Home Red Glory



Red on the Rock - รู้หรือยัง...ว่าใคร "อ่อน"
20 กันยายน 2553 เปิดอ่าน 7,138 ครั้ง | rss




ช่างเป็นค่ำคืนแห่งความชื่นมื่นเสียจริง หลังแดงเดือดขบวนล่าสุดกลางโรงละครผ่านพ้นไปด้วยการเฉลิมฉลองชัยชนะของเจ้าถิ่นปีศาจแดง ปล่อยให้ผู้มาเยือนต้องโบยบินกลับรังไปเลียแผลสะอื้น

ถือเป็นความสะใจอย่างบ้าคลั่งสำหรับบรรดาแฟนผีทั่วทุกสารทิศ หลังอัดอั้นตันใจมา 2 เกมติด ทั้งกับ เอฟเวอร์ตัน และ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ยิ่งมาปลดปล่อยเอากับอริตลอดชาติด้วยแล้ว มันจึงเป็นความสะใจระดับพิเศษเพิ่มไข่นกกระจอกเทศเลยทีเดียว

คนที่ดูจะสะใจที่สุดคงหนีไม่พ้น เจ้าของบทฮีโร่แห่งรัตติกาล "เบิร์บแมน" ดิมิท่าร์ เบอร์บาตอฟ

หลังจาก "ป๋าเฟอร์กี้" ออกมายืดอกยอมรับแบบแมนๆ ว่าคิดผิดที่ไม่ใส่ชื่อศูนย์หน้าบัลแกเรียนในเกมกับ เรนเจอร์ส เจ้าของหมายเลข 9 จึงได้โอกาสลงสนามตั้งแต่เริ่มเกม แล้วก็ไม่ทำให้เจ้านายผิดหวังด้วยฟอร์มอันร้อนแรงเกินล้านแรงม้า กลบเสียงที่เคยวิจารณ์เงียบกริบ

ลูกโขกเต็มกบาลจากการเปิดอันละเมียดละไมของ ไรอัน กิ๊กส์ ถือเป็นการปลดล็อคที่สำคัญ เพราะนอกจากจะเป็นประตูแรกในเกมแล้ว มันยังถือเป็นประตูแรกของ เบิร์บแมน ที่ประเคนใส่ ลิเวอร์พูล นับตั้งแต่ย้ายสำมะโนครัวมาปักหลักบนเกาะอังกฤษอีกด้วย



แต่ความซี๊ดซ๊าดมันอยู่ตรงประตูที่ 2 เมื่อ นานี่ เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้ากลางประตู เบิร์บแมน ดูดบอลลงก่อนจะพลิกตัวตวัด "โอเวอร์เฮด" ชนคานเข้าประตูชนิดที่ โฆเซ่ เรน่า ได้แต่ยืนมองด้วยสายตา "อึ้งแดรก" เรียกว่าช็อตนี้ "ไม่เบิร์บ...ไม่อาร์ต ทำไม่ได้นะเนี่ย" จนใครต่อใครต่างคาดหมายว่าประตูนี้จะถูกส่งเข้าชิงประตูแห่งปีแน่นอน

ระดับความมันยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้น เมื่อผู้มาเยือนทวงประตูคืนทีเดียว 2 ประตูจากจุดโทษและฟรีคิก ทำเอาบรรดาห่าน-หงส์ตีปีกกันพรึบพรับ ไม่รู้จะวี๊ดว๊ายกระตู้ฮู้อะไรกันนักหนากับลูกนิ่งที่แสนจะธรรมด๊า...ธรรมดา นี่ถ้าคิดจะเอาดีจากการหากินกับลูกนิ่ง เปลี่ยนไปเล่น "สนุกเกอร์" ดีกว่ามั๊ย ???

