Home Red Glory

มิวนิค 15.03 นาฬิกา
6 กุมภาพันธ์ 2549 เปิดอ่าน 42,478 ครั้ง | rss


A great team dies "อะ เกรท ทีม ดายส์ ... ยอดทีมตายแล้ว ซากเครื่องบิน อลิซาเบธัน ตกแหลกกระจายที่สนามบินเมืองมิวนิค อันเป็นผลทำให้ทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดชุด 1950 ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง" นี่เป็นส่วนหนึ่งของข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์ที่ทำเอาเหล่าบรรดา "เรด อาร์มี่" ในยุคนั้นแทบใจสลายเมื่อรู้ข่าวว่าเหล่าสตาร์ขุนพลนักเตะอันเป็นที่รักและชื่นชอบของตนต้องมาจบชีวิตลงในช่วงที่กำลังเรียกได้ว่าโด่งดังสุดขีด จากอุบัติเหตุเครื่องบินตกที่เมือง มิวนิค ประเทศเยอรมนี



ภาพถ่ายการยืนตั้งแถวครั้งสุดท้ายที่ เบลเกรด ในปี 1958 เอ็ดเวิร์ดส์, โคลแมน, โจนส์, มอร์แกน, ชาร์ลตัน, ไวโอเลต, เทย์เลอร์, โฟกส์, เกร็ก, สแกนลอน และ เบิร์น

6 ก.พ. 1958 เป็นวันอันแสนมืดมนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่และเป็นการทำลายทีมปีศาจแดง ชุดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ วีรบุรุษปีศาจแดงที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนั้นคือ วอลเตอร์ คริกเมอร์, ทอม เคอร์รี่, เบิร์ท วอลลี่ย์, ทอมมี่ เทย์เลอร์, เดวิด เพ็กก์, เจฟฟ์ เบนท์, เอ็ดดี้ โคลแมน, โรเจอร์ เบิร์น, มาร์ค โจนส์, เลียม วีแลน คนที่เสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังเข้ารับการรักษาที่โรงพยายาบาลคือ ดันแคน เอ็ดเวิร์ดส์, ทอม แจ๊คสัน และ แฟร้งค์ สวิฟต์ รวมไปถึงนักบินและนักข่าวอีก 8 ชีวิต นอกจากนั้นยังมีแฟนบอลที่ตามไปเชียร์อีกจำนวนหนึ่ง

นั่นคือเหตุการณ์ที่นำมาซึ่งความโศกสลดในวงการฟุตบอลอังกฤษ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่กำลังสร้างทีมได้อย่างมั่นคงและเริ่มต้นไขว่คว้าหาความสำเร็จในเวลานั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เดินทางไปแข่งขันฟุตบอลสโมสรยุโรปกับ เรด สตาร์ เบลเกรด ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ก่อนไป เบลเกรด ขุนพลปีศาจแดง ต้องฟาดแข้งดิวิชั่น 1 กับ อาร์เซนอล ที่สนามไฮบิวรี่ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ มีผู้ชมประมาณ 63,000 คนที่เข้าไปแออัดยัดเยียด ในสนามเพื่อชมการดวลแข้งนัดนี้

ขุนพลปีศาจแดงไม่ทำให้เหล่าพลพรรค เรด อาร์มี่ ต้องผิดหวังเมื่อ ดันแคน เอ็ดเวิร์ดส์ ยิงประตูให้ทีมขึ้นนำไปก่อน 1-0 และตามมาด้วย ประตูของ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน และ เอ็ดดี้ โคลแมน ในครึ่งหลัง แต่ด้วยความที่ประมาททำให้ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ไล่ยิงจนตีเสมอได้เป็น 3-3 ขุนพลปีศาจแดงไม่ยอมแน่ที่นำไปก่อนถึง 3 ประตู แต่สุดท้ายกลับมาได้ 1 คะแนนกลับไป พวกเขาโหมบุกอย่างหนักอีกครั้งและมายิงเพิ่มได้อีก 2 ประตู จากความขยันของ อัลเบิร์ต สแกนลอน แต่ขุนพลปืนใหญ่ก็มายิงได้อีก 1 ประตู จบเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามารถบุกมายัดเยียดความปราชัยให้กับไอ้ปืนใหญ่ไป 5-4 มันเป็นการแข่งขันที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่ เรด อาร์มี่ ควรจะภาคภูมิใจและจดจำไว้ ... ว่ามันเป็นการฟาดแข้งฟุตบอลลีกนัดสุดท้ายของ "เดอะ บัสบี้ เบบส์"

