ถาม: คุณอยากจะพูดอะไรถึง เซอร์ อเล็กซ์ และอิทธิพลที่เขามีต่อทีมไหม?
ตอบ: เขาจะต้องได้รับการพูดถึงอย่างแน่นอน ว่าเป็นผู้จัดการทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตั้งแต่ฟุตบอลมีมา สำหรับผมแล้ว การได้ลงเล่นให้เขาเป็นเวลานานขนาดนี้ ถือเป็นอะไรที่เหลือเชื่อมาก และเขาก็คือคนที่มอบโอกาสอันนี้ให้แก่ผม เขามักจะพูดเสมอว่า เขาพร้อมจะให้โอกาสทุกๆคน ที่ดีพอ และคู่ควรกับมัน ผมติดหนี้บุญคุณเขามากมาย เขาทำได้ในสิ่งที่ แม็ตต์ บัสบี้ เคยทำไว้เมื่อ 50 ปีก่อนนี้ - การนำผู้เล่นดาวรุ่งขึ้นชั้นมาเล่นในทีม พวกเราเป็นเด็กท้องถิ่น และต่างก็รักสโมสรนี้ เขาสามารถหล่อหลอมนักเตะให้เป็นไปอย่างที่เขาต้องการได้ คุณไม่สามารถหาอะไรมาแทนที่หัวใจที่นักเตะท้องถิ่นมีให้กับสโมสร แต่แน่นอน เราก็ต้องการทักษะด้านอื่นมาเพิ่มเติมในทีมด้วย และนั่นก็ทำให้เรามีนักเตะต่างชาติในทีม เขาสามารถหล่อหลอมนักเตะทั้งหมดในทีม ให้กลายเป็นครอบครัว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้
ถาม: ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา คุณพอจะบอกได้ไหมว่าทีมชุดไหนที่คุณคิดว่าเจ๋งสุดตั้งแต่เคยเล่นมา?
ตอบ: ชุดปี 1994 พละกำลัง และความแข็งแกร่งของทีม รวมถึงสรีระของนักเตะ สุดยอดจริงๆครับ แล้วก็มีชุด 1999 แน่นอนล่ะ ยังมีชุดปี 2006/07 ตอนที่ โรนัลโด้ และ รูนี่ย์ เริ่มเติบโตขึ้น และ วิดิช กับ เอฟร่า ปรับตัวเข้ากับบอลอังกฤษได้แล้ว ช่วงนั้นเป็นเวลา 6-8 เดือนที่พิเศษมาก ผมโชคร้ายที่ได้รับบาดเจ็บจนจบฤดูกาล แต่ผมไม่แปลกใจเลยที่เราส่งท้ายฤดูกาลนั้นด้วยแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก แต่ถ้าให้เลือกจากความสำเร็จที่ทำได้ ยังไงก็ต้องเป็นปี 1999 ครับ
ถาม: คุณพูดถึงอาการบาดเจ็บที่คุณประสบในปี 2007 และนั่นทำให้คุณหลุดออกจากทีมไปนานมาก นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณแขวนสตั๊ดในทุกวันนี้หรือไม่?
