Welcome Back, The Back!!
สิ้นสุดกันเสียที สำหรับการรอคอยอันยาวนานในการกลับคืนสู่ทีมชุดใหญ่ของ แกรี่ เนวิลล์
กัปตันผู้เป็นกำลังหลักในแนวรับ และศูนย์รวมจิตใจของ พลพรรคปีศาจแดง ทั้งทีม
หลังจากที่ต้องร้างสนามไปด้วยอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าและต้นขานานถึง 389 วัน!!
เมื่อปีที่แล้ว ในช่วงโค้งสุดท้ายสำหรับการช่วยยูไนเต็ดไล่ล่าแชมป์กลับคืนสู่ โรงละครแห่งความฝัน อีกครั้ง
กัปตันแกรี่ ถือว่ามีบทบาทสำคัญในการคุมเกมรับ แล้วยังคอยเติมเกมรุกทางริมเส้นฝั่งขวา
แต่แล้วฤดูกาลของ แกรี่ ก็ต้องจบลงในนัดที่ 31 ของศึกพรีเมียร์ ลีค ในการพบกับ โบลตัน วันเดอร์เรอร์ส
เมื่อแกรี่ เนวิลล์ ต้องถูกหิ้วปีกออกจากสนาม ด้วยอาการบาดเจ็บจากจังหวะที่เข้าปะทะกับ แกรี่ สปีด
หลังจากที่เริ่มเกมไปได้เพียง 11 นาทีเท่านั้น
เดิมทีอาการบาดเจ็บของแกรี่ เป็นที่คาดกันว่าคงไม่หนักหนาสาหัสมาก
และจะกลับมาช่วยเกมรับของยูไนเต็ดไล่ล่าแชมป์ได้ในเร็ววัน
แต่แล้วกำหนดคืนสู่สนามของแบ๊กขวาจอมบุก ก็ต้องถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด
เมื่ออาการบาดเจ็บที่เหมือนจะทุเรา กลับมีอาการแทรกซ้อนเป็นระยะ จนต้องพลาดลงเล่นเกมที่เหลือจนจบซีซั่น
แต่ด้วยการร่วมมือของเพื่อนร่วมทีมทุกคน ก็ทำให้กัปตันคนเก่งได้ขึ้นชูถ้วย แชมป์พรีเมียร์ ลีค อย่างที่หวัง
เคียงคู่กับ ไรอัน กิ๊กซ์ ผู้ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของเพื่อนร่วมทีมแทนได้อย่างไม่มีที่ติ
นับเป็น แชมป์พรีเมียร์ ลีค ครั้งแรก นับตั้งแต่เข้ารับหน้าที่กัปตันทีมต่อจาก รอย คีน ทีเดียว
แม้จะได้หยุดพักรักษาตัวตลอด 3 เดือนในช่วงปิดฤดูกาล และมีข่าวการกลับคืนทีมอยู่เป็นระยะๆ
แต่กัปตันคนเก่งก็ยังคงไม่พร้อมช่วยทีมออกสตาร์ทฤดูกาลใหม่
และสามารถทำได้เพียงเป็นกำลังใจให้เพื่อนร่วมทีมบนอัฒจันทร์เท่านั้น
โดยมี เวส บราวน์ ลงทำหน้าที่แบ๊กขวาแทน ซึ่งก็สามารถทำผลงานได้อย่างดีมาตลอด
จนเป็นทีมที่เสียประตูน้อยที่สุดในฤดูกาลนี้ และมีโอกาสสูงที่จะคว้าแชมป์ลีค เป็นสมัยที่สองติดต่อกันอีกครั้ง
ข่าวการคืนสู่สนามของแกรี่ เริ่มกระหึมอีกครั้งในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน
เมื่อเจ้าตัวหายเจ็บและลงช่วยทีมสำรองสู้ศึก แมนเชสเตอร์ ซีเนียร์ คัพ กับสต๊อคปอร์ท
ในวันที่ 1 พฤศจิกายน ก่อนเกมที่จะพบกับอาร์เซน่อลในศึกพรีเมียร์ ลีค เพียง 2 วัน
โดยเกมนี้กัปตันแกรี่ ลงเล่นได้ถึง 56 นาที ถือเป็นการลงเล่นครั้งแรกในรอบ 8 เดือนทีเดียว
หลังจากนัดนี้ แกรี่ก็ได้กลับมาร่วมซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมในทีมชุดใหญ่อีกครั้ง
ทำให้เป็นที่คาดการณ์กันว่าอาจได้ประเดิมสนามในถิ่น เอมิเรตส์
แต่จนแล้วจนรอด เนวิลล์ผู้พี่ก็ยังต้องรอคอยการกลับคืนสู่สนามในทีมชุดใหญ่ต่อไป
เมื่อ เซอร์ อเล็กซ์ ออกมายืนยันว่าจะไม่เร่งส่งแกรี่คืนสนาม และต้องการให้เรียกความฟิตในทีมสำรองเสียก่อน
โอกาสการลงสนามของแกรี่มาถึงอีกครั้ง ก่อนที่จะข้ามเข้าสู่ปีใหม่ ในการช่วยทีมสำรองสู้กับ ซันเดอร์แลนด์
แต่ระหว่างวอร์มก่อนลงสนาม ดันเกิดอาการเจ็บเล็กน้อยขึ้นมาซะก่อน