หลังเกมนั้นเครื่องบินเช่าสองเครื่องยนต์แบบอลิซาเบธัน ของสายการบิน บริติช ยูโรเปี้ยน แอร์ไลน์ ชื่อ "ลอร์ด เบอร์เลก" นำขุนพลนักเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บินลัดฟ้าสู่ เบลเกรด การเล่นด้วยฟอร์มสุดยอดในถิ่นไฮบิวรี่ของ อาร์เซนอล ทำให้ แมตต์ บัสบี้ ตัดสินใจใช้ทีมชุดเดียวกันนั้น เดินทางไปเพื่อลงสนามดวลแข้งกับ เรด สตาร์ เบลเกรด นัดที่สองฟุตบอล ยูโรเปี้ยน คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ

เริ่มแข่งไปได้ 2 นาที แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยิงประตูขึ้นนำไปก่อน และก่อนหมดครึ่งแรก บ็อบบี้ ชาร์ลตัน มาซัลโวอีก 2 ประตูปิดท้าย ดูเหมือนปีศาจแดงจะผ่านรอบนี้ไปได้สบาย แต่เกมเริ่มเดือดในช่วงครึ่งหลังเมื่อ เรด สตาร์ ยิงไล่มาเป็น 2-3 และเป็น 3-3 จากลูกจุดโทษ การแข่งขันครั้งนั้นจบลงด้วยการเสมอ 3-3 แต่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ได้ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศเพื่อพบกับ เอซี มิลาน ด้วยประตูรวมสองนัด 5-4 ทำให้พวกเขาไม่หนักใจมากนัก และมีความสุข เตรียมกลับบ้านเพื่อเตรียมลงสนามสู้ศึกในลีกดิวิชั่น 1 ที่ยังเหลืออยู่ต่อไป

เครื่องบิน อลิซาเบธัน เหินฟ้าออกจาก เบรดเกรด ในเช้ามืดที่แสนเยือกเย็นคราคร่ำไปด้วยเม็ดหิมะที่กำลังตกอยู่ประปรายของวันที่ 6 ก.พ. 1958 และลงจอดที่สนามบินที่ขาวโพลนไปด้วยหิมะในกรุงมิวนิคเพื่อเติมเชื้อเพลิง เวลา 14.30 น. การนำเครื่องออกจากรันเวย์ไม่ประสบผลสำเร็จ หลังวิ่งไปได้ครึ่งรันเวย์แล้ว กัปตันพยายามอีกครั้งเป็นหนที่สองแต่ก็ต้องยกเลิกไปอีกครั้งเพราะไม่แน่ใจกับแรงดันที่เพิ่มมากเกินไป ในเครื่องยนต์เครื่องหนึ่ง พวกเขาพยายามเป็นครั้งที่สามหลังหยุดพักมาจนถึงเวลา 15.00 น. ขณะที่เครื่องบินกำลังเร่งความเร็วเต็มที่ วิ่งไปตามทางมองออกไปนอกกระจกแทบมองไม่เห็นอะไรเพราะหิมะที่ถูกพัดกระจายมาปิดบังเอาไว้หมด แต่ทันใดนั้นความเร็วของเครื่องก็ลดลง แทนที่จะเชิดหัวขึ้นฟ้า แต่กลับวิ่งต่อไปข้างหน้า ชนแนวเขตรั้ว ไถลไปอีก 250 หลาชนเข้ากับบ้านของผู้คนแถวนั้นจนปีกและหางของเครื่องกระเด็น ไปคนละทิศ

มีนักเตะส่วนหนึ่งที่เสียชีวิตในทันทีสำหรับเหตุการณ์ครั้งนั้น แต่สำหรับคนที่รอดมาได้ก็มาเสียชีวิตเพิ่มอีกในเวลาต่อมา สำหรับนักข่าวที่เสียชีวิต ชื่อของพวกเขาเหล่านี้ถูกจารึกไว้บนแผ่นป้ายโลหะในชั้นที่นั่งของนักข่าวในสนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด ขณะที่ แมตต์ บัสบี้ ผู้จัดการทีมที่รอดมาได้ จากอุบัติเหตุเล่าถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นว่าทำไมไม่ให้เขาตายไปพร้อมกับคนอื่นๆ ด้วย ทำไมต้องเป็นเขา...