ตอบ: ก็คงต้องบอกว่าใช่ล่ะนะ จังหวะนั้นผมจับบอลไม่ค่อยดีนัก และ แกรี่ สปีด ก็เข้ามาปะทะ ซึ่งถ้าผมเป็นเขาผมก็คงทำในแบบเดียวกันนี่แหละ! ผมต้องพักยาวถึง 12 เดือน เฉพาะที่ข้อเท้าก็ใช้เวลา 5-6 เดือนแล้ว แถมยังมีอาการบาดเจ็บตรงที่อื่นๆอีก การขาดหายไปในช่วงอายุแบบนั้น คุณจะรู้สึกเลยว่าฟุตบอลมันเดินหน้าไปเร็วมาก นั่นเป็นช่วงที่ โรนัลโด้, รูนี่ย์ แล้วก็ ราฟาเอล ก้าวขึ้นมาอย่างเต็มตัว ทีมของเรายังคงเดินหน้าต่อไป ในฤดูกาลถัดมา ผมคิดว่าจะได้ลงเล่นอย่างน้อยก็ 25-30 เกม แต่มันไม่ได้เป็นเช่นนั้น สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเสมอกับนักเตะอายุเยอะๆ แต่แนวทางที่ผมต้องการมาตลอดคือการลงเล่นอย่างต่อเนื่อง การลงเล่นเป็นประจำจะช่วยคุณได้มากในเรื่องของความมั่นใจ และการรักษาความฟิต แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ร่างกายผมก็เจ็บเล็กๆน้อยๆมาตลอดนับแต่นั้นมา จะว่าไป การบาดเจ็บในตอนนั้นก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นอย่างที่ว่าจริงๆนั่นแหละ - ถึงแม้ว่าในสองฤดูกาลก่อนหน้านี้ผมจะยังแฮปปี้กับการอยู่ในทีมก็ตามที
ถาม: คุณเคยเล่นกับนักเตะระดับสุดยอดมาแล้วหลายต่อหลายคน คุณพอจะบอกได้ไหมว่า ใครเจ๋งที่สุดที่คุณเคยเล่นร่วมมา?
ตอบ: ตอบยากมากเลยนะ อย่างสองคนที่ยังเล่นอยู่ในตอนนี้: กิ๊กซี่ย์ กับ สโคลซี่ย์ คุณจะเลือกยังไงดี? นอกจากนั้นก็ยังนักเตะที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับทีม อย่างเช่น รอย คีน กับ ไบรอัน ร็อบสัน แล้วก็ยังมี คริสติอาโน่ โรนัลโด้ ในสองฤดูกาลหลังสุดของเขา นั่นเป็นช่วงที่ฟอร์มของเขาเหลือเชื่อมากๆ ไหนจะ เอริค คันโตน่า อีก ในปีที่เราเป็นดับเบิ้ลแชมป์ หลังจากที่เขากลับมาจากโทษแบน ตอนนั้นเขายิงติดกัน 6 หรือ 7 นัดได้เลยมั๊งนะ แล้วก็ยังมี ปีเตอร์ ชไมเคิล อีกด้วย มันเป็นเรื่องยากจริงๆที่จะเลือกใครสักคนหนึ่งขึ้นมา ผมยังไม่ได้กล่าวถึงนักเตะอย่าง พัลลี่ (แกรี่ พัลลิสเตอร์), ยาป สตัม, เบ็คส์... ผมบอกได้แค่ว่า ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากจริงๆ ที่ครั้งหนึ่งเคยได้ร่วมเล่นกับนักเตะระดับนี้
ถาม: เคยมีคนพูดเอาไว้ว่า มีนักเตะหลายคนที่มีพรสวรรค์มากกว่าคุณ แต่คุณเป็นคนที่ดึงความสามารถทั้งหมดที่มีในตัวออกมาใช้ได้เป็นประโยชน์ที่สุด รวมถึงคุณยังเป็นคนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น และนั่นก็เป็นเหตุผลให้คุณมีอาชีพที่สวยหรูอย่างในตอนนี้ คุณว่าคำพูดนั้นมันแฟร์ไหม?
