Home Red Glory

Red on the Rock - รู้หรือยัง...ว่าใคร "อ่อน"
20 กันยายน 2553 เปิดอ่าน 7,177 ครั้ง | rss




ช่างเป็นค่ำคืนแห่งความชื่นมื่นเสียจริง หลังแดงเดือดขบวนล่าสุดกลางโรงละครผ่านพ้นไปด้วยการเฉลิมฉลองชัยชนะของเจ้าถิ่นปีศาจแดง ปล่อยให้ผู้มาเยือนต้องโบยบินกลับรังไปเลียแผลสะอื้น

ถือเป็นความสะใจอย่างบ้าคลั่งสำหรับบรรดาแฟนผีทั่วทุกสารทิศ หลังอัดอั้นตันใจมา 2 เกมติด ทั้งกับ เอฟเวอร์ตัน และ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ยิ่งมาปลดปล่อยเอากับอริตลอดชาติด้วยแล้ว มันจึงเป็นความสะใจระดับพิเศษเพิ่มไข่นกกระจอกเทศเลยทีเดียว

คนที่ดูจะสะใจที่สุดคงหนีไม่พ้น เจ้าของบทฮีโร่แห่งรัตติกาล "เบิร์บแมน" ดิมิท่าร์ เบอร์บาตอฟ

หลังจาก "ป๋าเฟอร์กี้" ออกมายืดอกยอมรับแบบแมนๆ ว่าคิดผิดที่ไม่ใส่ชื่อศูนย์หน้าบัลแกเรียนในเกมกับ เรนเจอร์ส เจ้าของหมายเลข 9 จึงได้โอกาสลงสนามตั้งแต่เริ่มเกม แล้วก็ไม่ทำให้เจ้านายผิดหวังด้วยฟอร์มอันร้อนแรงเกินล้านแรงม้า กลบเสียงที่เคยวิจารณ์เงียบกริบ

ลูกโขกเต็มกบาลจากการเปิดอันละเมียดละไมของ ไรอัน กิ๊กส์ ถือเป็นการปลดล็อคที่สำคัญ เพราะนอกจากจะเป็นประตูแรกในเกมแล้ว มันยังถือเป็นประตูแรกของ เบิร์บแมน ที่ประเคนใส่ ลิเวอร์พูล นับตั้งแต่ย้ายสำมะโนครัวมาปักหลักบนเกาะอังกฤษอีกด้วย



แต่ความซี๊ดซ๊าดมันอยู่ตรงประตูที่ 2 เมื่อ นานี่ เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้ากลางประตู เบิร์บแมน ดูดบอลลงก่อนจะพลิกตัวตวัด "โอเวอร์เฮด" ชนคานเข้าประตูชนิดที่ โฆเซ่ เรน่า ได้แต่ยืนมองด้วยสายตา "อึ้งแดรก" เรียกว่าช็อตนี้ "ไม่เบิร์บ...ไม่อาร์ต ทำไม่ได้นะเนี่ย" จนใครต่อใครต่างคาดหมายว่าประตูนี้จะถูกส่งเข้าชิงประตูแห่งปีแน่นอน

ระดับความมันยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้น เมื่อผู้มาเยือนทวงประตูคืนทีเดียว 2 ประตูจากจุดโทษและฟรีคิก ทำเอาบรรดาห่าน-หงส์ตีปีกกันพรึบพรับ ไม่รู้จะวี๊ดว๊ายกระตู้ฮู้อะไรกันนักหนากับลูกนิ่งที่แสนจะธรรมด๊า...ธรรมดา นี่ถ้าคิดจะเอาดีจากการหากินกับลูกนิ่ง เปลี่ยนไปเล่น "สนุกเกอร์" ดีกว่ามั๊ย ???

แต่ยังไงๆ "ผีก็ยังเป็นผี" เมื่ออาการโกงความตายยิ่งกว่า Final Destination กำเริบขึ้นอีกครั้ง จากการบรรจงเปิดของ จอห์น โอเชีย ใส่กระหม่อมเถิกๆ โขกตุงตาข่าย กลายเป็นแฮตทริกแรกของ เบิร์บแมน ภายใต้อาภรณ์อสูร วินาทีนั้นทำเอาร้าน Manchester United Restaurant & Bar แทบแตกด้วยอาการดีใจเต็มพิกัดของเหล่าแฟนผีที่ยกพลกันมาแน่นร้าน แถมยังปรากฏร่างหญิงสาวนางหนึ่งกระโดดขึ้นไปเริงร่าสะใจบนโต๊ะอย่างบ้าคลั่ง เล่นเอาพนักงานร้านดีใจไม่สุดไปตามๆ กัน ฮ่าๆๆ