แต่ยังไงๆ "ผีก็ยังเป็นผี" เมื่ออาการโกงความตายยิ่งกว่า Final Destination กำเริบขึ้นอีกครั้ง จากการบรรจงเปิดของ จอห์น โอเชีย ใส่กระหม่อมเถิกๆ โขกตุงตาข่าย กลายเป็นแฮตทริกแรกของ เบิร์บแมน ภายใต้อาภรณ์อสูร วินาทีนั้นทำเอาร้าน Manchester United Restaurant & Bar แทบแตกด้วยอาการดีใจเต็มพิกัดของเหล่าแฟนผีที่ยกพลกันมาแน่นร้าน แถมยังปรากฏร่างหญิงสาวนางหนึ่งกระโดดขึ้นไปเริงร่าสะใจบนโต๊ะอย่างบ้าคลั่ง เล่นเอาพนักงานร้านดีใจไม่สุดไปตามๆ กัน ฮ่าๆๆ



แฮตทริกปราบหงส์นี้ นอกจากจะเป็นแฮตทริกแรกของ เบอร์บาตอฟ แล้ว ยังถือเป็นแฮตทริกประวัติศาสตร์อีกด้วย เพราะจากการนั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลาไปขุดคุ้ยอดีตก็พบว่า นักเตะยูไนเต็ดคนล่าสุดที่กระหน่ำแฮตทริกในเกมแดงเดือด คือ "สแตน เพียร์สัน" เมื่อวันที่ 11 กันยายน 1946 ตั้งแต่สมัยดิวิชั่น 1 โบราณ รวมเวลาทั้งหมด 64 ปี กับอีก 8 วันพอดิบพอดีถึงจะซัดแฮตทริกได้อีกครั้ง โดยครั้งนั้น ยูไนเต็ดซัดกระจายถึง 5-0 บนสนามเมนโร้ด ซึ่งยูไนเต็ดได้หยิบยืมเพื่อนบ้านมาใช้เป็นสนามเหย้าจากผลพวงของสงครามโลกครั้งที่ 2

แต่ถ้าจะหาแฮตทริกล่าสุดบนท้องทุ่ง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต้องย้อนไปไกลถึงวันที่ 5 พฤษภาคม 1928 โน้นเลย โดยหนนั้นเป็นผลงานจากฝีเท้าของ "โจ สเปนซ์" ก่อนปีศาจแดงจะอัดคู่อริเละเทะคารัง 6-1

ทำเนียบแฮตทริกแดงเดือด ขอต้อนรับ เบอร์บาตอฟ อย่างเต็มใจ!!

แดงเดือดคราวนี้ นอกจากจะนำมาซึ่งความสะใจจากผลการแข่งขันแล้ว มากไปกว่านั้นมันคือความสะใจที่ได้เห็นบรรดาเด็กหงส์ประสบอาการ "ใบ้แดรก" หลังจากส่งเสียง "ก๊าบ...ก๊าบ" อย่างดังก่อนเกม แถมเอาแต่ยกหางกระดิกงิ๊กๆ ว่าทีมรักของตัวเองจะจัดการปราบทีมที่แสดงตัวว่า "อ่อน" กลางอกเสื้อได้แน่นอน ถึงขนาดไม่กลัวสะเก็ดวาจาที่รอดผ่านช่องเขื่อนที่พังไปถึง 2 ซี่ จะนำมาซึ่งเชื้อโรคบนโลกใบนี้ตั้งเท่าไหร่

อยากตะโกนกลับไปถามพวกที่เคยส่งเสียงกันระงมคลองเหลือเกิน

รู้หรือยัง...ว่าใคร "อ่อน"

ก๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

chokechone11
RED ARMY FANCLUB


ฟุตบอล ชีวิต มิตรภาพ
Red on the Rock : มาต้าเอฟเฟ็ค
Red on the Rock : พร้าเล่มงาม
เถลิงแชมป์สมัยที่ 20
ขอไทลินอลให้ป๋าหน่อย
Red on the Rock : จังหวะได้-เสีย กับ ฟาน เพอร์ซี่
Red on the Rock : มหากาพย์เพอร์ซี่
ฟันเฟืองขับเคลื่อนแดนกลาง
ห้องเครื่องแห่งอนาคต
Red on the Rock "จูออน" ผีญี่ปุ่น
Memories of Park Ji-Sung
อ่านทั้งหมด


โปรแกรมแข่งขัน
v
สนาม ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม, เวลส์
รายการ คาราบาว คัพ
วันที่ 25 ตุลาคม 2560 เวลา 01.45 น.
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 9 25
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 9 20
ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ 8 17
เชลซี 9 16
วัตฟอร์ด 9 15
นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 9 14
อาร์เซนอล 8 13
ลิเวอร์พูล 8 13
เบิร์นลี่ย์ 9 13

Home © RED ARMY FANCLUB
Official Manchester United Supporters Club of Thailand
#ThaiMUSC