Home Red Glory



สมอลลิ่งมองถึงอนาคตอันยิ่งใหญ่
28 เมษายน 2556 เปิดอ่าน 2,577 ครั้ง | rss




อาการบาดเจ็บทำให้ คริส สมอลลิ่ง ไม่ได้ส่วนร่วมกับทีมปีศาจแดงชุดคว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 20 มากนัก แต่เขาก็ยังยินดีกับการเหรียญรางวัลชนะเลิศเหรียญที่ 2 ของเขา ก่อนจะมองไปข้างหน้าถึงฤดูกาล 2013-2014 ต่อไป...

มองย้อนกลับไปในฤูดูกาลนี้ คุณมีความเห็นอย่างไรบ้าง?
มันค่อนข้างจะน่าผิดหวังอยู่นิดหน่อย ผมไม่ได้มีส่วนร่วมกับทีมจนถึงเดือนพฤศจิกายน หลังจากนั้นก็ต้องมาเจ็บเล็กเจ็บน้อย ผมจึงไม่ได้ลงไปแสดงผลงานในสนามมากเท่ากับที่ผมต้องการ แต่การที่ทีมประสบความสำเร็จนั้นก็เป็นความรู้สึกที่ดี และผมก็ได้ลงไปช่วยพวกเขาบางเกมด้วย แม้จะไม่ได้เยอะอย่างที่ตั้งใจก็ตาม แต่ท้ายที่สุดแล้วมันก็เป็นเรื่องของทีมกับสโมสร ซึ่งเราก็ประสบความสำเร็จ ดังนั้นผมจึงดีใจไปกับมัน

คุณอาจจะต้องรอคอยจนกว่ากองหลังสักคนจะบาดเจ็บในฤดูกาลนี้ ซึ่งนั่นจะทำให้คุณได้รับโอกาสลงสนาม...
ใช่แล้ว คุณจะต้องมองหาโอกาสแบบนี้แหละในการลงเล่น มันมีโอกาสไม่บ่อยครั้งนักในฤดูกาลนี้ นอกจากนั้นยังกลายเป็นผมเองที่บาดเจ็บด้วยเหมือนกัน มันน่าผิดหวังมาก แต่ถึงอย่างไรเราก็คว้าแชมป์ได้อย่างสวยงาม โดยที่ยังเหลืออีก 4 เกมให้ลงเตะ หวังว่าผมจะถูกส่งลงสนามบ้างหลังจากนี้ และก็ได้ลงเล่นอย่างเต็มที่ในช่วงพรีซีซั่นด้วย ส่วนในปีหน้าก็ขอให้ผมไม่ต้องเจอกับอาการบาดเจ็บแบบนี้อีก

มีนักเตะหลายคนบอกว่าช่วงพรีซีซั่นจะเป็นการช่วยสร้างความฟิตให้กับคุณก่อนเข้าสู่ฤดูกาลใหม่ มันช่วยได้มากแค่ไหนกัน?
มันสำคัญมาก มันเป็นการซ้อมหลังจากที่ทุกคนไปพักเบรคกันมา และคุณก็ต้องการมันเพื่อกลับเข้าสู่ระดับการเล่นสูงสุดของคุณให้เร็วขึ้น หากคุณพลาดมันไปก็จะต้องมาไล่เค้นฟอร์มเอาทีหลัง บางทีในช่วงนี้คุณอาจจะเรียกความฟิตได้เท่ากับระหว่างฤดูกาลเลยก็ได้ ในช่วงฤดูร้อนมันก็เป็นเรื่องดีที่ได้ไปฝึกซ้อมกันในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างออกไป มันเป็นช่วงที่สำคัญจริงๆ

คุณมีแผนการอะไรเป็นพิเศษในช่วงซัมเมอร์นี้ไหม หรือเพียงแค่ตั้งความหวังว่าจะมีโปรแกรมร่วมกับนักเตะในทีมคนอื่นๆ ไปตามปกติเท่านั้น?
แม้แต่ในช่วงวันหยุด เราก็ยังคงมีโปรแกรมกันอยู่ดี ในทุกๆ เช้าของวันหยุด เราก็ยังปฏิบัติตัวกันเหมือนเดิม บางทีผมอาจจะกลับมาที่นี่ก่อนคนอื่น เพื่อจะให้แน่ใจว่าไม่ได้เริ่มต้นทุกอย่างช้าไปกว่าใคร จากนั้นเมื่อเพื่อนร่วมทีมทุกคนกลับมา ผมก็จะรู้สึกว่าตัวเองพร้อมเต็มที่ มันจำเป็นมาก เพราะนี่จะเป็นฤดูกาลที่ยิ่งใหญ่สำหรับผม และผมก็ต้องการจะหลีกหนีอาการบาดเจ็บ เพื่อให้ได้ลงเล่นสม่ำเสมอกว่าเดิม