แฮตทริกปราบหงส์นี้ นอกจากจะเป็นแฮตทริกแรกของ เบอร์บาตอฟ แล้ว ยังถือเป็นแฮตทริกประวัติศาสตร์อีกด้วย เพราะจากการนั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลาไปขุดคุ้ยอดีตก็พบว่า นักเตะยูไนเต็ดคนล่าสุดที่กระหน่ำแฮตทริกในเกมแดงเดือด คือ "สแตน เพียร์สัน" เมื่อวันที่ 11 กันยายน 1946 ตั้งแต่สมัยดิวิชั่น 1 โบราณ รวมเวลาทั้งหมด 64 ปี กับอีก 8 วันพอดิบพอดีถึงจะซัดแฮตทริกได้อีกครั้ง โดยครั้งนั้น ยูไนเต็ดซัดกระจายถึง 5-0 บนสนามเมนโร้ด ซึ่งยูไนเต็ดได้หยิบยืมเพื่อนบ้านมาใช้เป็นสนามเหย้าจากผลพวงของสงครามโลกครั้งที่ 2

แต่ถ้าจะหาแฮตทริกล่าสุดบนท้องทุ่ง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต้องย้อนไปไกลถึงวันที่ 5 พฤษภาคม 1928 โน้นเลย โดยหนนั้นเป็นผลงานจากฝีเท้าของ "โจ สเปนซ์" ก่อนปีศาจแดงจะอัดคู่อริเละเทะคารัง 6-1

ทำเนียบแฮตทริกแดงเดือด ขอต้อนรับ เบอร์บาตอฟ อย่างเต็มใจ!!

แดงเดือดคราวนี้ นอกจากจะนำมาซึ่งความสะใจจากผลการแข่งขันแล้ว มากไปกว่านั้นมันคือความสะใจที่ได้เห็นบรรดาเด็กหงส์ประสบอาการ "ใบ้แดรก" หลังจากส่งเสียง "ก๊าบ...ก๊าบ" อย่างดังก่อนเกม แถมเอาแต่ยกหางกระดิกงิ๊กๆ ว่าทีมรักของตัวเองจะจัดการปราบทีมที่แสดงตัวว่า "อ่อน" กลางอกเสื้อได้แน่นอน ถึงขนาดไม่กลัวสะเก็ดวาจาที่รอดผ่านช่องเขื่อนที่พังไปถึง 2 ซี่ จะนำมาซึ่งเชื้อโรคบนโลกใบนี้ตั้งเท่าไหร่

อยากตะโกนกลับไปถามพวกที่เคยส่งเสียงกันระงมคลองเหลือเกิน

รู้หรือยัง...ว่าใคร "อ่อน"

ก๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

chokechone11
RED ARMY FANCLUB


ฟุตบอล ชีวิต มิตรภาพ
Red on the Rock : มาต้าเอฟเฟ็ค
Red on the Rock : พร้าเล่มงาม
เถลิงแชมป์สมัยที่ 20
ขอไทลินอลให้ป๋าหน่อย
Red on the Rock : จังหวะได้-เสีย กับ ฟาน เพอร์ซี่
Red on the Rock : มหากาพย์เพอร์ซี่
ฟันเฟืองขับเคลื่อนแดนกลาง
ห้องเครื่องแห่งอนาคต
Red on the Rock "จูออน" ผีญี่ปุ่น
Memories of Park Ji-Sung
อ่านทั้งหมด


โปรแกรมแข่งขัน
v
สนาม เดอะ ฮอว์ธอร์นส, อังกฤษ
รายการ พรีเมียร์ ลีก
วันที่ 17 ธันวาคม 2560 เวลา 21.15 น.
Live beIN SPORTS 1
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 17 49
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 17 38
เชลซี 17 35
ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ 17 31
ลิเวอร์พูล 17 31
เบิร์นลี่ย์ 17 31
อาร์เซนอล 17 30
เลสเตอร์ ซิตี้ 17 26
วัตฟอร์ด 17 22

Home © RED ARMY FANCLUB
Official Manchester United Supporters Club of Thailand
#ThaiMUSC