Home
แฮร์รี่ แมคไกวร์
Harry Maguire
5
ตำแหน่ง กองหลัง
วันเกิด 5 มีนาคม 1993 (29 ปี)
สถานที่เกิด อังกฤษ
ทีมชาติ อังกฤษ
เข้าร่วมทีม 5 สิงหาคม 2019


แฮร์รี่ แมคไกวร์ พัฒนาตัวเองขึ้นมาจากลีกต่างๆ เพื่อสร้างตัวเองให้เป็นหนึ่งในกองหลังที่น่าเชื่อถือที่สุดคนหนึ่งของทีม

อย่างไรก็ตาม เส้นทางสู่จุดสูงสุดของเขานั้นไม่ง่ายเสมอไป ดาวเตะที่เกิดในเชฟฟิลด์ก้าวเข้าสู่ระบบเยาวชนกับสโมสรบ้านเกิดของเขา-เชฟฟิลด์ยูไนเต็ด แมคไกวร์เป็นกองหลังที่ยืดหยุ่นและเล่นปะทะหนัก เขาได้ก้าวเข้าสู่ทีมชุดใหญ่ของทีมเมื่ออายุได้ 18 ปีและได้ประเดิมสนามให้กับพบกับคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ในเดือนเมษายน 2011

สิ่งที่บ่งบอกคุณภาพของแฮร์รี่นั้นชัดเจน แม้จะเริ่มต้นจากการเป็นตัวสำรองในครึ่งแรกในการเจอกับคาร์ดิฟฟ์ แต่แมคไกวร์ในเกมนั้นก็ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์ น่าเศร้าที่ฤดูกาลนั้นจบลงด้วยการตกชั้นของเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด แต่แมคไกวร์ซึ่งลงเล่นห้าเกมในฤดูกาลแรกของเขาก็ได้สร้างความประทับใจให้กับแฟนๆ ที่บรามอลล์ เลน ก่อนที่จะใช้เวลาอีก 3 ปีกับทีม และลงเล่นทั้งหมด 166 นัดให้กับเดอะเบลดส์ โดยทำได้ 12 ประตูในช่วงเวลาดังกล่าว

ทีมระดับท็อปหลาย ๆ ทีมเฝ้าติดตามพัฒนาการของแมคไกวร์ แต่ก็เป็นอดีตปราการหลังระดับตำนานของยูไนเต็ด ที่สามารถคว้าตัวแฮร์รี่จากสโมสรแรกของเค้าได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม หลังจากเซ็นสัญญากับดาวรุ่งรายนี้ที่ฮัลล์ ซิตี้ สตีฟ บรูซ ก็เกรงว่าจะทำให้เค้ากลายเป็นรับภาระหนักไป เมื่อพิจารณาว่าทีมมีตัวเลือกกองหลังมากประสบการณ์อย่าง เจมส์ เชสเตอร์, เคอร์ติส เดวีส์ และ ไมเคิล ดอว์สัน ทำให้แมคไกวร์ได้ลงเล่นเพียงไม่กี่เกมในช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล 2014/15 ก่อนที่แมคไกวร์จะถูกส่งให้วีแกน แอธเลติกยืมตัวไปเล่น ซึ่งทั้งวีแกน และฮัลล์นั้น ตกชั้นในฤดูกาลนั้น แต่ฮัลล์ ซิตี้กลับมาสู่พรีเมียร์ลีกได้ในทันทีในฤดูกาลถัดมา โดยมีแมคไกวร์เป็นหัวใจสำคัญของเกมรับ

ช่วงอายุ 23 ปี หลังจากลงเล่นในเกมฟุตบอลอาชีพมา 5 ฤดูกาล แมคไกวร์ก็ต้องเผชิญกับฤดูกาลที่ยากลำบากอีกครั้ง เมื่อฮัลล์ ซิตี้ต้องตกชั้นอีกครั้งในปี 2016/17 แต่การเล่นของเจ้าตัวก็โดดเด่นและน่าจับตามอง เขาได้รับการโหวตให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสร ก่อนจะย้ายไปค้าแข้งกับทีมเลสเตอร์ ซิตี้และถูกเรียกติดทีมชาติอังกฤษของ แกเร็ธ เซาธ์เกต และเป็นกองหลังตัวหลักของทีมชาติเสมอมา ในช่วงเวลาที่เขาอยู่กับเลสเตอร์ แมคไกวร์ได้พัฒนาด้านการเปิดเกม และการเปิดบอล ซึ่งเป็นหนึ่งในคุณภาพที่ได้รับการยอมรับของเจ้าตัว