ตอนที่คุณกลับคืนสู่ทีมในเดือนพฤศจิกายน มีแต่คนพากันพูดถึงการแย่งตำแหน่งกันระหว่าง 4 กองหน้า แต่อันที่จริงเราก็มีเซ็นเตอร์แบ็คอยู่ในทีมถึง 5 คน นั่นเป็นเรื่องหนักสำหรับคุณหรือเปล่า?
ที่นี่มันมีการแข่งขันภายในทีมกันทุกๆ ตำแหน่งนั่นแหละ ผมกับ ฟิล โจนส์ ได้เล่นในหลายบทบาท แม้ว่าโดยหลักๆ แล้วเราทั้งคู่คือเซ็นเตอร์แบ็ค ซึ่งมันก็ต้องแล้วแต่การตัดสินใจของผู้จัดการทีม นี่คือหนึ่งในจุดแข็งของเรา มันอาจจะมีโอกาสไม่มากนักหากว่าเซ็นเตอร์แบ็คทั้ง 5 คนของเราฟิตเต็มถัง แต่ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในฤดูกาลหน้าผมจะกลับมาต่อสู้แย่งตำแหน่งได้แบบจริงจัง นั่นเป็นเรื่องดีที่จะช่วยทีมด้วย เพราะเราทุกคนต่างก็สนับสนุนซึ่งกันและกัน การแข่งขันกันภายในทีมจะทำให้แต่ละคนเค้นฟอร์มออกมาได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทุกคนจะตั้งใจทำผลงานให้ดีในสนามซ้อม และเมื่อคุณได้รับโอกาสแล้ว คุณก็จะต้องรักษามาตรฐานเอาไว้ให้ดี เพราะว่ามีนักเตะ 3 - 4 คนพร้อมเสียบแทนในตำแหน่งของคุณอยู่ตลอดเวลา

จอนนี่ อีแวนส์ และฟิล โจนส์ ล้วนเคยบอกว่าเหล่ากองหลังในทีมจะสนับสนุนซึ่งกันและกัน ไม่ว่าใครจะถูกส่งลงสนามก็ตาม...
ใช่แล้ว แม้ว่ามันจะเป็นการแข่งขันกันเองก็ตาม นอกจากมันจะช่วยให้คุณตั้งใจเค้นฟอร์มเก่งแล้ว พวกเราต่างก็ต้องหวังให้คนอื่นๆ ทำผลงานได้ดีด้วย เพราะนั่นหมายความว่าทีมจะประสบความสำเร็จ นั่นคือสิ่งที่เราปรารถนาเหนือสิ่งอื่นใด และนั่นก็คือสาเหตุที่ว่าทำไมเราถึงทำได้ดีในฤดูกาลนี้ แม้แต่ในแนวรุกก็ตาม คุณจะเห็น อันโตนิโอ วาเลนเซีย กับหลุยส์ นานี่ สนิทสนมกันดี แม้ว่าทั้งคู่จะเล่นตำแหน่งเดียวกัน นี่เป็นความสัมพันธ์ที่ดีในทีมของเรา และทุกอย่างก็แสดงออกมาให้เห็นแล้วในสนามแข่ง

ผู้จัดการทีมบอกว่าคุณ จอนนี่ อีแวนส์ และ ฟิล โจนส์ คืออนาคตของทีมในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค การได้ยินแบบนี้น่าจะช่วยให้คุณมีกำลังใจมากขึ้น...
ใช่แล้ว มันดีเสมอที่ได้รู้ว่าผู้จัดการทีมคอยหนุนหลังคุณอยู่ เราต้องเรียนรู้อีกเยอะ แต่เราก็ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้เลย

นี่เป็นเหรียญรางวัลชนะเลิศเหรียญที่ 2 ของคุณ มันมีความแตกต่างอย่างไรบ้างกับการได้มันมาครั้งแรกในฤดูกาล 2010-2011?
มันก็มีคุณค่าเท่าๆ กัน แต่สิ่งที่แตกต่างก็คือฤดูกาลก่อนเราต้องพบกับความผิดหวัง และมันก็เป็นเรื่องที่ดีที่เราสามารถกลับมาได้อย่างรวดเร็ว

คุณได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ จากสโมสรบ้าง โดยเฉพาะทางด้านสภาพจิตใจที่เราตอบสนองต่อความผิดหวังจากฤดูกาลที่แล้ว?
ที่นี่จะมีความกระหายในชัยชนะอยู่เสมอ แต่สำหรับในฤดูกาลนี้ผมรู้สึกได้ถึงความตั้งใจจริงของทีมตั้งแต่นาทีแรกของช่วงพรีซีซั่น เรารู้ดีว่าเราต้องการอะไร เราพบกับความผิดหวังมา และในฤดูกาลนี้เราก็ตั้งใจจะทำมันให้ได้ จนในที่สุดทุกอย่างก็เป็นไปอย่างที่หวังเอาไว้

