Home Red Glory

สมอลลิ่งมองถึงอนาคตอันยิ่งใหญ่
28 เมษายน 2556 เปิดอ่าน 2,490 ครั้ง | rss




อาการบาดเจ็บทำให้ คริส สมอลลิ่ง ไม่ได้ส่วนร่วมกับทีมปีศาจแดงชุดคว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 20 มากนัก แต่เขาก็ยังยินดีกับการเหรียญรางวัลชนะเลิศเหรียญที่ 2 ของเขา ก่อนจะมองไปข้างหน้าถึงฤดูกาล 2013-2014 ต่อไป...

มองย้อนกลับไปในฤูดูกาลนี้ คุณมีความเห็นอย่างไรบ้าง?
มันค่อนข้างจะน่าผิดหวังอยู่นิดหน่อย ผมไม่ได้มีส่วนร่วมกับทีมจนถึงเดือนพฤศจิกายน หลังจากนั้นก็ต้องมาเจ็บเล็กเจ็บน้อย ผมจึงไม่ได้ลงไปแสดงผลงานในสนามมากเท่ากับที่ผมต้องการ แต่การที่ทีมประสบความสำเร็จนั้นก็เป็นความรู้สึกที่ดี และผมก็ได้ลงไปช่วยพวกเขาบางเกมด้วย แม้จะไม่ได้เยอะอย่างที่ตั้งใจก็ตาม แต่ท้ายที่สุดแล้วมันก็เป็นเรื่องของทีมกับสโมสร ซึ่งเราก็ประสบความสำเร็จ ดังนั้นผมจึงดีใจไปกับมัน

คุณอาจจะต้องรอคอยจนกว่ากองหลังสักคนจะบาดเจ็บในฤดูกาลนี้ ซึ่งนั่นจะทำให้คุณได้รับโอกาสลงสนาม...
ใช่แล้ว คุณจะต้องมองหาโอกาสแบบนี้แหละในการลงเล่น มันมีโอกาสไม่บ่อยครั้งนักในฤดูกาลนี้ นอกจากนั้นยังกลายเป็นผมเองที่บาดเจ็บด้วยเหมือนกัน มันน่าผิดหวังมาก แต่ถึงอย่างไรเราก็คว้าแชมป์ได้อย่างสวยงาม โดยที่ยังเหลืออีก 4 เกมให้ลงเตะ หวังว่าผมจะถูกส่งลงสนามบ้างหลังจากนี้ และก็ได้ลงเล่นอย่างเต็มที่ในช่วงพรีซีซั่นด้วย ส่วนในปีหน้าก็ขอให้ผมไม่ต้องเจอกับอาการบาดเจ็บแบบนี้อีก

มีนักเตะหลายคนบอกว่าช่วงพรีซีซั่นจะเป็นการช่วยสร้างความฟิตให้กับคุณก่อนเข้าสู่ฤดูกาลใหม่ มันช่วยได้มากแค่ไหนกัน?
มันสำคัญมาก มันเป็นการซ้อมหลังจากที่ทุกคนไปพักเบรคกันมา และคุณก็ต้องการมันเพื่อกลับเข้าสู่ระดับการเล่นสูงสุดของคุณให้เร็วขึ้น หากคุณพลาดมันไปก็จะต้องมาไล่เค้นฟอร์มเอาทีหลัง บางทีในช่วงนี้คุณอาจจะเรียกความฟิตได้เท่ากับระหว่างฤดูกาลเลยก็ได้ ในช่วงฤดูร้อนมันก็เป็นเรื่องดีที่ได้ไปฝึกซ้อมกันในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างออกไป มันเป็นช่วงที่สำคัญจริงๆ

คุณมีแผนการอะไรเป็นพิเศษในช่วงซัมเมอร์นี้ไหม หรือเพียงแค่ตั้งความหวังว่าจะมีโปรแกรมร่วมกับนักเตะในทีมคนอื่นๆ ไปตามปกติเท่านั้น?
แม้แต่ในช่วงวันหยุด เราก็ยังคงมีโปรแกรมกันอยู่ดี ในทุกๆ เช้าของวันหยุด เราก็ยังปฏิบัติตัวกันเหมือนเดิม บางทีผมอาจจะกลับมาที่นี่ก่อนคนอื่น เพื่อจะให้แน่ใจว่าไม่ได้เริ่มต้นทุกอย่างช้าไปกว่าใคร จากนั้นเมื่อเพื่อนร่วมทีมทุกคนกลับมา ผมก็จะรู้สึกว่าตัวเองพร้อมเต็มที่ มันจำเป็นมาก เพราะนี่จะเป็นฤดูกาลที่ยิ่งใหญ่สำหรับผม และผมก็ต้องการจะหลีกหนีอาการบาดเจ็บ เพื่อให้ได้ลงเล่นสม่ำเสมอกว่าเดิม

