Home Red Glory

หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : จ้าวแห่งยุโรป
7 กรกฏาคม 2558 เปิดอ่าน 1,299 ครั้ง | rss



ก่อนที่จะถึงทัวร์ 2015 ที่นำเสนอโดยเอออน เราจะมาย้อนอดีตถึงเรื่องราวสุดสำคัญ และลืมไม่ลงจากประวัติศาสตร์ของทีมปีศาจแดง เราเชื่อว่าเรื่องราวจากหน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกรนี้เป็นเรื่องที่สุดยอดไม่แพ้ใคร ในตอนที่ 6 ของซีรี่ส์นี้ อดีตผู้รักษาประตู อเล็กซ์ สเต็ปนี่ย์ จะย้อนอดีตไปยังค่ำคืนอันแสนวิเศษของสโมสร เดือนพฤษภาคม 1968 เมื่อทีมปีศาจแดงผงาดสู่จุดสูงสุดของวงการฟุตบอลยุโรป...

สำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแล้ว มันคงไม่มีอะไรที่จะน่าเศร้าไปกว่าผลพวงจากโศกนาฏกรรมทางอากาศที่มิวนิค แต่นั่นก็เป็นค่ำคืนที่มืดหม่นที่สุด ก่อนที่แสงสว่างอันเรืองรองจะส่องลงมา นับตั้งแต่ปัญหาด้านสภาพการเงินมาจนถึงโอลด์ แทรฟฟอร์ดถูกถล่ม สโมสรก็สามารถกลับมาได้ด้วยสปิริตนักสู้อยู่เสมอ

ตอนนั้นทีมงานทุกคนของสโมสรต้องทำงานกันอย่างหนักเพื่อให้ทีมสามารถกลับมาลงแข่งได้ภายใน 13 วัน หลังจากที่เกิดโศกนาฏกรรม มันเป็นการรวบรวมเอานักเตะที่รอดชีวิต, ดาวรุ่งของทีม และการเซ็นสัญญาแบบฉุกเฉินมาลงเตะในเอฟเอ คัพ รอบ 5 ที่เจอกับเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ เกมนั้นจบลงด้วยชัยชนะอันน่าเหลือเชื่อ 3-0 เป็นค่ำคืนที่เต็มไปด้วยอารมณ์ในโอลด์ แทรฟฟอร์ด

ผู้ที่รับหน้าที่คุมทีมในตอนนั้นก็คือผู้ช่วยผู้จัดการทีม จิมมี่ เมอร์ฟี่ ขุนพลชุด 'เมอร์ฟี่ส์ มาเวลส์' สามารถผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ แม้ว่าทีมปีศาจแดงจะไปแพ้ต่อโบลตัน วันเดอเรอร์สที่เวมบลีย์ แต่มันก็ถือเป็นสัญญาณที่ดี และ แมตต์ บัสบี้ ที่อยู่ในช่วงพักฟื้นก็กำลังรอคอยที่จะกลับมาพาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมุ่งหน้าสู่ความสำเร็จที่มากกว่าเดิม

กุนซือชาวสก็อตกลับมารับตำแหน่งเดิมจากเมอร์ฟี่ และก็ได้สร้างทีมของเขาขึ้นมาใหม่ เขาบอกต่อสาธารณชนว่าขอเวลา 5 ปีในการพาทีมกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง ทุกอย่างดูยังไม่เข้าที่เข้าทางจนกระทั่งฤดูกาล 1962/63 เมื่อทีมได้ตัวศูนย์หน้าชาวสก็อตติชอย่าง เดนิส ลอว์ เข้ามาเสริมคม ในฤดูกาลแรกของเขากับสโมสร เขามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ช่วยให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเอาชนะเลสเตอร์ ซิตี้ในนัดชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ 1963 ได้ นั่นเป็นความจริงตามคำพูดของบัสบี้ ทีมปีศาจแดงกลับมาแล้ว

เป็นอีกครั้งที่ผู้จัดการทีมได้สร้างดาวรุ่งขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ ในฤดูกาลต่อมาก็ถึงคราวของนักเตะหนุ่มนาม จอร์จ เบสต์ ด้วยการเล่นร่วมกับลอว์และ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ทั้ง 3 คนจึงได้สร้างตำนานของพวกเขาเองขึ้นมาในนาม 'สามแข้งศักดิ์สิทธิ์ของยูไนเต็ด' แต่ละคนสามารถคว้ารางวัลบัลลง ดอร์มาครองได้คนละสมัย นั่นเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลา 5 ปี