คุณได้มีส่วนร่วมกับบางเกมที่ยิงกันกระจายในฤดูกาลนี้ ชนะแอสตัน วิลล่า 3 - 2 ชนะเรดดิ้ง 4 - 3 ชนะแมนฯ ซิตี้ 3 - 2 ชนะนิวคาสเซิล 4 - 3 คุณรู้สึกอย่างไรที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเกมแบบนี้?
บางครั้งเวลาที่เกิดประตูขึ้นมากมายใน 1 เกม ผู้คนก็จะเริ่มมองมาที่แผงหลัง แต่ไม่ว่าเราจะตามหลังอยู่หรือว่าขึ้นนำ นักเตะทั้ง 11 คนก็จะตั้งใจเล่นเพื่อยิงประตูให้ได้อีก ตอนที่เราตามหลัง เราไม่เพียงแต่จะตั้งใจยิงตีเสมอให้ได้เท่านั้น เรามองไปถึงการพลิกกลับมาเป็นผู้ชนะเลยด้วย เราเก็บมาได้หลายคะแนนจากสถานการณ์ที่เสียเปรียบอยู่ นั่นแสดงให้เห็นว่าทำไมเราถึงมาได้ไกลขนาดนี้ ทีมของเราจะมีความมุ่งมั่นแบบนี้แหละ

ในฐานะกองหลัง คุณรู้สึกพอใจกับการที่ทีมเก็บคลีทชีทได้อย่างต่อเนื่องในครึ่งหลังของฤดูกาลไหม?
(หัวเราะ) ใช่แล้ว ผมอยากได้ผลการแข่งขัน 1 - 0 มากกว่าชนะ 4 - 3 หรือ 5 - 4 อีกนะ! มันดีที่เราได้นักเตะกลับมาฟิตสมบูรณ์ในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล และผลลัพธ์ของมันก็แสดงให้เห็นในสนามแล้ว

การพังประตูของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ มีส่วนสำคัญที่ทำให้ทีมคว้าแชมป์ แต่มีอย่างอื่นอีกหรือเปล่าที่เขาได้มีส่วนช่วยสโมสร?
ทุกๆ สิ่งที่เขาได้ทำเอาไว้เลย บอกได้คำเดียวว่าเขาน่ะคือนักเตะท็อปคลาส ผมจำได้ในวันแรกที่เขามาร่วมซ้อมกับทีม ทุกคนเหมือนจะมีความฮึกเหิมมากขึ้น เขาเข้ากันได้ดีกับนักเตะของเรา ซึ่งนั่นเป็นสิ่งสำคัญ เพราะคุณจำเป็นจะต้องเข้ากับเพื่อนร่วมทีมให้ดีเพื่อจะเล่นด้วยกันเป็นทีม เขาปรับตัวเข้ากับที่นี่ได้อย่างสบาย ซึ่งเห็นได้ชัดเลยในตอนที่เขาลงไปเล่น

ผู้จัดการทีมบอกว่าต้องการให้ทุกคนรู้สึกว่ามีส่วนร่วมกับฤดูกาลนี้ ดังนั้นเขาจะใช้งานนักเตะให้ครบทุกคนก่อนปิดฤดูกาล นี่จะเป็นโอกาสให้คุณแสดงฝีเท้าเพื่อยึดตำแหน่งในฤดูกาลใหม่หรือเปล่า?
เรายังเหลือโปรแกรมเตะอีก 4 เกมเพื่อลงไปทำผลงานให้ผู้จัดการทีมเชื่อว่าเรามีดีพอจะเป็นตัวจริงในฤดูกาลหน้า นั่นแหละคือเป้าหมายของผม

SiR KeaNo
RED ARMY FANCLUB


บทสัมภาษณ์
ทำไมลินการ์ดถึงเลือกยูไนเต็ดแทนที่จะเป็นลิเวอร์พูล
แม็คกินเนสส์เชื่อมั่นในการสนับสนุนเยาวชนของฟาน กัล
เส้นทางสู่โอลด์ แทรฟฟอร์ดของ มัตเตโอ ดาร์เมียน
เจมส์ เวียร์ กับบทบาทที่มากขึ้นในทีมชุดยู-21
เอร์เรร่าและมาต้าพูดถึงความสนิทสนม, ลา ลีกา และเมืองแมนเชสเตอร์
โจเอล คาสโตร เปเรร่า ตั้งเป้าคว้าแชมป์กับทีมยู-21
การล่าตาข่ายเริ่มกลายเป็นของตายสำหรับ แอชลี่ย์ เฟล็ทเชอร์
ริมสนามซ้อม: แอชลี่ย์ ยัง
บทสัมภาษณ์ครั้งแรกในฐานะนักเตะยูไนเต็ดของ เซร์คิโอ โรเมโร่
คริส สมอลลิ่ง เผยเคล็ดลับส่วนตัวในสนามซ้อม
อ่านทั้งหมด


โปรแกรมแข่งขัน
v
สนาม วีอีบี อารีน่า, รัสเซีย
รายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
วันที่ 28 กันยายน 2560 เวลา 01.45 น.
Live beIN SPORTS 1
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 6 16
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 6 16
เชลซี 6 13
ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ 6 11
ลิเวอร์พูล 6 11
วัตฟอร์ด 6 11
ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ 6 9
นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 5 9
เบิร์นลี่ย์ 6 9

Home © RED ARMY FANCLUB
Official Manchester United Supporters Club of Thailand
#ThaiMUSC