ตอนที่คุณกลับคืนสู่ทีมในเดือนพฤศจิกายน มีแต่คนพากันพูดถึงการแย่งตำแหน่งกันระหว่าง 4 กองหน้า แต่อันที่จริงเราก็มีเซ็นเตอร์แบ็คอยู่ในทีมถึง 5 คน นั่นเป็นเรื่องหนักสำหรับคุณหรือเปล่า?
ที่นี่มันมีการแข่งขันภายในทีมกันทุกๆ ตำแหน่งนั่นแหละ ผมกับ ฟิล โจนส์ ได้เล่นในหลายบทบาท แม้ว่าโดยหลักๆ แล้วเราทั้งคู่คือเซ็นเตอร์แบ็ค ซึ่งมันก็ต้องแล้วแต่การตัดสินใจของผู้จัดการทีม นี่คือหนึ่งในจุดแข็งของเรา มันอาจจะมีโอกาสไม่มากนักหากว่าเซ็นเตอร์แบ็คทั้ง 5 คนของเราฟิตเต็มถัง แต่ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในฤดูกาลหน้าผมจะกลับมาต่อสู้แย่งตำแหน่งได้แบบจริงจัง นั่นเป็นเรื่องดีที่จะช่วยทีมด้วย เพราะเราทุกคนต่างก็สนับสนุนซึ่งกันและกัน การแข่งขันกันภายในทีมจะทำให้แต่ละคนเค้นฟอร์มออกมาได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทุกคนจะตั้งใจทำผลงานให้ดีในสนามซ้อม และเมื่อคุณได้รับโอกาสแล้ว คุณก็จะต้องรักษามาตรฐานเอาไว้ให้ดี เพราะว่ามีนักเตะ 3 - 4 คนพร้อมเสียบแทนในตำแหน่งของคุณอยู่ตลอดเวลา

จอนนี่ อีแวนส์ และฟิล โจนส์ ล้วนเคยบอกว่าเหล่ากองหลังในทีมจะสนับสนุนซึ่งกันและกัน ไม่ว่าใครจะถูกส่งลงสนามก็ตาม...
ใช่แล้ว แม้ว่ามันจะเป็นการแข่งขันกันเองก็ตาม นอกจากมันจะช่วยให้คุณตั้งใจเค้นฟอร์มเก่งแล้ว พวกเราต่างก็ต้องหวังให้คนอื่นๆ ทำผลงานได้ดีด้วย เพราะนั่นหมายความว่าทีมจะประสบความสำเร็จ นั่นคือสิ่งที่เราปรารถนาเหนือสิ่งอื่นใด และนั่นก็คือสาเหตุที่ว่าทำไมเราถึงทำได้ดีในฤดูกาลนี้ แม้แต่ในแนวรุกก็ตาม คุณจะเห็น อันโตนิโอ วาเลนเซีย กับหลุยส์ นานี่ สนิทสนมกันดี แม้ว่าทั้งคู่จะเล่นตำแหน่งเดียวกัน นี่เป็นความสัมพันธ์ที่ดีในทีมของเรา และทุกอย่างก็แสดงออกมาให้เห็นแล้วในสนามแข่ง

ผู้จัดการทีมบอกว่าคุณ จอนนี่ อีแวนส์ และ ฟิล โจนส์ คืออนาคตของทีมในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค การได้ยินแบบนี้น่าจะช่วยให้คุณมีกำลังใจมากขึ้น...
ใช่แล้ว มันดีเสมอที่ได้รู้ว่าผู้จัดการทีมคอยหนุนหลังคุณอยู่ เราต้องเรียนรู้อีกเยอะ แต่เราก็ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้เลย

นี่เป็นเหรียญรางวัลชนะเลิศเหรียญที่ 2 ของคุณ มันมีความแตกต่างอย่างไรบ้างกับการได้มันมาครั้งแรกในฤดูกาล 2010-2011?
มันก็มีคุณค่าเท่าๆ กัน แต่สิ่งที่แตกต่างก็คือฤดูกาลก่อนเราต้องพบกับความผิดหวัง และมันก็เป็นเรื่องที่ดีที่เราสามารถกลับมาได้อย่างรวดเร็ว

คุณได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ จากสโมสรบ้าง โดยเฉพาะทางด้านสภาพจิตใจที่เราตอบสนองต่อความผิดหวังจากฤดูกาลที่แล้ว?
ที่นี่จะมีความกระหายในชัยชนะอยู่เสมอ แต่สำหรับในฤดูกาลนี้ผมรู้สึกได้ถึงความตั้งใจจริงของทีมตั้งแต่นาทีแรกของช่วงพรีซีซั่น เรารู้ดีว่าเราต้องการอะไร เราพบกับความผิดหวังมา และในฤดูกาลนี้เราก็ตั้งใจจะทำมันให้ได้ จนในที่สุดทุกอย่างก็เป็นไปอย่างที่หวังเอาไว้