ตอบ: นี่คุณพยายามถามอย่างสุภาพที่สุดแล้วใช่ไหม? (หัวเราะ) อืม ผมว่ามันก็เป็นอย่างที่เขาพูดนะ ผมอาศัยความสามารถที่ไม่ใช่พรสวรรค์ที่ติดตัวมา จนทำให้มีทุกวันนี้ ผมอยากจะเชื่อว่า ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะความฉลาดในการเล่น ผมมักจะรู้ว่าควรจะยืนอยู่ตรงไหน เมื่อไร เวลาอยู่ในสนาม และในทางกายภาพ ช่วงที่ผมฟิตๆ ผมสามารถวิ่งขึ้นวิ่งลงริมเส้นได้ทั้งวันเลยล่ะ ส่วนทางด้านสภาพจิตใจ ผมเป็นคนที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะ ผมมีความมุ่งมั่นที่จะชนะ และผมก็มีความตั้งใจจริงที่จะทำมันให้ได้ สามสิ่งนี้แหละที่ผมว่าเป็นจุดเด่นของผม ความฟิต, ความแข็งแกร่ง และก็บุคลิก นักเตะบางคนอาจจะลงเล่นโดยคิดว่า ถ้าฟอร์มของเขาต่ำกว่ามาตรฐานสัก 3% ก็ไม่เป็นไรหรอก แต่สำหรับผม มันจะต้องเป็น 100% เท่านั้น หรือไม่ก็ไม่ลงเล่นเลย ไม่มีเร้าหรืออย่างแน่นอน ผมต้องการให้ทุกอย่างเป็นไปตามทางที่ถูกต้อง ทั้งความฟิต, สภาพจิตใจ, สภาพร่างกาย และความสม่ำเสมอในการลงเล่น แต่เมื่อคุณเริ่มมีปัญหาบาดเจ็บมาคอยรบกวน อีกทั้งยังมีนักเตะคนอื่นๆที่พร้อมจะทำหน้าที่แทนคุณ คุณก็จะไม่ได้รับโอกาสในการลงเล่นเท่าที่ควร ซึ่งผมก็ยอมรับในสิ่งนั้น คุณลองดู กิ๊กส์ ในปัจจุบัน บางทีเขาอาจจะเล่นจนถึงอายุ 45 ก็เป็นได้ แต่เขาไม่ใช่ กิ๊กส์ คนเดิมในวัย 17 ปีอีกแล้ว คุณอาจจะเถียงว่าเขาดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ แต่นั่นก็เพราะเขาไม่ได้เล่นแบบเดิมอีกแล้ว เช่นเดียวกับ สโคลซี่ย์ เมื่อก่อน สโคลซี่ย์ เล่นเป็นกองหน้า หรือไม่ก็กองกลางตัวรุกที่พร้อมโฉบเข้าทำประตู แต่ทุกวันนี้เขายืนต่ำ และคอยคุมจังหวะของทีมมากกว่า พวกเขาสามารถปรับตัวเองได้ และพวกเขาก็มีทักษะ และความสามารถที่เหลือเชื่อจริงๆ แต่ผมไม่ได้มีสิ่งเหล่านั้น เกมของผมมันคือความฟิต, ความมุ่งมั่น, ความดุดัน, และการปะทะ และเมื่อไรก็ตามที่สิ่งเหล่านั้นมันหายไป มันก็ส่งผลโดยตรงกับผม
ถาม: เดาว่าชีวิตประจำวันของคุณคงไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากใช่ไหม? เพราะที่ผ่านมาคุณค่อนข้างใช้ชีวิตที่เรียบง่ายมาตลอด
ตอบ: ตอนที่ลงเล่น ผมอยู่ท่ามกลางแสงไฟ แต่เมื่ออยู่บ้าน ไม่มีใครรู้หรอกว่าผมทำอะไรบ้าง ไม่มีใครรู้ว่าผมไปทานข้าวที่ไหน - นอกจากผู้คนในร้านอาหาร - ถ้าเขารู้จักผมน่ะนะ แล้วก็คนที่ผมพูดคุยด้วยเท่านั้น ชีวิตของผมค่อนข้างเป็นส่วนตัวมาก แต่สิ่งที่ผมจะคิดถึงเสมอก็คือ สายตาที่ผู้คน 76,000 คนบนอัฒจันทร์จ้องมองลงมา และอดรีนาลีนที่สูบฉีดในร่างกายในทุกๆสัปดาห์ เพราะนั่นเป็นเสมือนชีวิตของคุณ เมื่อคุณเป็นนักเตะของ ยูไนเต็ด
ถาม: อนาคตของคุณจะเป็นอย่างไรต่อไป?