ในช่วงสองปีกับเลสเตอร์นั้น แมคไกวร์สร้างตัวเองให้เป็นหนึ่งในกองหลังที่โดดเด่นคนหนึ่ง ในขณะเดียวกันก็กลายเป็นรากฐานที่สำคัญของการแข่งขันฟุตบอลโลกและเนชั่น ลีกของทีมชาติอังกฤษ เขายังได้รับการพิสูจน์ว่ามีประสิทธิภาพในการทำประตูจากลูกโหม่ง และเค้าก็ได้ช่วยโหม่งทำประตูให้กับอังกฤษ เอาชนะสวีเดนในรอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลกปี 2018 และในฤดูกาลนั้น เค้าก็ทำไปถึง 5 ประตูให้กับเลสเตอร์ โดยหนึ่งในนั้นก็คือประตูตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บกับยูไนเต็ด ในเดือนธันวาคม 2017 เพื่อช่วยให้ทีมเก่าของเค้าเสมอกับทีมเราไป 2-2

การก้าวขึ้นมาของแมคไกวร์นั้น ผ่านช่วงเวลาแห่งความยากลำบากและทำให้เขาเติบโตจนกลายเป็นผู้นำมีความพร้อมในทุกด้าน และทำให้ทีมใหญ่ ๆ ไม่สามารถมองข้ามได้ และสุดท้าย สิ่งที่โน้มน้าวให้แมคไกวร์ย้ายมาสู่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ทำก็คือโอกาสในการได้ลงเล่นกับสโมสรที่มีเกียรติประวัติอันยิ่งใหญ่แบบยูไนเต็ด โดยเค้าย้ายเข้ามาสู่ทีมในวันที่ 5 สิงหาคม 2019

แมคไกวร์ใช้เวลาไม่นานในการสร้างอิมแพคทภายในห้องแต่งตัว และหลังจากสวมปลอกแขนกัปตันไม่กี่ครั้ง เขาก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีมถาวรคนใหม่ของยูไนเต็ดในวันที่ 17 มกราคม 2020 หลังจากการจากไปของ แอชลีย์ ยัง ที่ย้ายไปยังอินเตอร์ มิลาน ก่อนที่เจ้าตัวจะช่วยทำประตูให้กับทีม เอาชนะทรานเมียร์ โรเวอร์ส 6-0 ในเกมเอฟเอ คัพ และเป็นประตูแรกของเขาให้กับสโมสรทำด้วย จากนั้นกัปตันก็โหม่งประตูสำคัญที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ขณะที่ยูไนเต็ดเอาชนะเชลซีในเกมสำคัญสำหรับโอกาสการไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก และทำประตูในเกมกับนอริช ซิตี้ในเอฟเอ คัพ ก่อนที่จะพาทีมเข้าสู่รอบเซมิ ไฟนั่ลด้วย

แมคไกวร์ก้าวมาเป็นผู้นำในแผงหลังของยูไนเต็ดตลอดทั้งฤดูกาล ซึ่งจบลงด้วยการจบอันดับ 3 และการผ่านเข้าไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อันเป็นฤดูกาลที่จบลงด้วยชัยชนะ 2-0 ที่สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดียม อันเป็นสนามเหย้าของทีมเก่าของเจ้าตัว ในฤดูกาล 2019/20 นั้น ทีมมีพัฒนาการที่ต่อเนื่องภายใต้การคุมทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ โดยยูไนเต็ดจบอันดับที่ 2 ของตาราง แต่แมคไกวร์นั้น ต้องพลาดลงสนามช่วงปลายฤดูกาล - รวมถึงยูโรป้า ลีกรอบชิงชนะเลิศด้วยอาการบาดเจ็บ และแม้จะได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยตลอดทั้งฤดูกาล แต่แมคไกวร์ก็ลงเล่นให้กับยูไนเต็ดไปถึง 37 นัดในปีนั้น ก่อนที่ในปี 2021/22 เจ้าตัวก็ยังได้รับความไว้วางใจจากโซลชาร์ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นผู้จัดการชั่วคราวอย่าง ราล์ฟ รังนิค ซึ่งเจ้าตัวได้ลงเล่นไป 35 เกมในฤดูกาลที่น่าผิดหวังสำหรับทีมและการจบอันดับที่ 6 ในพรีเมียร์ลีก


แฮร์รี่ แมคไกวร์

แกลอรี่ ดูทั้งหมด

© 2001-2022 RED ARMY FANCLUB Official Manchester United Supporters Club of Thailand. #ThaiMUSC