ในช่วงนั้น ทีมของบัสบี้สามารถคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 ได้ในฤดูกาล 1964/65 และทำได้อีกครั้งในฤดูกาล 1966/67 สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นก็คือหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ของทีมปีศาจแดง นั่นก็คือการคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ 1968 เรอัล มาดริดที่กำลังร้อนแรงร่วงตกรอบไปในรอบรองชนะเลิศด้วยน้ำมือของเบนฟิก้า ทีมยักษ์ใหญ่จากโปรตุเกส ซึ่งในตอนนั้นนำทัพโดยดาวดังอย่าง ยูเซบิโอ พวกเขาเข้าไปรอแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอยู่ที่เวมบลีย์ในนัดชิงชนะเลิศ

ประตูขึ้นนำของชาร์ลตันถูกตีเสมอโดย เชมี่ กราซ่า ในช่วงท้ายเกม แต่ช่วงต่อเวลาพิเศษ ทีมปีศาจแดงก็ทำได้ดีกว่ามาก โดยทำประตูได้ถึง 3 ลูก จาก จอร์จ เบสต์, ไบรอัน คิดด์ และ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ถ้วยแชมป์ยุโรปจึงตกเป็นของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ท่ามกลางความปลื้มปิติของบัสบี้และสโมสร "หลังจากที่เว้นว่างมาช่วงหนึ่ง ผมก็ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่ามันจะเกิดขึ้นได้" กุนซือชาวสก็อตกล่าวในตอนนั้น

"เราต่างก็รู้ดีว่ามันมีความหมายมากแค่ไหนสำหรับแมตต์ มันเป็นช่วงเวลาที่แสนวิเศษสำหรับเขา" อเล็กซ์ สเต็ปนี่ย์ ผู้รักษาประตูในค่ำคืนนั้นย้อนรำลึก "ไม่ใช่แค่กับแมตต์เท่านั้น แต่สำหรับ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน และ บิลล์ โฟล์คส ที่รอดชีวิตจากการชนเมื่อ 10 ปีก่อนหน้าด้วย พวกเราทุกคนวิ่งไปหาพวกเขาทันทีที่สิ้นเสียงนกหวีดยาว"

"การคว้าแชมป์รายการนี้ได้เปลี่ยนแปลงสโมสรไปตลอดกาล เรารู้ดีว่าเราสามารถประสบความสำเร็จได้มากกว่านี้ และนั่นก็คือวิถีของยูไนเต็ด"

ครบทศวรรษหลังโศกนาฏกรรมที่มิวนิค ในที่สุดการปลดปล่อยก็มาถึง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดสามารถเดินทางมาสู่จุดสูงสุดของวงการฟุตบอลยุโรปได้สำเร็จ

SiR KeaNo
RED ARMY FANCLUB


เกี่ยวกับสโมสร
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : ยุคสมัยใหม่
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : เป็นหนึ่งเดียวทั่วโลก
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : สนามเหย้า
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : พ่อมดชาวเวลส์
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : สวรรค์ชั้นเจ็ด
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : สามประสาน
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : ยอดผู้จัดการทีม
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : สุดยอดไม่เสื่อมคลาย
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : ขุนพลชุดใหม่สู่เกียรติยศ
หน้าประวัติศาสตร์อันแสนเกรียงไกร : ดินแดนที่เหมือนฝัน
อ่านทั้งหมด


โปรแกรมแข่งขัน
v
สนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด, อังกฤษ
รายการ พรีเมียร์ ลีก
วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 เวลา 21.00 น.
Live beIN Sports 6
เชลซี 34 81
ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ 35 77
ลิเวอร์พูล 35 69
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 34 66
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 34 65
อาร์เซนอล 33 60
เอฟเวอร์ตัน 35 58
เวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน 34 44
เวสต์ แฮม ยูไนเต็ด 36 42

Home © RED ARMY FANCLUB
Official Manchester United Supporters Club of Thailand
#ThaiMUSC