พรุ่งนี้ คงจะได้รับรู้กันทั่วโลกแล้วว่า ทีมใดจะได้ครองถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีคประจำฤดูกาลนี้ หากมองย้อนกลับไปหลาย ๆ ปี คงมีปีนี้ที่การลุ้นแชมป์ สูสีเหลือเกิน อาจจะวัดกันแค่ประตูได้เสียเท่านั้น ก่อนฤดูกาลเริ่ม แมนยูเป็นเต็ง 1 ในการคว้าถ้วยไปครอง ส่วนเชลซีนั้น เป็นม้าตีนปลาย ที่ค่อย ๆ เบียดทีมอื่น อย่าง อาร์เซนอล(เหมือนจะดีแต่ไม่ดี) หรือ ลิเวอร์พูล(ที่คิดว่าตัวเองดี แต่จริง ๆ แล้วไม่ดี)
ราว ๆ ต้นปี สำนักข่าวหลายสำนัก ต่างพากันลงความเห็นว่า ปีนี้ จะเป็นปีที่แมนยู จะแย่งแชมป์ กับอาร์เซนอล เพียง 2 ทีม แต่ทำไปทำมา ลูกทีมของเจ๊แวง ก็ออกอาการตุ๊ดแตก ผลงานตกต่ำอย่างมากจนกระเด็นไปอยู่ที่ 3 ส่วนลิเวอร์พูลไม่ต้องพูดถึง ไม่มีสิทธิ์ลุ้นกับเขาตั้งแต่ฤดูกาลเพิ่งแข่งไปได้ครึ่งทางกว่า ๆ
ดังนั้น ช่วงนี้เลยมีข่าวการทำสงครามประสาท หรือ เรียกอย่างสวย ๆ ว่าสงครามจิตวิทยา ที่ทั้งเชลซีและแมนยูต่างพากันออกมาให้ข่าว เริ่มด้วยทางฝั่งเชลซี ออกมายกย่อง กุนซือสตีฟ บรูซ ว่าเป็นกุนซือที่ยอดเยี่ยม และคงไม่ยอมอ่อนข้อให้แมนยูง่าย ๆ และพวงด้วยนักเตะของวีแกนเอง ก็พร้อมกับบอกว่านัดนี้เต็มที่แน่ ๆ
วันนี้ ท่านเซอร์ เลยต้องออกมาประกาศสงครามจิตวิทยาอีกครั้ง พร้อมกับบอกว่า มีแต่คนพูดถึงทางฝั่งวีแกน หรือ พูดกันว่าแมนยูเจองานง่ายกว่าเชลซี กลับไม่มีใครพูดถึงโบลตันบ้าง ซึ่งโบลตันก็ถือว่าอาจจะรอดปลอดภัยจากการตกชั้นแล้วเช่นกัน และตบท้ายว่า ตนเองก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า โบลตันจะเล่นเต็มที่ ในเกมส์ที่เจอกับเชลซี
พรุ่งนี้ก็ทราบกันแล้วว่า สงครามจิตวิทยาของใครจะได้ผลมากกว่ากัน หากแต่สงครามครั้งนี้ยังไม่จบง่ายๆ เพราะเป็นเพียงแค่ยกแรกเท่านั้น ยังต้องติดตามยกสอง อีกสองสัปดาห์ข้างหน้า ที่ มอสโก...










แต่ผีเราได้แชมป์ "พรีเมียร์" มา 9 ครั้งแล้ว แปลว่าเก่งโคตร