ทำให้ ไบรอัน แม็คแคลร์ และ จิมมี่ ไรอัน จำต้องถอดชื่อแบ๊กจอมบุกออกจากทีม
ส่งผลให้การรอคอยต้องยืดเยื้อออกไปอีกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่หลังก้าวเข้าสู่ปีใหม่ได้ 9 วัน กัปตันแกรี่ก็สวมปอกแขนก้าวลงสู่สนามอย่างเป็นทางการในทีมสำรอง
ในการพบกับทีมสำรองของ เอฟเวอร์ตัน ทีมต้นสังกัดของน้องแท้ๆ ของเค้าเอง
แม้เกมนี้ กัปตันผู้เคร่งขรึมจะได้ลงเล่นเพียง 45 นาที แต่ก็สามารถทำประตูประเดิมสนามได้อีกด้วย
หลังจากนั้นแกรี่ เนวิลล์ ก็ได้ลงซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมอย่างต่อเนื่อง แต่เพราะยังมีอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่ตลอด
ทำให้ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บ สลับกับลงทดสอบความฟิตในทีมสำรองอยู่หลายครั้ง
เกมกับทีมสำรองของลิเวอร์พูล มีโอกาสอยู่ในสนาม 61 นาที ก่อนจะพ่ายไป 2-0
เกมกับทีมสำรองของซันเดอร์แลนด์ ลงเล่นไปถึง 73 นาที ก่อนที่จะมาเสียประตูในช่วงท้ายเกมและพ่ายไป 1-0
เกมกับทีมสำรองของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ สามารถยืนอยู่ในสนามได้ครบ 90 นาทีเป็นครั้งแรก พร้อมชัยชนะ 4-1
เกมกับทีมสำรองของนิวคาสเซิล สามารถลงเล่นได้เต็มเวลาอีกครั้ง ซึ่งช่วยให้ทีมสำรองยันเสมอด้วยสกอร์ 1-1
และแล้วความพยายามและความทดทนตลอด 13 เดือนก็ประสบผล
เมื่อรายชื่อในการลงทำศึกยูฟ่า แชมเปี้ยน ลีค รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดที่สอง กับโรม่า ผู้มาเยือนจากอิตาลี
มีชื่อของ แกรี่ เนวิลล์ เป็น 1 ใน 7 กำลังเสริม ที่พร้อมลงสนามได้ทุกเมื่อ
นับเป็นครั้งแรกที่ได้กลับมามีชื่อในทีมชุดใหญ่อีกครั้ง
แล้วประตูจากการโหม่งของเตเบส ในนาทีที่ 70 ก็ถือเป็นการปลดล็อคความอึดอัดของปีศาจแดง
ทำให้ ป๋าเฟอร์กี้ สามารถปรับเปลี่ยนผู้เล่น และผ่อนเกมเพื่อมองไปถึงเกมหน้า
จึงเป็นที่มาของการเปลี่ยนตัวในนาทีที่ 81
เนวิลล์ ลงสนามแทน แอนเดอร์สัน ด้วยท่าทีเคร่งขรึมเช่นเคย แต่ก็ยังปรากฏรอยยิ้มบนใบหน้าขรึมนั้น
พร้อมด้วยปอกแขนกัปตันที่ เฟอร์ดินานด์ ส่งคืนมาให้ด้วยความยินดี
เรียกเสียงปรบมือต้อนรับอันกึกก้องทั่วท้องทุ้ง โอลด์ แทรฟฟอร์ด ทีเดียว
แกรี่ลงเล่นนัดนี้ด้วยตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ แม้จะไม่ใช่ตำแหน่งที่ถนัด แต่กัปตันตัวจริงเล่นได้อย่างไม่เคอะเขิน
ด้วยการวิ่งกดดันฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่ลดละ เสียบสกัดใส่ วูชินิค อย่างไม่กลัวว่าจะเจ็บซ้ำอีก
แถมมีจังหวะเติมขึ้นไปในกรอบเขตโทษ เพื่อหวังทำประตูอีกด้วย
แม้จะมีโอกาสอยู่ในสนามได้เพียง 9 นาที แต่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า แกรี่พร้อมคืนสู่ทีมชุดใหญ่อย่างเต็มตัว
และหากไม่มีอะไรผิดพลาด แกรี่ก็พร้อมลงสนามตั้งแต่เริ่มเกมในการรับมือ อาร์เซน่อล ผู้มาเยือนสุดสัปดาห์นี้
ซึ่งจะเป็นการลงสนามในฐานะตัวจริง ในเกมลีคเป็นนัดที่ 350 อีกด้วย!!








ปลื่มปิติจริงๆ หวังว่าเกมส์รับเราจะแน่นขึ้นอีก และเกมส์รุกด้านขวาน่าจะมีลุ้นมากขึ้น นะครับ











