ดี ดังนั้น แมนฯยูฯ อาจปรับท่าทีหันมาเล่นทะเลาะด้วย
เกมอาจออกไปในแนวทางดุเดือด...วัดกันที่ว่าใครพลาดก่อน พลาดคือทำเกมไม่ได้ แย่งบอลไม่ได้ ตัดเกมไม่ได้แล้วอีกฝั่งหนึ่งได้โอกาส เชื่อว่าเกมรุกเร็วของผีถูกงัดมาใช้ หากแย่งบอลมาครองได้ โดยการเล่นแบบเดียวกับที่ลิเวอร์พูลวางแผนมา ซึ่งเชื่อว่า ราฟา จะเน้นเกมแบบเดิม บู๊ให้ถึงที่สุด
ดูแล้วออกได้สามหน้าเลยทีเดียว น้ำหนักของผลชนะ-เสมอ และแพ้ อยู่เท่าๆ กัน