คุณได้มีส่วนร่วมกับบางเกมที่ยิงกันกระจายในฤดูกาลนี้ ชนะแอสตัน วิลล่า 3 - 2 ชนะเรดดิ้ง 4 - 3 ชนะแมนฯ ซิตี้ 3 - 2 ชนะนิวคาสเซิล 4 - 3 คุณรู้สึกอย่างไรที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเกมแบบนี้?
บางครั้งเวลาที่เกิดประตูขึ้นมากมายใน 1 เกม ผู้คนก็จะเริ่มมองมาที่แผงหลัง แต่ไม่ว่าเราจะตามหลังอยู่หรือว่าขึ้นนำ นักเตะทั้ง 11 คนก็จะตั้งใจเล่นเพื่อยิงประตูให้ได้อีก ตอนที่เราตามหลัง เราไม่เพียงแต่จะตั้งใจยิงตีเสมอให้ได้เท่านั้น เรามองไปถึงการพลิกกลับมาเป็นผู้ชนะเลยด้วย เราเก็บมาได้หลายคะแนนจากสถานการณ์ที่เสียเปรียบอยู่ นั่นแสดงให้เห็นว่าทำไมเราถึงมาได้ไกลขนาดนี้ ทีมของเราจะมีความมุ่งมั่นแบบนี้แหละ

ในฐานะกองหลัง คุณรู้สึกพอใจกับการที่ทีมเก็บคลีทชีทได้อย่างต่อเนื่องในครึ่งหลังของฤดูกาลไหม?
(หัวเราะ) ใช่แล้ว ผมอยากได้ผลการแข่งขัน 1 - 0 มากกว่าชนะ 4 - 3 หรือ 5 - 4 อีกนะ! มันดีที่เราได้นักเตะกลับมาฟิตสมบูรณ์ในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล และผลลัพธ์ของมันก็แสดงให้เห็นในสนามแล้ว

การพังประตูของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ มีส่วนสำคัญที่ทำให้ทีมคว้าแชมป์ แต่มีอย่างอื่นอีกหรือเปล่าที่เขาได้มีส่วนช่วยสโมสร?
ทุกๆ สิ่งที่เขาได้ทำเอาไว้เลย บอกได้คำเดียวว่าเขาน่ะคือนักเตะท็อปคลาส ผมจำได้ในวันแรกที่เขามาร่วมซ้อมกับทีม ทุกคนเหมือนจะมีความฮึกเหิมมากขึ้น เขาเข้ากันได้ดีกับนักเตะของเรา ซึ่งนั่นเป็นสิ่งสำคัญ เพราะคุณจำเป็นจะต้องเข้ากับเพื่อนร่วมทีมให้ดีเพื่อจะเล่นด้วยกันเป็นทีม เขาปรับตัวเข้ากับที่นี่ได้อย่างสบาย ซึ่งเห็นได้ชัดเลยในตอนที่เขาลงไปเล่น

ผู้จัดการทีมบอกว่าต้องการให้ทุกคนรู้สึกว่ามีส่วนร่วมกับฤดูกาลนี้ ดังนั้นเขาจะใช้งานนักเตะให้ครบทุกคนก่อนปิดฤดูกาล นี่จะเป็นโอกาสให้คุณแสดงฝีเท้าเพื่อยึดตำแหน่งในฤดูกาลใหม่หรือเปล่า?
เรายังเหลือโปรแกรมเตะอีก 4 เกมเพื่อลงไปทำผลงานให้ผู้จัดการทีมเชื่อว่าเรามีดีพอจะเป็นตัวจริงในฤดูกาลหน้า นั่นแหละคือเป้าหมายของผม

SiR KeaNo
RED ARMY FANCLUB


บทสัมภาษณ์
ทำไมลินการ์ดถึงเลือกยูไนเต็ดแทนที่จะเป็นลิเวอร์พูล
แม็คกินเนสส์เชื่อมั่นในการสนับสนุนเยาวชนของฟาน กัล
เส้นทางสู่โอลด์ แทรฟฟอร์ดของ มัตเตโอ ดาร์เมียน
เจมส์ เวียร์ กับบทบาทที่มากขึ้นในทีมชุดยู-21
เอร์เรร่าและมาต้าพูดถึงความสนิทสนม, ลา ลีกา และเมืองแมนเชสเตอร์
โจเอล คาสโตร เปเรร่า ตั้งเป้าคว้าแชมป์กับทีมยู-21
การล่าตาข่ายเริ่มกลายเป็นของตายสำหรับ แอชลี่ย์ เฟล็ทเชอร์
ริมสนามซ้อม: แอชลี่ย์ ยัง
บทสัมภาษณ์ครั้งแรกในฐานะนักเตะยูไนเต็ดของ เซร์คิโอ โรเมโร่
คริส สมอลลิ่ง เผยเคล็ดลับส่วนตัวในสนามซ้อม
อ่านทั้งหมด


โปรแกรมแข่งขัน
0 - 2
สนาม เฟรนด์ส อารีน่า, สวีเดน
รายการ ยูโรป้า ลีก
วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 เวลา 01.45 น.
เชลซี 38 93
ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ 38 86
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 38 78
ลิเวอร์พูล 38 76
อาร์เซนอล 38 75
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 38 69
เอฟเวอร์ตัน 38 61
เซาแธมป์ตัน 38 46
บอร์นมัธ 38 46

Home © RED ARMY FANCLUB
Official Manchester United Supporters Club of Thailand
#ThaiMUSC