ตอบ: ผมจะยังอยู่กับ ยูไนเต็ด ไปจนจบฤดูกาลนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของทีมโค้ช แต่ผมก็ยังไม่ได้คิดถึงเรื่องการคุมทีม หรือเป็นโค้ชแบบถาวรในตอนนี้นะ แต่แน่นอนว่าผมยังต้องการจะสานความสัมพันธ์ของผมกับสโมสรแห่งนี้ต่อไป ไม่ว่าจะในฐานะโค้ช หรือแฟนบอลก็ตาม ผมอยากจะให้เวลาตัวเองสัก 12 เดือน ผมไม่อยากเร่งรัดความสัมพันธ์อะไรใหม่ๆในตอนนี้ ผมแค่อยากพักผ่อนสบายๆ แต่ผมก็ไม่ใช่คนที่ชื่นชอบการพักผ่อนมากมายหรอกนะครับ แค่อยากไปชิลล์บ้างเล็กๆน้อยๆ แต่ท้ายที่สุดแล้ว ผมก็อยากจะกลับมาที่ ยูไนเต็ด เพราะทีมนี้ให้ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตผม
ถาม: คุณอยากให้แฟนๆยูไนเต็ด จดจำภาพคุณในสนามอย่างไรบ้าง?
ตอบ: ภาพที่ผมกระโดดดีใจต่อหน้าแฟนๆ ลิเวอร์พูล อาจจะเป็นอะไรที่เด้งขึ้นมาในสมองเป็นอย่างแรก แต่ที่ผมต้องการที่สุดคือ ให้เขาจำว่าผมเคยเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ประสบความสำเร็จ ส่วนเรื่องความสำคัญของผมที่มีต่อทีมนั้น มันก็ขึ้นอยู่กับความเห็นของแต่ละคนแหละครับ แต่แค่การได้เป็นส่วนหนึ่งของทีม และการได้ชนะเหรียญรางวัลต่างๆ มันเป็นอะไรที่เราทุกคนต้องการมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กแล้วล่ะ คุณเลือกเดินในเส้นทางของฟุตบอลตั้งแต่ยังเล็ก ข้อที่หนึ่ง ก็เพราะมีบางอย่างจูงใจคุณ - สำหรับผม สิ่งนั้นคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ข้อที่สอง เพราคุณรักฟุตบอล หลังจากนั้นเมื่อคุณได้ก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ สิ่งที่คุณต้องการก็คือถ้วยรางวัล นั่นล่ะที่ผมต้องการ ผมต้องการให้เขาจำได้ว่า ผมเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่เคยประสบความสำเร็จครับ
ถาม: แต่กระนั้น ภาพที่คุณกระโดดดีใจต่อหน้าแฟนๆ ลิเวอร์พูล ก็ดูจะเป็นอะไรที่เด่นชัดในความทรงจำแฟนบอลน่าดูนะ...
ตอบ: หลายคนบอกว่าผมเตรียมไว้ก่อนแล้ว แต่ขอบอกตรงนี้เลยว่า นั่นเป็นสัญชาตญาณล้วนๆ อย่างในเกมที่ผมคิดว่าเป็นเกมที่ดีที่สุดที่ผมเคยเล่น เกมรอบรองชนะเลิศเอฟเอคัพกับ อาร์เซน่อล ในปี 1999 หลังจบเกมแฟนๆ ยูไนเต็ด วิ่งลงมาแล้วจับพวกเราโยนขึ้นเพื่อแสงดความดีใจ สำหรับผมแล้ว นั่นน่าจะเป็นเกมที่มันส์ที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ เป็นเกมฟุตบอลเพียวๆเกมสุดท้ายที่ผมได้เล่นอย่างเต็มที่ เมื่อไรที่ทีมทำประตูได้ แฟนๆก็แสดงความดีใจ นักเตะเองก็แสดงความดีใจ ถ้าผมไม่ดีใจสิ ผู้จัดการทีมคงได้เฉ่งผมแน่ แต่คุณอย่าเข้าใจผิดนะ เขาไม่เคยบอกให้ผมไปดีใจต่อหน้าแฟนๆฝั่งตรงข้ามหรอก ผมไปเองโดยสัญชาตญาณ เพราะเมื่อไรที่ ยูไนเต็ด ทำประตูได้ ผมก็จะฉลองทุกทีแหละ[b][size=18]
Credit : www.pantip.com ,คุณ King Cato ของ www.soccersuck.com
ปล. อ่านแล้วคิดถึง เฮียมากๆครับ ผมจะจดจำสิ่งที่เฮีย เคยทุ่มเทให้กับทีมเรามาตลอด ขอบคุณมากครับ