สำหรับผู้ที่รอดชีวิตมาได้อย่าง แฮร์รี่ เกร็ก, บิล โฟล์กส์, ไวโอเลต และ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีม แฮร์รี่ เกร็ก กล่าวว่า ไม่มีเสียงร่ำไห้ ไม่มีเสียงคร่ำครวญ สภาพวันนั้นมีแต่ความมืดและกลิ่นน้ำมันเครื่องบิน หลังจากรอดพ้นความตายอย่างหวุดหวิด เขารู้สึกละอายใจที่เขารอดในขณะเพื่อนร่วมทีมเสียชีวิต การสูญเสียครั้งนี้ยิ่งใหญ่และสะเทือน ไปถึงวงการลูกหนังของโลก ไม่ใช่แต่เพียง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพียงเท่านั้น ทีมชาติอังกฤษของ วอลเตอร์ วินเทอร์บอททอม ก็ต้องขาดหัวใจหลักสำคัญของทีมไปเมื่อขาด โรเจอร์ เบิร์น, ดันแคน เอ็ดเวิร์ดส์ และ ทอมมี่ เทย์เลอร์ แทบไม่เหลือกำลังใจไว้สำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 1958 ที่ประเทศสวีเดน

ทีมชาติอังกฤษอาจจะกระทบกระเทือนแต่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พวกเขาไม่เหลืออะไรและเริ่มสร้างทีมขึ้นมาใหม่จากการช่วยเหลือของสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) รวมไปถึงสมาคมฟุตบอลของเวลส์ที่เลือกเอา จิมมี่ เมอร์ฟี่ ผู้ช่วยของ แมตต์ บัสบี้ มาคุมทีมชาติเวลส์ แต่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะไปหานักเตะมาจากไหน จะไปหยิบยืมใครมาได้ พวกเขาทำได้อย่างเดียวคือซื้อเท่านั้น แต่ก็ไม่มีนักเตะชั้นนำมากมาย ให้ทีมปีศาจแดงซื้อได้ในเวลานั้น แต่โชคดีที่สโมสรคู่อริอย่าง ลิเวอร์พูล และ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ให้ยืมตัวนักเตะมาเล่นให้กับทีมได้ มีเพียง 2 สโมสรเท่านั้น

เมื่อการแข่งขันรอบรองชนะเลิศฟุตบอล ยูโรเปี้ยน คัพ มาถึง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดสนามต้อนรับการมาเยือนของ เอซี มิลาน ทีมจากอิตาลี เป็นเวลาเดียวกับทีมชาติอังกฤษเตะกระชับมิตรกับ โปรตุเกส ทำให้ทีมปีศาจแดงไม่มี บ็อบบี้ ชาร์ลตัน แต่ขุนพลปีศาจแดง ในยุคใหม่ก็ไม่ทำให้เหล่าบรรดาแฟนบอลต้องผิดหวังเมื่อสามารถเอาชนะไปได้ 2-1 แต่สุดท้ายก็ต้องไปพ่ายให้กับ เอซี มิลาน 4-0 ในนัดที่สอง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังต้องพบกับความพ่ายแพ้อยู่อย่างสม่ำเสมอถึงแม้จะยอมทุ่มเงินสูงถึง 300,000 ปอนด์ กว้านซื้อนักเตะดาวดังเข้ามาเสริมหลายต่อหลายคนก็ตาม หลังจากนั้น บัสบี้ ได้คว้าตัว เดนิส ลอว์ และ จอร์จ เบสต์ เข้ามาเสริมทีม แต่ก็ไม่ได้ช่วยทำให้อะไรดีขึ้นมาเลยกับระบบการเล่น 2-3-5

การรอคอยการประสบความสำเร็จของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาสิ้นสุดลงในปี 1963 เมื่อ แมตต์ บัสบี้ และ จิมมี่ เมอร์ฟี่ ผู้ช่วยของเขาพาทีมคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 รวมไปถึงแชมป์ เอฟเอ คัพ ได้เป็นผลสำเร็จ จากการรอคอยและบูรณะทีมครั้งใหญ่มานานกว่า 6 ปี ปีศาจแดงกลับมายิ่งใหญ่ อีกครั้ง แมตต์ บัสบี้ กล่าวไว้คำหนึ่งว่า "เราไม่ต้องกลัวความพ่ายแพ้อีกต่อไป" เขายืนหยัดลุกขึ้นมามุ่งมั่นจนพาทีมประสบความสำเร็จอย่างสุดยอด ทีมของเขาคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก นั่นคือส่วนหนึ่งของความสำเร็จที่ไม่ได้มาแบบโชคช่วย ภาพนาฬิกามิวนิคที่ติดตั้งอยู่บริเวณอัฒจรรย์หน้า โอลด์ แทรฟฟอร์ด แสดงถึงวันที่เครื่องบินตกและเวลาเพื่อย้ำเตือน แฟนปีศาจแดงรุ่นหลังให้ใส่ใจกับประวัติศาสตร์อันน่าสะเทือนใจของสโมสรที่เกิดขึ้นเมื่อบ่ายสามโมงของ วันที่ 6 ก.พ. 1958...

The Flowers of Manchester

On one cold and bitter Thursday in Munich, Germany,
Eight great football stalwarts conceded victory,
Eight men who will never play again who met destruction there,
The flowers of British football, the flowers of Manchester

Matt Busby's boys were flying, returning from Belgrade,
This great United family, all masters of their trade,
The Pilot of the aircraft, the skipper Captain Thain,
Three times they tried to take off and twice returned back again.

The third time down the runaway disaster followed close,
There was a slush upon that runaway and the aircraft never rose,
It ploughed into the marshy, it broke, it overturned.
And eight of the team were killed when the blazing wreckage burned.

Roger Byrne and Tommy Taylor who were capped for England's side.
And Ireland's Billy Whelan and England's Geoff Bent died,
Mark Jones and Eddie colman, and David Pegg also,
they lost their lives as it ploughed on through the snow.

Big Duncan he went to, with an injury to his frame,
And Ireland's brave Jack Blanchflower will never play again,
The great Sir Matt Busby lay there, the father of his team
Three long months passed by before he walked again.

The trainer, coach and secretary, and a member of the crew,
Also eight sporting journalists who with United flew,
and one of them Big Swifty, who we'll ne'er forget,
the finest English 'keeper that ever graced the net.

Oh, England's finest football team its record truly great,
its proud successes mocked by a cruel turn of fate.
Eight men will never play again, who met destruction there,
the flowers of English football, the flowers of Manchester

เพลง The Flowers of Manchester เป็นเพลงที่แต่งขึ้นมาเพื่อเป็นการไว้อาลัยให้กับขุนพลนักเตะปีศาจแดงที่เสียชีวิตในเหตุการณ์เครื่องบินตก


























Por
RED ARMY FANCLUB


เกี่ยวกับสโมสร
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : ยุคสมัยใหม่
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : เป็นหนึ่งเดียวทั่วโลก
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : สนามเหย้า
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : พ่อมดชาวเวลส์
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : สวรรค์ชั้นเจ็ด
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : สามประสาน
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : ยอดผู้จัดการทีม
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : สุดยอดไม่เสื่อมคลาย
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : ขุนพลชุดใหม่สู่เกียรติยศ
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : ดินแดนที่เหมือนฝัน
อ่านทั้งหมด


โปรแกรมแข่งขัน
v
สนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด, อังกฤษ
รายการ พรีเมียร์ ลีก
วันที่ 30 มีนาคม 2562 เวลา 22.00 น.
Live beIN SPORTS 1



Glory Glory Man United (2013) เวอร์ชั่นไทย The World Red Army Feat. Red Army Fanclub [OFFICIAL]

5 มกราคม 2562 เปิดดู 4,041 ครั้ง


รอส่ง เบคแฮม ที่สนามบิน

2 มกราคม 2562 เปิดดู 910 ครั้ง


ลิเวอร์พูล 31 76
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 30 74
ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ 30 61
อาร์เซนอล 30 60
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 30 58
เชลซี 30 57
วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 30 44
วัตฟอร์ด 30 43
เวสต์ แฮม ยูไนเต็ด 31 42


Thailand Manchester United Supporters Club (ThaiMUSC) - สมัครสมาชิก - รายชื่อสมาชิก - ซื้อตั๋วดูบอล - ข่าวสาร - ภาพกิจกรรม - คำถามบ่อย - ติดต่อชมรม

Home © RED ARMY FANCLUB
Official Manchester United Supporters Club of Thailand.
#ThaiMUSC